หมอผีไอทีกับหน่วยรบพิเศษสายมูเตลู•ตอนที่ 16

วิญญาณนางรำหน้ากระจก

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
"ถ้าอยากได้สมบัติชิ้นนั้นคืนนัก ก็ไปคุ้ยหาเอาเองในนรกเถอะครับ!" เสียงตะโกนก้องด้วยความเดือดดาลของร้อยเอกกล้าดังสนั่นลั่นห้องรับแขก แรงกดดันจากจิตวิญญาณของนายทหารหนุ่มผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวร้อนผ่าว ร่างโปร่งแสงของหญิงสาวในชุดนางรำโบราณที่กำลังเอื้อมมือเรียวขาวดั่งหยวกกล้วยหมายจะกระชากลากคอมარของแม่สามีจอมสูบ สะดุ้งโหยงจนต้องชักมือกลับ รอยยิ้มพรายบนใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยแป้งร่ำขาวโพลนบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองตรงมาที่กล้าและรำเพยด้วยความอาฆาตมาดร้าย เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสะท้อนก้องอยู่ในกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง ซึ่งบัดนี้ผิวกระจกกลับกลายเป็นสีดำสนิทราวกับน้ำหมึก และมีหยดเลือดไหลรินออกมาเป็นทาง กลิ่นอับชื้นของซากศพและกลิ่นธูปโบราณคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ จนแม่สามีที่นอนฟุบอยู่บนพื้นถึงกับปัสสาวะราดด้วยความหวาดกลัว ร่างกายสั่นเทาจนฟันกระทบกันดัง 'กั๊กๆ' นางพยายามตะเกียกตะกายคลานเข้ามาหลบหลังขาของร้อยเอกกล้า พร้อมกับส่งเสียงร้องคร่ำครวญน่าสมเพช "ช่วย... ช่วยฉันด้วย ลูกกล้า... อีรำเพย ช่วยแม่ด้วย ผีมันจะเอาชีวิตแม่แล้ว!" รำเพยยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยแววตานิ่งสงบ ใบหน้าสวยคมฉายแววเย้ยหยันเล็กน้อย นางไม่ได้ขยับตัวเข้าไปช่วยทันที แต่ปล่อยให้บทเรียนราคาแพงนี้สอนคนเห็นแก่ตัวให้หลาบจำบ้าง สมบัติชิ้นนั้นคือสร้อยคำโบราณที่แม่สามีแอบขโมยมาจากห้องเก็บของในมิติลับของนาง โดยหวังจะเอาไปขายแลกเงินสดมาปรนเปรอผีพนันและญาติพี่น้องสายสูบตัวแสบ โดยไม่รู้เลยว่าสร้อยเส้นนั้นมีอาถรรพ์ผูกติดกับวิญญาณนางรำอาฆาตที่รอวันทวงคืนชีวิต "ทีตอนขโมยของในบ้านฉันไปหน้าตาเฉย ไม่เห็นปากสั่นแบบนี้เลยนะครับคุณแม่" รำเพยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่เชือดเฉือนถึงกระดูกดำ "ทีนี้รู้หรือยังครับว่าของบางอย่าง ต่อให้เก่งมาจากไหน ถ้าไม่ใช่ของ ๓00 ปีที่ควรจะเป็นของท่าน เจ้าของเขาก็ตามมาเอาคืนถึงเตียงนอนแบบนี้แหละครับ" "อี... อีสะดืออ่าง ปากดีนักนะมึง!" แม่สามีแหวใส่ทั้งน้ำตาและน้ำมูกเปรอะเปื้อนใบหน้า แต่ก็ไม่กล้าลุกขึ้นยืนเพราะกลัวเงาดำที่ขยับเคลื่อนไหวอยู่ภายในกระจก วิญญาณนางรำในกระจกส่งเสียงหัวเราะคิกคักชวนขนหัวลุก ใบหน้าขาวโพลนค่อยๆ แนบชิดกับผิวกระจกด้านใน ดวงตาสีเลือดจับจ้องมาที่รำเพยราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนที่ริมฝีปากสีชาดจะขยับเอ่ยคำพูดที่ทำเอาอุณหภูมิในห้องลดฮวบทันที *"มึง... ขวางทางกู... มึงต้องตาย... ตามนางนี่ไป!"* สิ้นเสียงคำราม ร่างของนางรำก็พุ่งทะลุทะลวงออกมาจากกระจกเงา ราวกับภาพยนตร์สยองขวัญสามมิติ เปลวเพลิงสีเขียวมรกตลุกโชนขึ้นรอบตัว กลิ่นเนื้อไหม้เกรียมโชยเข้าจมูกจนน่าสะอิดสะเอียน เจ้าจุก กุมารทองยุคใหม่ที่กำลังนั่งเคี้ยวลูกอมอยู่บนตู้เย็น ถึงกับสำลักรีบคว้าวิทยุสื่อสารคู่ใจออกมากดแจ้งเตือนทันที "พี่กล้า! ระวังข้างหลังครับ! พลังงานลบพุ่งทะยานเกินแปดร้อยจุดแล้ว ระวังตัวด้วยนะครับ!" ร้อยเอกกล้าไม่รอช้า เขาก้าวเท้าออกไปยืนขวางหน้าภรรยาและมารดาไว้ทันที กล้ามเนื้อภายใต้เครื่องแบบสนามเกร็งแน่น ไอร้อนจากจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์และกล้าหาญระเบิดออกมาเป็นเกราะแก้วสีทองจางๆ ห่อหุ้มร่างกาย เมื่อมือเรียวยาวเล็บแหลมคมของนางรำพุ่งเข้ามาปะทะกับเกราะพลังนั้น เสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเหล็กกระทบเหล็ก ประกายไฟแลบแปลบปลาบจนแม่สามีต้องหลับตาปี๋ด้วยความกลัว "คิดจะทำร้ายภรรยาผม ข้ามศพผมไปก่อนเถอะครับ!" กล้าคำรามลั่นด้วยเสียงอันทรงพลัง แรงกดดันจากนายทหารหนุ่มทำให้วิญญาณนางรำถึงกับผงะถอยหลังไปหลายก้าว นางไม่เคยเจอจิตมนุษย์ที่แข็งแกร่งและดุดันขนาดนี้มาก่อนในรอบร้อยปี แต่วิญญาณอาฆาตย่อมไม่ยอมรามือแค่นั้น นางรำสะบัดแขนเสื้อยาวรุ่มร่าม เกิดเป็นกลุ่มควันสีดำทมิฬพวยพุ่งเข้าปกคลุมทั่วห้องจนมองไม่เห็นทาง รำเพยหรี่ตาลง นางรู้ดีว่าการจะปราบวิญญาณระดับนี้ด้วยกำลังอย่างเดียวไม่ได้ผล ต้องตัดรากถอนโคนด้วยการปลดปล่อยพันธนาการแห่งความแค้นในอดีต "เดี๋ยวสครับคุณกล้า..." รำเพยเอื้อมมือไปแตะแขนสามีเบาๆ ส่งสัญญาณให้ผ่อนแรงลง นางก้าวเท้าเดินออกมาเผชิญหน้ากับกลุ่มควันสีดำนั้นด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ ดวงตาส่งประกายวาววับด้วยปัญญา "เจ้าไม่ได้ตายเพราะสร้อยเส้นนั้นหรอก... แต่เจ้าตายเพราะถูกคนใกล้ตัวทรยศหักหลังในเรือนไทยหลังเก่าต่างหากเล่า ทำไมถึงยังจองเวรคนไม่เลือกหน้าแบบนี้ล่ะครับ?" ร่างของนางรำชะงักกุน Кวันสีดำค่อยๆ จางลง เผยให้เห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและแค้นเคือง นางส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนอีกครั้งเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ราวกับถูกจี้เข้าที่แผลสดในอดีต "ใช่... กูถูกไอ้คนใจร้ายนั่นมันฆ่า... มันหักหลังกู!" นางรำแผדเสียงลั่นห้อง "พวกมันทุกคนต้องชดใช้!" รำเพยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาจากมิติลับ มันคือ "ปิ่นปักผมทองคำแท้สลักลายดอกพุดตาน" ที่มีคราบเลือดเก่าแห้งกรังติดอยู่ ซึ่งนางบังเอิญขุดพบใต้ถุนเรือนไทยร้างเมื่อตอนไปซื้อที่ดินแปลงใหม่มาทำเกษตรอินทรีย์ ทันทีที่ปิ่นปักผมปรากฏแก่สายตา วิญญาณนางรำก็เบิกตากว้าง ร่างที่เคยเกร็งขึงอ่อนยวบลงทันที หยดน้ำตาเป็นสายเลือดไหลอาบแก้มขาวโพลน นางพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ *"ปิ่น... ของกู... อยู่ที่เจ้าได้อย่างไร..."* รำเพยวางปิ่นปักผมลงบนโต๊ะไม้ด้วยความนุ่มนวล และเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลแต่มั่นคง "เจ้าของตัวจริงเขาไม่ได้อยากให้เจ้าจองเวรคนอื่นไปทั่วหรอกครับ... เขารอให้เจ้ามารับของสิ่งนี้คืน เพื่อจะได้ไปผุดไปเกิดต่างหากล่ะครับ" บรรยากาศในห้องเงียบสงบลงชั่วขณะ เสียงลมหายใจของทุกคนผ่อนลง ความตึงเครียดเริ่มคลี่คลายลงทีละน้อย แม่สามีที่แอบมองอยู่หลังโซฟาเริ่มถอนหายใจโล่งอก คิดว่าเรื่องคงจะจบลงด้วยดีแล้ว ทว่า... ในวินาทีที่นางรำกำลังเอื้อมมือโปร่งแสงไปแตะปิ่นปักผมทองคำด้วยแววตาที่อ่อนโยนลงนั้นเอง พื้นไม้ปาร์เกต์เบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรงราวกับแผ่นดินไหว! รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางห้องรับแขก พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นและก้องกังวานของใครบางคนที่ดังแทรกขึ้นมาจากใต้พื้นพิภพ— *"ฮ่าๆๆๆ... คิดว่าจะปล่อยมันไปง่ายๆ อย่างนั้นหรือยายหนูน้อย... วิญญาณดวงนี้เป็นของข้า!"* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หมอผีวัยรุ่น" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีไอทีกับหน่วยรบพิเศษสายมูเตลู นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%