"ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญ จะมาเร็วกว่าที่คิดไว้นะครับ สารวัตร"
เสียงกระซิบแผ่วเบาของพญ.ลลิินลอยละلي่วท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันภายในห้องทำงาน มือเรียวบางที่สวมแหวนเงินเรียบง่ายค่อยๆ ดึงลิ้นชักโต๊ะไม้สีเข้มออกมาช้าๆ ราวกับกำลังเปิดกล่องแพนโดร่า แสงไฟนีออนจากเพดานสะท้อนกับวัตถุโลหะสีเงินวาววับที่นอนสงบนิ่งอยู่บนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาล สิ่งนั้นคือปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มิลลิเมตร ที่มีรอยขูดขีดเป็นสัญลักษณ์รูปดาวสามแฉก—เอกลักษณ์เฉพาะตัวของกระสุนที่ใช้ในคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง "เงาซ้อน" เมื่อสามปีก่อน คดีที่พรากชีวิตคู่หูสนิทของสารวัตรกรณ์ไปต่อหน้าต่อตา
สารวัตรกรณ์ชะงักฝีเท้า ลมหายใจของนายตำรวจหนุ่มสะดุดไปเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อประเมินสถานการณ์ สมองส่วนหน้าทำงานอย่างรวดเร็วด้วยระบบตรรกะและนิติวิทยาศาสตร์ที่ผ่านการฝึกฝนมานับทศวรรษ เขายังไม่ชักปืนออกจากซองพก แต่กล้ามเนื้อทุกมัดพร้อมตอบสนองต่อภัยคุกคามได้ในหน่วยมิลลิวินาที
"คุณเก็บมันไว้ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ หมอลลิิน" สารวัตรกรณ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยาที่พยายามแกะAรอยความจริงจากท่าทีของหญิงสาว
ลลิินไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังเบาะนุ่ม รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากปรากฏขึ้นอย่างน่าฉงน ดวงตากลมโตคู่นั้นมองสบตาเขากลับด้วยความนิ่งสงบเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะทำได้ในสถานการณ์ที่ถูกพัวพันกับหลักฐานคดีฆาตกรรม
"บางที... ความจริงก็มักจะซ่อนอยู่ในที่ที่เรามองข้ามไปเสมอแหละครับ สารวัตร" ลลิินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย เธอยื่นมือไปหยิบปลอกกระสุนนั้นขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ ระหว่างนิ้วเรียว "คุณเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น หรือสิ่งที่สมองพยายามสร้างภาพขึ้นมาเพื่อหลอกตัวเองกันแน่ครับ?"
นี่คือการปะทะกันทางความคิดระหว่างสองขั้ว—ตรรกะอันแข็งกระด้างของตำรวจที่ยึดถือหลักฐานทางกายภาพ กับจิตวิทยาอาชญากรที่มองลึกลงไปถึงแรงขับ องคาพยพ และความซับซ้อนในจิตใจมนุษย์
กรณ์ขยับตัวเข้าใกล้โต๊ะทำงานอีกก้าว สายตาคมกวาดมองไปรอบห้องเพื่อสำรวจองค์ประกอบทางสภาพแวดล้อม (Crime Scene Analysis) หนังสือจิตวิทยาเรียงรายเป็นระเบียบ นาฬิกาแขวนผนังที่เดินตรงเวลา กลิ่นจางๆ ของชาคาโมมายล์ และ... รอยนิ้วมือบนขอบลิ้นชักที่มีมากกว่าหนึ่งชุด
"ตรรกะของผมบอกว่า หลักฐานชิ้นนี้เพิ่งถูกวางไว้ในลิ้นชักไม่เกินสามชั่วโมงก่อนที่ผมจะมาถึง" กรณ์วิเคราะห์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "และรอยเปื้อนคราบน้ำมันปืนบนโต๊ะ ก็บ่งบอกว่าผู้ครอบครองมันเพิ่งทำการทำความสะอาดลำกล้องปืนมาหมาดๆ... หมอไม่ได้เป็นคนเก็บมันไว้ตั้งแต่แรกหรอกครับ แต่มีใครบางคน 'จงใจ' เอามาทิ้งไว้ เพื่อส่งสารบางอย่างถึงเรา"
รอยยิ้มบนใบหน้าของลลิินกว้างขึ้นเล็กน้อย แววตาคู่สวยฉายประกายความพึงพอใจบางอย่างที่ยากจะคาดเดา เธอยกถ้วยชาขึ้นจิบเบาๆ ก่อนจะวางลงบนจานรองอย่างนิ่มนวล
