หมากกระดานสุดท้ายกับศัตรูหัวใจที่ข้ามภพมา•ตอนที่ 3

เบี้ยที่ไร้ค่าในสายตาผู้อื่น

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
กลิ่นหมึกจีนชั้นดีที่ผสมผสานกับกลิ่นอายความอับชื้นของคลังเอกสารลับหลวง ลอยอบอวลจนเกือบจะบาดจมูก แสงจากตะเกียงน้ำมันสำริดกะพริบไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านบานหน้าต่างแกะสลัก ทอดเงายาวทับถมกันราวกับเขาวงกตที่ไร้ทางออก บนโต๊ะไม้จันทน์สีเข้มแผ่นใหญ่ เอกสารราชการลับและแผ่นป้ายพับครึ่งนับร้อยถูกกองสุมไว้ราวกับภูเขาขนาดย่อม ซึ่งถูกส่งตรงมาจากกรมอาญาตามคำท้าทายที่ไร้ความปรานีของราชครู หลินฟางหรงไม่ได้แสดงอาการหวาดหวั่นแม้แต่น้อย ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีเทาเข้มเรียบง่ายนั่งหลังตรงเป็นเส้นตรง ใบหน้างามสงบเยือกเย็นราวน้ำแข็งพันปี ปลายนิ้วเรียวรีที่สวมปลอกเล็บทองเหลืองกำลังคีบแผ่นกระดาษสาบางเบาขึ้นมาพิจารณาอย่างเชื่องช้า สายตาคู่คมกริบกวาดมองตัวอักษรจีนโบราณที่เรียงรายกันอย่างสับสนกระจัดกระจาย ราวกับร่องรอยของมดที่เดินวนเปะปะบนคราบน้ำตาล สำหรับคนทั่วไป นี่คือ "อักษรขอมโบราณ" ที่ถูกเข้ารหัสลับโดยกองกำลังกบฏพรรคสวรรค์เร้นลับ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความซับซ้อนและไม่มีใครเคยถอดรหัสได้ภายในสามวัน แต่สำหรับฟางหรง... อดีตผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและถอดรหัสกลยุทธ์ระดับแนวหน้า นี่คือ "ตรรกะทางคณิตศาสตร์ในรูปแบบตัวอักษร" "ดูท่าทาง... แม่นางหลinคงจะใช้เวลาหมดไปครึ่งค่อนคืนกับกระดาษพวกนั้น โดยไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองว่าน้ำชาในถ้วยเย็นชืดไปนานเท่าใดแล้วกระมัง" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้นจากมุมมืดของห้องโถง เซียวเหยียนเจินก้าวออกมาจากเงาไม้อย่างเงียบเชียบราวกับพยัคฆ์ล่าเหยื่อ เขาอยู่ในชุดคลุมยาวปักลายเมฆสีดำสนิท ดวงตาคมปลาวาฬคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ร่างบางด้วยประกายความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา มีทั้งความเย้ยหยันแกมเอ็นดู และความระแวดระวังที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน ฟางหรงไม่แม้แต่จะชายตามองผู้มาเยือน นางยังคงจดจ่ออยู่กับการหมุนแผ่นกระดาษในมือทวนเข็มนาฬิกา สามสิบหองศา "ความเงียบสงบในยามวิกาลเช่นนี้ เหมาะแก่การสนทนากับคนตายมากกว่าการต้อนรับท่านราชครูผู้ทรงอำนาจนะคะ" นางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความยำเกรง "อีกอย่าง... น้ำชาที่เย็นชืด ย่อมดีกว่าชาที่ร้อนเกินไปจนลวกปากผู้ที่รีบร้อนอยากลิ้มลองรสชาติ" เซียวเหยียนเจินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างนึกสนุก เขาสกาวก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานจนแทบจะชิดกับเก้าอี้ที่นางนั่ง กลิ่นกายบุรุษเจือจางด้วยกลิ่นอายไม้จันทน์และเหล้าหมักชั้นดีโชยเข้าจมูก แต่นางยังคงนิ่งเฉย ราวกับเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ "เจ้ากำลังพยายามบอกข้าทางอ้อมว่า... ข้ากำลังใจร้อนรนงั้นรึ?" เขาก้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าคมคายโน้มเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกับเส้นผมสีดำสนิทที่รวบไว้ด้วยปิ่นไม้ "อย่าลืมว่าเวลาสามวันที่ข้าให้เจ้า กำลังจะหมดลงในยามไก่ขันพรุ่งนี้เช้าแล้ว