ก้านนิ้วเรียวที่กำลังบรรจงคีบใบชาอู่หลงลงในกาเซรามิกสีนวลชะงักไปนิด เมื่อเสียงฝีเท้าคุ้นเคยดังขึ้นจากระเบียงไม้สักด้านนอก ปาลินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อซ่อนความสั่นไหวในดวงตาคู่สวย พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของคนรักจะก้าวพ้นขอบประตูเข้ามา
คิมหันต์ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก กลิ่นอายความเหนื่อยล้าจากการตรวจแบบแปลนก่อสร้างตลบอบอวลอยู่รอบตัว แต่ทันทีที่ดวงตาคมกริบนั้นสบเข้ากับร่างบางที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะชงชา ความอ่อนโยนก็ฉายชัดขึ้นในแววตาทันที เขาไม่ได้เอ่ยทักทายตามปกติอย่างเคย หากแต่สาวเท้าเข้าไปใกล้ รวบเอวบางเข้าหาตัวแล้วฝังใบหน้าลงกับลาดไหล่ลาดด้วยความโหยหา
"เหนื่อยมากไหมคะวันนี้" ปาลินเอ่ยถาม น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าติดจะแห้งผากเล็กน้อย เขายกมือขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มของอีกฝ่ายอย่างเคยชิน
"เหนื่อยครับ... แต่หายทันทีที่เห็นหน้าคุณ" คิมหันต์กระซิบชิดซอกคอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวเนื้อจนปาลินต้องห่อไหล่ด้วยความจั๊กจี้และวาบหวาม
ทว่าในอกของคนตัวเล็กกลับไม่ได้สงบตามสัมผัสที่อบอุ่นนั้นเลย ปาลินปล่อยให้คิมหันต์กอดอยู่อย่างนั้นครู่ใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจดันแผงอกกว้างเบาๆ เป็นเชิงขอตัวถอยห่าง รอยยิ้มบางเบาที่ระบายอยู่บนริมฝีปากช่างดูฝืนจนคนช่างสังเกตอย่างคิมหันต์ขมวดคิ้วมุ่น
"เป็นอะไรหรือเปล่าปาลิน ทำไมมือเย็นเฉียบเลย" สถาปนิกหนุ่มจับข้อมือเรียวขึ้นมาสำรวจ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่หลบเลี่ยงการสบตาของคนรัก "มีเรื่องอะไรไม่สบายใจใช่ไหม หืม?"
ปาลินเม้มริมฝีปากแน่น ความอัดอั้นที่เก็บงำไว้ตลอดทั้งวันเริ่มตีตื้นขึ้นมาจุกอก ภาพร่างแบบอาคารรีสอร์ทหรูในเมืองกรุงที่คิมหันต์แอบวางไว้บนโต๊ะทำงานเมื่อคืนก่อน ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว มันคือโครงการระดับชาติที่รุ่นพี่สถาปนิกชื่อดังดึงตัวคิมหันต์ให้กลับไปร่วมทีม และนั่นหมายถึงอนาคตที่รุ่งโรจน์ในวงการสถาปัตยกรรมที่คิมหันต์ควรจะได้รับ... ไม่ใช่การมาจมปลักอยู่กับไร่ชาเล็กๆ ในหุบเขาหมอกแห่งนี้กับเขา
"คิม..." ปาลินเปล่งเสียงออกมาแผ่วเบา ราวกับกลัวว่ามันจะสลายไปในอากาศ "คุณจำโปรเจกต์ที่กรุงเทพฯ นั้นได้ใช่ไหมคะ ที่คุณปฏิเสธเขาไปเพราะ... เพราะบอกว่าอยากอยู่ที่นี่กับผม"
คิมหันต์ชะงัก สีหน้าเคร่งขรึมขึ้นทันที "ผมบอกคุณชัดเจนแล้วนี่ครับ ว่าผมเลือกอะไร"
"แต่คุณไม่ควรเลือกผม" ปาลินหลุดปากพูดออกไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่น ดวงตาคู่หวานคลอหน่วยด้วยหยาดน้ำใส "คุณมีอนาคตที่สดใสรออยู่ข้างหน้า มีความสามารถที่ควรจะได้สร้างสรรค์ผลงานระดับประเทศ... ถ้าคุณยังอยู่กับผมที่นี่ แค่เพราะห่วงความรู้สึกผม หรือกลัวว่าผมจะเหงา คุณกำลังเสียเวลาชีวิตนะคิมหันต์"
"ปาลิน!" คิมหันต์เสียงเข้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว มือใหญ่คว้าไหล่บางทั้งสองข้างไว้แน่น แรงบีบสะท้อนถึงความกรุ่นโกรธที่ปะปนอยู่กับความเจ็บปวด "คุณกำลังพูดอะไรออกมา รู้ตัวไหม"
"ผมรู้ตัวดีค่ะ!" ปาลินเงยหน้าสบตา สกัดกั้นน้ำตาไม่ให้ไหลร่วงลงมา "ผมรักไร่นี้ ผมรักธรรมชาติที่นี่ แต่ผมไม่ได้เห็นแก่ตัวจนถึงขนาดจะดึงรั้งปีกของคุณไว้กับกิ่งไม้ผุๆ อย่างผมหรอกนะคะ คุณคิมหันต์... คนเก่งอย่างคุณควรได้บินให้สูง ไม่ใช่มาจำกัดตัวเองอยู่แค่ในหมอกบางๆ แบบนี้"
