รอยหมึกสีดำบนกระดาษร่างแบบแปลนอาคารขาดตอนไปกลางคัน ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงหยุดนิ่งค้างอยู่บนกระดาษไขแผ่นหนา ขณะที่เสียงถอนหายใจยาวนานของคิมหันต์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานไม้ไผ่
"จำเป็นต้องไปนานขนาดนั้นเลยหรือคะ"
เสียงหวานใสที่เอ่ยถามขึ้นทำลายความอึดอัด ปาลินยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงาน มือเรียวบางกำลังจัดแจงพับเสื้อผ้าชุดสุดท้ายลงในกระเป๋าเดินทางใบโต รอยยิ้มบางเบาที่ระบายอยู่บนเรียวปากของคนตัวเล็กดูฝืนจนน่าใจหาย แม้พยายามจะทำตัวให้เข้มแข็งเพียงใด แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับไหวระริกด้วยหยาดน้ำใสที่คลอหน่วยอยู่เกือบเต็มเบ้า
คิมหันต์เงยหน้าขึ้นจากโต๊ะ เขาทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเด็ดเดี่ยวและมั่นคงยามเมื่ออยู่เคียงข้างปาลิน บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความลังเลและร่องรอยความอ่อนล้าจากการทำงานหนัก สถาปนิกหนุ่มกวาดสายตามองคนตรงหน้า ไล่เรืองตั้งแต่เรือนร่างบอบบางที่เขามักจะใช้สองแขนโอบกอดไว้เสมอ ไล่ขึ้นมาจนถึงใบหน้าหวานที่เขารักสุดหัวใจ
"เจ็ดวันค่ะปาลิน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยตอบอย่างยากลำบาก มือหนาลูบใบหน้าตัวเองเบาๆ ก่อนจะเอื้อมไปคว้ามือเรียวของคนรักมากุมไว้ "โปรเจกต์ที่กรุงเทพฯ เกิดปัญหาใหญ่เรื่องโครงสร้างหลัก ทางนั้นยืนกรานว่าต้องให้ผมลงไปเคลียร์หน้างานด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้น... เราคงเสียสัญญาใหญ่ที่เพียรสร้างมาเป็นปี"
ปาลินพยักหน้ารับช้าๆ นิ้วเรียวพลิกข้อมือพลิกกลับเพื่อบีบกระชับฝ่ามืออุ่นจัดของอีกฝ่ายเป็นการให้กำลังใจ เขารู้ดีว่าคิมหันต์แบกรับภาระอะไรไว้บนบ่าบ้าง รู้ว่าความกดดันจากครอบครัวและหน้าที่การงานมันหนักหนาเพียงใด แต่การต้องห่างกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดินทางมาใช้ชีวิตร่วมกันท่ามกลางไอหมอกแห่งนี้ มันให้ความรู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ
"ปาลินเข้าใจค่ะ คุณคิมไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้หรอกนะคะ มีลุงมิ่งคอยช่วยดูแลอยู่ แล้วสวนสมุนไพรกับแปลงผักสวนครัวปาลินก็จัดการเองทั้งหมดได้สบายมากค่ะ" ปาลินพยายามส่งยิ้มที่คิดว่าสดใสที่สุดไปให้ แม้ว่าหัวใจจะหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มทุกครั้งที่นึกถึงเตียงนอนกว้างๆ ที่จะไม่มีอ้อมแขนอบอุ่นคอยโอบกอดในยามค่ำคืน
คิมหันต์ดึงร่างบางเข้าหาตัว สองแขนแข็งแกร่งโอบกอดเอวคอดกิ่วไว้แน่น ฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นกลิ่นดอกไม้ป่าที่คุ้นเคย สูดดมความอบอุ่นเข้าปอดลึกๆ ราวกับจะกักตุนกลิ่นกายนี้ไว้ใช้ยามต้องเผชิญกับความวุ่นวายในเมืองหลวง
"ผมไม่อยากไปเลย..." เสียงพึมพำลอดออกมาจากริมฝีปากหนਾที่แนบอยู่กับลาดไหล่บาง "แค่คิดว่าตื่นมาแล้วไม่ได้เห็นหน้า ไม่ได้ยินเสียง ไม่ได้กอดคุณ... ผมก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะขาดใจตายอยู่แล้วค่ะปาลิน"
คำพูดตัดพ้อที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายมาดนิ่งคนนี้ ทำให้ขอบตาของปาลินร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ มือเรียวเลื่อนขึ้นโอบกอดแผ่นหลังกว้างของคนรักไว้แนบแน่น ซุกซบใบหน้าลงกับไหล่หนaเพื่อซ่อนหยาดน้ำตาที่ไหลรินลงมาเงียบๆ
"แค่เจ็ดวันเองนะคะคุณคิม... แป๊บเดียวก็ครบกำหนดแล้วค่ะ ปาลินจะรออยู่ที่นี่ รอวันที่คุณคิมกลับมา..." ปาลินกระซิบเสียงสั่นเครือ พยายามกลั้นก้อนสะอื้น
รถกระบะคันเก่าของลุงมิ่งจอดเทียบท่าหน้าเรือนพักในเช้าตรู่ของวันถัดมา บรรยากาศรอบตัวช่างเงียบเชียบและวังเวงกว่าทุกวัน ไอหมอกสีขาวหนาทึบลอยปกคลุมยอดสนราวกับธรรมชาติกำลังร่วมไว้ทุกข์ให้กับความอาลัยอาวรณ์ของคนทั้งคู่ คิมหันต์ก้าวขึ้นรถไปแล้ว แต่กระจกฝั่งข้างคนขับยังคงถูกเลื่อนลงมา ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่ปาลินที่ยืนกอดอกพยายามกลั้นน้ำตาอยู่ริมระเบียง
"ดูแลตัวเองดีๆ นะคะปาลิน อย่าหักโหมทำสวนจนลืมกินข้าว แล้วผมจะโทรหาทุกวัน... ทุกวินาทีที่มีโอกาสเลยค่ะ"
"เดินทางปลอดภัยนะคะคุณคิม... ปาลินจะรออยู่ที่นี่ค่ะ"
สิ้นเสียงหวาน รถกระบะคันเก่าก็แล่นลับหายไปในสายหมอกหนาทึบ ปาลินทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นระเบียงไม้ ปล่อยให้น้ำตาที่อั้นไว้ไหลทะลักออกมาอย่างไร้เสียงสะارق ความเงียบเหงาที่คุ้นเคยในอดีตกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่มันกลับน่ากลัวและบีบคั้นหัวใจมากกว่าเดิมหลายเท่า เพราะตอนนี้เขามี "คนสำคัญ" ให้ห่วงหาเสียแล้ว
เวลาผ่านไปอย่างไร้เรี่ยวแรง ปาลินพยายามใช้การดูแลสวนสมุนไพรและตระเตรียมวัตถุดิบทำอาหารเพื่อกลบเกลื่อนความว่างเปล่าในหัวใจ ลุงมิ่งแวะเวียนมาหาบ่อยขึ้นเพื่อไม่ให้คนตัวเล็กต้องเผชิญความเงียบเหงาตามลำพัง แต่ถึงกระนั้น รอยยิ้มของปาลินก็ยังคงเจือความเศร้าสร้อยอยู่เสมอ
จนกระทั่งเดินทางมาถึงวันที่ห้าของการจากลา...
ช่วงบ่ายแก่ๆ ขณะที่ปาลินกำลังก้มหน้าก้มตาคัดแยกใบชาสมุนไพรอยู่บนโต๊ะไม้หน้าเรือน เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังเร็วกว่าปกติก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า ประสาทสัมผัสบอกให้รู้ว่าเป็นใครบางคนที่ไม่ได้คุ้นเคย เสียงหอบหายใจรุนแรงราวกับวิ่งฝ่าป่ามาตลอดทางทำให้ปาลินต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยความแปลกใจ
ใบหน้าของลุงมิ่งที่ปรากฏตรงหน้าเวลานี้ซีดเผือดจนไร้สีเลือด ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มือเหี่ยวย่นสั่นเทาน้อยๆ ยามเมื่อเอื้อมมาคว้าข้อแขนของปาลินไว้แน่นจนเจ็บ
"ปาลินลูก... เอ็งตั้งสติฟังลุงให้ดีๆ นะ..." เสียงแหบพร่าของลุงมิ่งขาดห้วงราวกับคนกำลังจะขาดใจ "เมื่อกี้... ทางโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ โทรมาหาลุง..."
ปาลินรู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน ลมหายใจสะดุดกักค้างอยู่ในลำอก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความหวาดกลัวที่พุ่งทะยานจากก้นบึ้งของหัวใจ
"คุณคิม... เกิดเรื่องแล้ว!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สั่นไหวหัวใจ และเติบโตไปพร้อมกับความรักของคิมหันต์และปาลินในตอนนี้นะคะ
หมอกไม้ไผ่
ไผ่อุ่นในสายหมอก•ตอนที่ 23
การเดินทางชั่วคราว
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไผ่อุ่นในสายหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!