"หลักฐานชิ้นนี้ชัดเจนพอหรือยังครับ ท่านประธานลลิล หรือพวกเราควรจะรอให้บริษัทเสียหายจนล้มละลายเสียก่อน ถึงจะยอมรับว่าสถาปนิกในความดูแลของคุณมันไร้ความสามารถ?"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือด้วยความเย้ยหยันของธนย์ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ เอกสารโครงการออกแบบรีสอร์ทหรูริมผาถูกโยนลงบนโต๊ะกระจกราคาแพงจนเกิดเสียงดังสนั่น หน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยรอยแก้ไขสีแดงฉานถูกเปิดออกต่อหน้าคณะกรรมการและสื่อมวลชนสายธุรกิจนับสิบชีวิตที่ถูกเชิญมา "เป็นสักขีพยาน" ในเช้าวันวิกฤตนี้
ลลิลนั่งหลังตรงเป็นเส้นตรง ใบหน้าสวยคมยังคงเรียบเฉย เย็นชา และสง่างามราวกับรูปสลักน้ำแข็ง แม้ว่าภายใต้เสื้อสูทสีเทาเข้มนั้น หัวใจของเธอจะกำลังเต้นระรัวด้วยความโกรธกร่าuจากแผนการสกปรกที่ถูกจัดฉากขึ้นอย่างแนบเนียน เธอถูกใส่ร้ายว่าขโมยแบบแปลนโครงสร้างเพื่อไปขายให้คู่แข่ง และหลักฐานปลอมแปลงเหล่านั้นก็ถูกตระเตรียมมาอย่างไร้ช่องโหว่
"ฉันไม่เคยทำ" ลลิลเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไร้รอยสั่นเครือ แม้จะรู้ดีว่าในสถานการณ์เช่นนี้ เสียงของเธอมันช่างเบาหวิวราวกับขนนกเมื่อเทียบกับอำนาจเงินและอิทธิพลมืดของธนย์ที่กว้านซื้อเสียงในบอร์ดบริหารไปเกือบหมดแล้ว
"หลักฐานมัดตัวขนาดนี้ คุณยังมีหน้ามาปฏิเสธอีกเหรอครับคุณลลิล? สถาปนิกจอมปลอม!" ธนย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาบกวาดมองเหยื่อสาวด้วยความสะใจ
บรรยากาศภายในห้องประชุมอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงกระซิบกระซาบจากเหล่านักข่าวเริ่มดังขึ้น พร้อมกับแสงแฟลชจากกล้องที่รัวยับเพื่อเก็บภาพความพ่ายแพ้ของสถาปนิกสาวผู้เคยโด่งดัง
ทว่า... ก่อนที่ธนย์จะได้เอ่ยปากกดดันให้ที่ประชุมมีมติไล่ออกจากตำแหน่งและฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ประตูห้องประชุมบานมหึมาก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท
ปัง!
แรงกระแทกนั้นรุนแรงจนทุกคนสะดุ้งสุดตัว เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่มันเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตที่กดดันให้ห้องประชุมทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันในเสี้ยววินาที ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเข้ารูป ปรากฏกายขึ้นพร้อมกับสีหน้าที่มืดทะมึนราวกับพายุฤดูร้อน
กรณ์... ประธานบริหารสูงสุดแห่งกลุ่มทุนข้ามชาติผู้กุมเศรษฐกิจครึ่งประเทศ ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเก้าอี้ของลลิล ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองเอกสารบนโต๊ะด้วยหางตาก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะเย็นเยียบที่ทำเอาทุกคนถึงกับสันหลังวาบ
"ใครอนุญาตให้พวกคุณ... ใช้เสียงดังใส่ภรรยาของผม?"
น้ำเสียงที่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงเบาๆ แต่กลับมีพลังมหาศาลจนทำให้ธนย์ที่กำลังลำพองใจถึงกับหน้าถอดสี
"ท่านประธานกรณ์... นี่มันเรื่องภายในบริษัทของเราครับ อีกอย่างหลักฐานมันฟ้องว่าคุณลลิลเธอ..." ธนย์พยายามจะแก้ตัว แต่ยังไม่ทันพูดจบประโยค กรณ์ก็ยกมือขึ้นโบกปัดอย่างรำคาญราวกับกำลังไล่แมลงวัน
"หลักฐานงี่เง่าที่พวกคุณสร้างขึ้นมาตบตาชาวบ้านเนี่ยนะ?" กรณ์แค่นยิ้มหยัน ปรายตามองหน้าธนย์ด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะไว้หน้า "คิดว่าฉันโง่จนดูไม่ออก หรือคิดว่าบริษัทกระจอกๆ ของพวกคุณมีค่าพอให้ภรรยาผมต้องไปลดตัวขโมยแบบแปลนชั้นต่ำแบบนั้น?"