ห้องชาตกอยู่ในความเงียบงันที่น่ากลัว ลมหายใจของคนทั้งคู่หอบกระชั้น คิมหันต์จ้องมองคนรักด้วยแววตาที่ไหวระริก ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก ไม่ใช่เพราะโกรธคำพูดของปาลิน แต่เพราะเสียใจที่คนรักของเขายังคงมองตัวเองเป็น "ภาระ" หรือ "ตัวถ่วง" อยู่เสมอ
คิมหันต์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ เขายกมือขึ้นประคองแก้มเนียนทั้งสองข้าง นิ้วโป้งเกลี่ยหยาดน้ำตาที่เอ่อล้นขอบตาปาลินออกอย่างอ่อนโยน สัมผัสที่นุ่มนวลนั้นทำให้หัวใจของคนตัวเล็กยิ่งสั่นสะท้าน
"ฟังผมให้ดีนะปาลิน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ ทว่าหนักแน่นดั่งขุนเขา "ที่คุณบอกว่าผมควรบินให้สูง... คุณรู้ไหมว่าทำไมผมถึงยอมทิ้งทุกอย่างที่กรุงเทพฯ แล้วมาอยู่ที่นี่"
ปาลินกะพริบตาปริบ มองใบหน้าคมคายที่จริงจังจนน่าใจหาย
"เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา ผมวิ่งไล่ตามความคาดหวังของครอบครัว วิ่งตามชื่อเสียง ความสำเร็จที่คนอื่นขีดเส้นให้ จนผมลืมไปว่าความสุขที่แท้จริงมันหน้าตาเป็นอย่างไร" คิมหันต์กดสายตาลงมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น "จนกระทั่งผมได้มาเจอคุณ... ได้กลิ่นไอความอบอุ่นจากบ้านหลังนี้ ได้เห็นรอยยิ้มของคุณยามชงชา ได้รู้ว่าการมีใครสักคนรออยู่ที่ปลายทาง มันอุ่นใจแค่ไหน"
"แต่ว่า..." ปาลินจะแย้ง
"ไม่มีแต่ครับปาลิน" คิมหันต์ขัดขึ้น น้ำเสียงจริงจังจนไม่มีช่องให้เถียง "ความสำเร็จ เงินทอง หรือโปรเจกต์ใหญ่โตอะไรนั่น มันไม่มีความหมายเลยสักนิด ถ้าตื่นมาแล้วผมไม่ได้มองเห็นคุณเป็นคนแรก ไม่มีอ้อมกอดนี้คอยโอบอุลมผมเวลาเหนื่อยล้า... คุณไม่ใช่ตัวถ่วง คุณคือ 'บ้าน' ของผม ปาลิน เข้าใจไหมครับว่าบ้านหมายถึงอะไร"
หยาดน้ำตาที่ปาลินพยายามอดกลั้นไว้ ไหลรินลงมาอาบแก้มทันทีเมื่อได้ยินคำพูดนั้น หัวใจที่เคยห่อเหี่ยวและหวาดกลัวว่าตนเองจะไม่คู่ควร พองโตขึ้นด้วยความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกห้องหัวใจ คิมหันต์ดึงร่างบางเข้ามากอดแนบแน่น ซบใบหน้าลงกับลาดไหล่ สะท้อนถึงความรักและความมั่นคงที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกโอบกอดด้วยความละมุนละไมของไอน้ำยามเย็น ความกังวลที่เคยเกาะกินจิตใจค่อยๆ มลายหายไป เหลือเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นสอดประสานกันอย่างเงียบเชียบในกระท่อมปลายไร่
ปาลินยกมือขึ้นโอบกอดแผ่นหลังกว้างของคนรักไว้แน่น ซบหน้าลงกับอกแผ่นหนาเพื่อซึมซับความอบอุ่นนี้ให้ลึกซึ้งที่สุด ความหวาดระแวงในอนาคตถูกพับเก็บไว้ ชั่วขณะนี้มีเพียงพวกเขากับความรักที่มั่นคงดั่งขุนเขา
ทว่า... ในจังหวะที่ความเงียบสงบกำลังโอบล้อมคนทั้งคู่ให้อยู่ในภวังค์แห่งความหวานล้ำ เสียงเคาะประตูดังปึงปังจากด้านนอกก็ทำลายบรรยากาศลงอย่างไร้ความปรานี ตามด้วยเสียงตะโกนตื่นตระหนกของลุงมิ่งที่ดังทะลุผ่านความมืดเข้ามา
"คุณคิมหันต์! คุณปาลิน! แย่แล้วครับ... ที่แปลงชาโซน B เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สั่นไหวหัวใจ และเติบโตไปพร้อมกับความรักของคิมหันต์และปาลินในตอนนี้นะคะ
ไผ่อุ่นในสายหมอก•ตอนที่ 21
ความกังวลในสายหมอก
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไผ่อุ่นในสายหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!