หากเจ้ายังหาเบาะแสของบัญชีลับกองทัพไม่เจอ... หัวของพยานปากเอกคนนั้น รวมถึงตัวเจ้าเอง ก็คงต้องไปชี้แจงกับพญายมแทนที่จะได้ยืนอยู่ตรงนี้" ฟางหรงวางแผ่นกระดาษในมือลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล เสียงกระดาษกระทบไม้ดัง "แผ่วเบา" แต่กลับดึงดูดสายตาของราชครูให้ก้มลงมองตาม นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาดำขลับคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัว เจือไว้ด้วยความมั่นใจที่เฉียบคมจนน่ากลัว "ท่านราชครูประเมินข้าต่ำไป... และประเมินความโลภของพวกพรรคสวรรค์เร้นลับสูงเกินไป" นางกล่าวพลางใช้นิ้วเรียวชี้ไปยังจุดที่หมึกซึมผ่านเนื้อกระดาษ "อักษรลับเหล่านี้ไม่ได้ถูกเข้ารหัสด้วยหลักการทางภาษาศาสตร์ แต่มันถูกสร้างขึ้นจาก 'ตำราพิชัยสงครามซุนวู' บทที่เจือด้วยกลยุทธ์หลอกลวง หากอ่านตามตัวอักษรย่อมหลงทาง แต่ถ้าเราใช้ 'วิธีอ่านแบบสลับช่องตารางรุกรับ' ที่พวกกบฏใช้ส่งข่าวลับในสนามรบ... เราจะพบว่ามันไม่ใช่รหัสลับ" เซียวเหยียนเจินหรี่ตาลงทันที สมองอันปราดเปรื่องของเขาประมวลผลตามคำพูดของนางอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มก้มลงมองกระดาษแผ่นนั้นอีกครั้ง และพริบตานั้นเอง... เขาก็เห็นรูปแบบที่ซ่อนอยู่! "มันคือพิกัดแผนที่... ซ่อนคลังอาวุธลับของกองกำลังนอกด่านที่สมคบคิดกับขุนนางกังฉินในราชสำนัก" เซียวเหยียนเจินพึมพำออกมาเบาๆ ความตกตะลึงวาบผ่านดวงตาคมกริบชั่วพริบตา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความชื่นชมที่ล้ำลึกจนยากจะควบคุม "ถูกต้องค่ะ" มุมปากของฟางหรงยกย่องขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหนือชั้น "และชื่อของขุนนางผู้ใหญ่ที่เซ็นสัญญาขายชาติแผ่นนี้... ก็ซ่อนอยู่ในบรรทัดสุดท้ายด้วย" นางหยิบพู่กันจุ่มหมึกสีชา แล้วแต้มลงบนช่องว่างระหว่างบรรทัดที่ว่างเปล่า ตัวอักษรสีดำสนิทค่อยๆ ปรากฏเด่นชัดขึ้นมาตามปฏิกิริยาเคมีของน้ำยาที่นางผสมไว้ล่วงหน้า ทว่า... ในวินาทีที่ตัวอักษรสุดท้ายกำลังจะเผยโฉมหน้าออกมา เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวก็แว่วมาจากนอกตำหนัก ประตูไม้บานใหญ่ถูกถีบกระเด็นเปิดออกด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับเงาร่างของทหารองครักษ์เสื้อแพรนับสิบชีวิตที่พรูเข้ามาล้อมรอบห้องทำงาน พร้อมชักดาบออกจากฝักจนเกิดเสียงเสียดสีบาดแก้วหู "ใต้เท้าเซียว! เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่กรมคลังหลวง เอกสารบัญชีสำ I องทั้งหมดถูกเผาทำลายจนหมดสิ้นพะยะค่ะ!" เสียงรายงานจากหัวหน้าองครักษ์ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด เซียวเหยียนเจินหันขวับไปมองหน้าประตู แววตาที่เคยสุขุมเยือกเย็นกลับวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารอันดุร้าย ก่อนที่เขาจะหันกลับมามองหลินฟางหรงที่ยังคงนั่งนิ่งสงบราวกับคาดการณ์เรื่องนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว และในจังหวะนั้นเอง สายตาของราชครูก็เหลือบไปเห็นกระดาษบนโต๊ะที่ตัวอักษรสุดท้ายเพิ่งปรากฏขึ้นจนสมบูรณ์... มันไม่ใช่ชื่อขุนนางกังฉินอย่างที่ควรจะเป็น... แต่มันคือตราประทับประจำตัวของ "ชินอ๋อง" ผู้เป็นพระอนุชาแท้ๆ ของฮ่องเต้! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาอันดำมืดนี้ไปกับข้า แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายกับศัตรูหัวใจที่ข้ามภพมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%