เสียงลั่นเอี๊ยดอาร์ดของบานประตูไม้สักทองเก่าคร่ำคร่า ดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงันของหุบเขาเบื้องล่าง เป็นสัญญาณเตือนสติว่า... ปาลิน ได้ก้าวพ้นเส้นแบ่งระหว่างโลกอันวุ่นวายที่เขาเพิ่งจากมา กับดินแดนเร้นลับที่เต็มไปด้วยความทรงจำสีจางของคุณตา เสียแล้ว
กระเป๋าเดินทางใบยักษ์ร่วงหล่นลงกระทบพื้นไม้สักจนเกิดเสียงทึบ ปาลินทรุดกายลงนั่งคุกเข่าอย่างหมดแรง เรียวปากสีพีชธรรมชาติเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาคลอเบ้าอย่างดื้อรั้น ความเหนื่อยล้าจากการนั่งรถกระบะฝ่าทางลูกรังชันคดเคี้ยวมานานนับสี่ชั่วโมงยังไม่น่ากลัวเท่าความว้าเหว่ที่ถาโถมเข้าใส่หัวใจดวงน้อยจนแทบแหลกสลาย พินัยกรรมฉบับนั้นระบุไว้ชัดเจน... เขาต้องใช้ชีวิตอยู่ที่เรือนไม้ไผ่กลางหุบเขานี้เป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งปีเต็ม เพื่อแลกกับการรักษาบ้านหลังสุดท้ายของตระกูลเอาไว้
"ยินดีต้อนรับสู่ 'เรือนไผ่อุ่นหมอก' ค่ะคุณหนู... ทางนี้เถอะค่ะ เดี๋ยวฉันช่วยยกกระเป๋าเอง"
เสียงแหบพร่าแต่นุ่มนวลของป้าอุ่น แม่บ้านผู้ดูแลไร่ที่อยู่รอรับ ทำให้ปาลินต้องรีบปาดน้ำตาลวกๆ แล้วเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มบางเบาให้เป็นการทักทาย แม้รอยยิ้มนั้นจะดูฝื่อนเคืองเต็มทีก็ตาม ปาลินส่ายหัวเบาๆ เป็นเชิงปฏิเสธ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่พยายามบังคับให้อยู่ในระดับปกติ
"ไม่เป็นไรค่ะป้าอุ่น ปาลินจัดการเองได้ค่ะ... ขอบคุณนะคะที่มารอรับ"
เรือนไม้ไผ่หลังนี้ไม่ได้เงียบเหงาอย่างที่จินตนาการไว้เสียทีเดียว กลิ่นอายของไอน้ำฝนผสมผสานกับกลิ่นหอมกรุ่นของใบชาป่าและเนื้อไม้ไผ่แห้งโชยแตะจมูก ให้ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาด ทว่าสิ่งที่ทำให้ปาลินรู้สึกอึดอัดใจไม่ใช่ความวิเวกวังเวงของธรรมชาติ หากแต่เป็นร่องรอยการใช้งานที่ยังหลงเหลืออยู่บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่กลางห้องโถง—กองแปลนสถาปัตยกรรม แผ่นกระดาษไข และแก้วกาแฟที่ยังมีคราบกาแฟแห้งกรัง แสดงให้เห็นว่าเพิ่งมี 'ใครอีกคน' ใช้พื้นที่ตรงนี้ก่อนที่เขาจะมาถึงไม่กี่นาทีนี้เอง
"เอ่อ... คือว่านะคุณปาลิน" ป้าอุ่นอึกอัก สีหน้าแววตาฉายความกังวลอย่างปิดไม่มิด "คือคุณคิมหันต์... สถาปนิกที่บริษัทของคุณท่านส่งมาดูแลเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างเรือนรับรอง... เขา... เขาเพิ่งจะออกไปสำรวจแนวไผ่หลังบ้านเมื่อกี้นี้เองค่ะ"
ปาลินชะงักมือที่กำลังปัดฝุ่นออกจากเสื้อแจ็คเก็ต "สถาปนิกเหรอคะ? คุณตาไม่ได้บอกเรื่องนี้ในพินัยกรรมนี่คะ"
"ก็พินัยกรรมมันเพิ่งถูกเปิดอ่านหลังคุณท่านเสียไม่นานนี่คะคุณหนู โครงการรีโนเวตเรือนกระจกและแนวไผ่ถูกอนุมัติไปตั้งแต่ปีก่อนแล้ว คุณคิมหันต์เขาเป็นคนรับผิดชอบโปรเจกต์นี้โดยตรง และ... และเขาก็เป็นคนค่อนข้าง..." ป้าอุ่นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ค่อนข้างหวงพื้นที่ส่วนตัวค่ะ เขาอาจจะหงุดหงิดนิดหน่อยที่มีเจ้าของใหม่อย่างคุณหนูย้ายเข้ามาแทรกกลางงานของเขา"
คำว่า 'หงุดหงิด' และ 'แทรกกลางงาน' วิ่งวนอยู่ในหัวของปาลิน ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบกาน้ำชาเซรามิกเคลือบสีหยกที่ตั้งอยู่บนโต๊ะขึ้นมาพิจารณา ความประณีตในการจัดวางสิ่งของรอบตัวบ่งบอกรสนิยมของเจ้าของผลงานได้เป็นอย่างดี ปาลินไม่ใช่คนชอบหาเรื่องใคร แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่ยอมให้ใครมาดูถูกความตั้งใจที่จะมาใช้ชีวิตตามเจตนารมณ์ของคุณตาเช่นกัน
ในขณะที่ปาลินกำลังกวาดสายสำรวจความเรียบร้อยของห้องโถง เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นที่ระเบียงด้านนอก น้ำหนักการก้าวเท้าที่สม่ำเสมอสะท้อนถึงบุคลิกอันเด็ดเดี่ยวและจริงจัง เสียงฝีเท้านั้นหยุดชะงักลงที่หน้าประตู ก่อนที่ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคสีเข้มจะก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตูพอดี
คิมหันต์ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับไอร้อนชื้นจากธรรมชาติที่ติดกาย เส้นผมสีดำสนิทลู่ปรกหน้าผากเล็กน้อยจากเหงื่อจางๆ ทว่าดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกลับเย็นชาและคมปลาบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก เขากวาดสายตากลมกลืนดุดันมองสำรวจผู้มาใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกระแวงแกมรำคาญใจอย่างไม่ปิดบัง