"วิเคราะห์ได้เฉียบคมสมกับที่เป็นมือหนึ่งของกองปราบปรามเลยนะครับ สารวัตร... แต่คุณมองข้ามรายละเอียดที่สำคัญที่สุดไปอย่างหนึ่ง" ลลิินโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ศอกทั้งสองข้างวางทราบลงบนโต๊ะ ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของกรณ์ "ถ้าสารวัตรใช้แค่ตรรกะทางนิติวิทยาศาสตร์ เราไม่มีทางตามทันฆาตกรคนนี้หรอกครับ เพราะสิ่งที่เขาเล่นด้วย ไม่ใช่หลักฐานทางกายภาพ... แต่เป็น 'เกมทางจิตวิทยา'"
บรรยากาศภายในห้องเงียบงัดลงชั่วขณะ เสียงเข็มนาฬิกาเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ทว่าความตึงเครียดระหว่างคนทั้งสองกลับทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เคมีอันทรงพลังของความแตกต่างทางความคิด ค่อยๆ ถักทอหลอมรวมเป็นความร่วมมืออันแน่นแฟ้นทีละน้อย
"ถ้าอย่างนั้น ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาอาชญากร..." กรณ์ผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ ก่อนจะดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามมานั่งลงอย่างใจเย็น "หมอคิดว่า 'สาร' ที่เขาส่งมาในปลอกกระสุนนัดนี้ หมายความว่าอย่างไรครับ"
ลลิินหุบยิ้ม สีหน้าของเธอกลับมาจริงจังและลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทร เธอดึงแฟ้มเอกสารอีกแฟ้มหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ออกมาเปิดกางออก เผยให้เห็นแผนผังความคิด (Mind Map) ที่เต็มไปด้วยรูปถ่ายสถานที่เกิดเหตุ โยงเส้นด้วยด้ายสีแดงและน้ำเงินอย่างซับซ้อน
"มันคือ 'คำเชิญ' ครับ สารวัตร" ลลิินเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระซิบที่ชวนให้ขนลุก "ฆาตกรไม่ได้ต้องการซ่อนตัวอีกต่อไปแล้ว เขากำลังบอกเราว่า เขารู้ว่าเรากำลังตามหาเขา และ... เขาเตรียมสถานที่สำหรับ 'การพบกันครั้งสุดท้าย' เอาไว้แล้ว"
ในวินาทีนั้นเอง หน้าต่างกระจกบานใหญ่ด้านหลังห้องทำงานของลลิินก็ถูกกระทบด้วยแรงลมบางอย่าง พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของสารวัตรกรณ์ที่ดังขึ้นพร้อมเพรียงกันอย่างน่าขนลุก!
กรณ์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู หน้าจอแสดงภาพวิดีโอสดจากกล้องวงจรปิดหน้าอาคาร ที่ปรากฏร่างของชายสวมเสื้อฮู้ดสีดำกำลังยืนหันหลังให้กล้อง พร้อมกับชูวัตถุบางอย่างขึ้นมาในมือ... มันคือนาฬิกาพกโบราณของคู่หูของกรณ์ที่เสียชีวิตไปแล้ว!
และในขณะที่สารวัตรกรณ์กำลังจะเงยหน้าขึ้นเพื่อปรึกษาแพทย์สาวเบื้องหน้า แสงไฟนีออนภายในห้องก็เกิดอาการกะพริบติดๆ ดับๆ ก่อนที่ระบบไฟฟ้าทั้งหมดจะตัดขาดลงอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดเข้าปกคลุมห้องทำงานในพริบตา พร้อมกับเสียงฝีเท้าปริศนาที่ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก... กำลังก้าวเข้ามาใกล้ประตูห้องนี้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้าและมั่นคง!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมไขปริศนาไปด้วยกันนะครับ
บันทึกคดีเงาซ้อนกับจิตแพทย์สาวสองบุคลิก•ตอนที่ 3
ทฤษฎีสองขั้ว
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีเงาซ้อนกับจิตแพทย์สาวสองบุคลิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!