ลลิลแหงนหน้ามองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนอยู่เคียงข้าง หัวใจที่เคยเย็นเฉียบและโดดเดี่ยวกลับถูกเติมเต็มด้วยความอบอุ่นและพลังอำนาจที่เขาหยิบยื่นให้อย่างไร2ข้อกังขา กรณ์ก้มลงมองเธอเพียงเสี้ยววินาที แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลึกซึ้งที่เขามีให้เธอเพียงคนเดียว ก่อนที่เขาจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับบอร์ดบริหารและสื่อมวลชนอีกครั้ง
"ฟังให้ดีนะ ทุกคนในที่นี้..." กรณ์ประกาศกร้าว เสียงกังวานก้องกังสดาลไปทั่วห้อง "โปรเจกต์รีสอร์ทริมผานั่น ลลิลเป็นคนออกแบบมันด้วยหยาดเหงื่อและสมองของเธอเอง และต่อให้โปรเจกต์นี้จะขาดทุนย่อยยับจนบริษัทนี้เจ๊ง... ฉันก็จะซื้อหุ้นทั้งหมดในที่นี้แล้วเผาทิ้งเพื่อความสุขของเธอ!"
ความเงียบกริบปกคลุมไปทั่วห้องประชุม ไม่มีใครกล้าหายใจแรง
กรณ์ควักโทรศัพท์มือถือราคาแพงออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท กดสปีกเกอร์โฟนต่อสายตรงถึงเลขาคนสนิทท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมาด้วยความตื่นตะลึง
"จัดการซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทนี้ในราคาสามเท่า... แล้วไล่ไอ้พวกที่ยกมือใส่ร้ายภรรยาผมออกให้หมดภายในสิบนาทีนี้!"
คำสั่งนั้นไม่ใช่การขู่ แต่มันคือประกาศิตที่เด็ดขาดและทรงพลังยิ่งกว่าสิ่งใด ธนย์ทรุดฮวบลงนั่งกับเก้าอี้ ใบซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย เมื่อตระหนักได้ว่าตนเองเพิ่งไปแตะต้องผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในกำมือของชายผู้ไร้พ่ายคนนี้
กรณ์วางสายลง ก่อนจะโน้มตัวลงโอบไหล่บางของลลิลไว้อย่างหวงแหน สายตาคมกราบกรานมองตรงไปยังกลุ่มนักข่าวที่กำลังรัวชัตเตอร์ภาพประวัติศาสตร์นี้ด้วยความตื่นตระหนก
"ส่วนพวกสื่อมวลชนที่ชอบลงข่าวบิดเบือน..." กรณ์เอ่ยเสียงเย็นเยียบ รอยยิ้มมุมปากช่างน่ากลัว "ทีมทนายความของผมกำลังเดินทางมาถึงชั้นล่างแล้ว เตรียมตัวรับหมายศาลข้อหาหมิ่นประมานคนละสิบล้านบาทได้เลยครับ"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด และทุกคนคิดว่าเรื่องราวน่าจะจบลงเพียงแค่นั้น ลลิลกลับสัมผัสได้ถึงแรงสั่นเบาๆ จากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเธอเอง เธอก้มลงมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ
ข้อความจากเบอร์แปลกปริศนาปรากฏขึ้นบนหน้าจอ พร้อมกับภาพถ่ายใบเสร็จการโอนเงินก้อนโตเข้าบัญชีลับของธนย์... โดยมีชื่อผู้ส่งสารที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีส่งตรงมาจากบุคคลที่ควรจะตายไปแล้วจากอดีต!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกสาวผู้เย็นชากับซีอีโอสายเปย์ทุ่มไม่อั้น•ตอนที่ 12
ประกาศิตจากท่านประธาน
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวผู้เย็นชากับซีอีโอสายเปย์ทุ่มไม่อั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!