ปาลินหันไปเผชิญหน้ากับผู้ชายแปลกหน้าคนนั้น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความประหม่าแต่ภายนอกยังคงยืนนิ่งเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อรักษาศักดิ์ศรี
"คุณคือปาลิน... หลานชายของคุณลุงปกรณ์สินใช่ไหมครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้ซึ่งความอบอุ่นเอ่ยขึ้น ทว่าแววตาที่มองมากลับเต็มไปด้วยการประเมินค่าราวกับปาลินเป็นเพียงสิ่งกีดขวางชิ้นหนึ่งในแผนงานที่เขากำลังรับผิดชอบอยู่
ปาลินเม้มปากแน่น หัวใจกระตุกวูบด้วยความไม่พอใจกับท่าทีที่ราวกับจะไล่เขาทางอ้อมนั้น สูดลมหายใจลึกแล้วเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยวไม่แพ้กัน
"ใช่ค่ะ... และฉันก็คือเจ้าของเรือนหลังนี้คนใหม่ตามพินัยกรรม ไม่ใช่ผู้บุกรุกที่คุณจะมามองด้วยสายตารังเกียจแบบนั้น"
บรรยากาศภายในเรือนไม้ไผ่พลันเงียบงัดลงทันที ราวกับเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่กลายเป็นสิ่งเดียวที่ดังอยู่รอบตัว คิมหันต์หรี่ตาลงเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะหยันขึ้นอย่างบางเบา ท่าทางคุกคามโดยไม่รู้ตัวนั้นทำให้ปาลินต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว
ทว่า... ก่อนที่สงครามประสาทระหว่างคนทั้งสองจะได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ ป้าอุ่นที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้างๆ ก็รีบเข้ามาดึงแขนเสื้อของคิมหันต์เบาๆ พร้อมกับกระซิบเสียงสั่น
"คุณคิมหันต์คะ... คือว่า..."
คิมหันต์ยกมือขึ้นห้ามป้าอุ่นเบาๆ สายตาคมคลาดยังคงจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าหวานของปาลินไม่วางตา เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างเพรียวบางอีกก้าวหนึ่ง จนกลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นหญ้าอ่อนๆ ลอยเข้ามาชิดจนปาลินสัมผัสได้ถึงความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวตนของอีกฝ่าย
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ... คุณปาลิน" คิมหันต์เอ่ยประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงกระซิบที่ต่ำพร่าจนน่ากลัว "หวังว่าคุณจะทนอยู่ที่นี่ได้เกินหนึ่งเดือนนะ... เพราะผมไม่ชอบใจนักหรอกที่จะต้องมาคอยต้อนรับ 'คุณหนูสำออย' ที่อาจจะร้องไห้งอแงขอกลับกรุงเทพฯ ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มงานอะไรเลยสักอย่าง"
ปาลินเบิกตากว้างขึ้นด้วยความโกรธระคนตกใจ เลือดในกายสูบฉีดจนร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า มือเรียวบางกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความอ่อนโยนที่เคยมีถูกความท้าทายปลุกเร้าจนมอดหายไปในพริบตา
"คุณ...!"
ปาลินยังไม่ทันได้เอ่ยคำด่าทอใดๆ ออกไป คิมหันต์ก็หมุนตัวหันหลังให้ราวกับหมดธุระจะคุยด้วย เขาเดินเลี่ยงผ่านร่างบางไปอย่างไร้มารยาท ทิ้งให้ปาลินยืนตัวสั่นด้วยความโกรธอยู่กลางห้องโถง ทว่าในจังหวะที่ชายหนุ่มกำลังจะก้าวพ้นประตูออกไปยังระเบียงเรือนนั้นเอง...
เสียงกุกกักแปลกประหลาดราวกับมีวัตถุหนักบางอย่างกำลังลากถูผ่านพื้นไม้ใต้ถุนเรือนก็ดังขึ้น ตามด้วยเสียงลมหายใจฟึดฟัดและเสียงคำรามต่ำอย่างเกรี้ยวกราดของ 'บางสิ่ง' ที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นกระดานไม้ไผ่ที่พวกเขาเหยียบย่าง!
คิมหันต์ชะงักกึก สีหน้ามั่นใจเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความตึงเครียดขึ้นมาทันที เขารemoved มือออกจากกระเป๋าและหันขวับกลับมามองหน้าปาลินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
"อย่าขยับ..." คิมหันต์เอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความตกใจ "เมื่อกี้... คุณได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ ใต้ถุนเรือนไหม?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้ามาในอ้อมกอดแห่งขุนเขาและสายหมอกนี้ด้วยกันนะคะ
— หมอกไม้ไผ่
ไผ่อุ่นในสายหมอก•ตอนที่ 1
เรือนไม้ไผ่ปลายทางฝัน
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไผ่อุ่นในสายหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!