"อย่าขยับ! ถ้าแกไม่อยากให้สมองกระจายไปทั่วรั้วบ้านนั่น"
ผมตะโกนก้อง เสียงของผมสั่นเล็กน้อยแต่ยังคงความเด็ดขาดตามวิสัยทหาร กล้าก้าวขึ้นมายืนบังข้างหลังรำเพยโดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังกว้างของเขาสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาจากภรรยาที่ปกติจะเข้มแข็งราวกับหินผา แต่ในวินาทีนี้ มือที่กำด้ามปืนพกของรำเพยกลับชุ่มไปด้วยเหงื่อ
ร่างเงาในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่รัฐคนนั้นหยุดนิ่ง รอยยิ้มที่บิดเบี้ยวจนมุมปากแทบฉีกถึงใบหูค่อยๆ ขยายกว้างขึ้น มันไม่ใช่รอยยิ้มของมนุษย์ แต่มันคือการขยับกล้ามเนื้อที่ถูกสั่งการโดยบางสิ่งที่อาศัยอยู่ในซากศพ กลิ่นควันไอเสียที่ฟุ้งกระจายอยู่นั้นจางหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงเหมือนเนื้อที่ถูกหมักในน้ำครำมานานนับปี
"สี่ปี... นายคงจำใบหน้าของเพื่อนร่วมรบคนนี้ได้แม่นสินะ กล้า" เสียงมันแหบแห้งเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง
รำเพยกัดฟันกรอด เธอไม่ได้สนใจคำพูดพล่ามของผีร้ายนั่น สายตาของเธอจับจ้องไปที่เอกสารสีเหลืองซีดที่เหน็บอยู่ในกระเป๋าเสื้อเครื่องแบบของมัน กระดาษแผ่นนั้นดูแปลกแยกจากความเน่าเฟะรอบตัว มันเปล่งประกายสีทองจางๆ สะท้อนแสงไฟจากหน้ารถราวกับถูกอาคมคุ้มครองไว้
"เจ้าจุก! อย่าเพิ่งเล่นคอมพิวเตอร์ ไปคว้าไอ้กริชอาคมในมิติมาให้ฉัน เดี๋ยวนี้!" รำเพยสั่งเสียงเฉียบ
กุมารทองในร่างเด็กน้อยผมจุกกระโดดแผล็วลงมาจากโต๊ะทำงานทันที มันหยิบกริชด้ามไม้พยุงแกะสลักส่งให้รำเพยด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเกินวัย รำเพยรับมันมาแล้วกระซิบคาถาเบาๆ จนใบกริชมีแสงสีฟ้าแลบแปลบปลาบ
"นายคิดว่าปืนนั่นจะทำอะไรฉันได้งั้นเหรอ?" ร่างนั้นหัวเราะลั่น ก่อนจะสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ประตูกระจกที่พังลงมาก็พุ่งเข้าใส่พวกเราเหมือนคมหอก
"รำเพย! หลบไป!" กล้าตะโกนก้องก่อนจะคว้าตัวรำเพยเหวี่ยงไปด้านข้าง ตัวเขาเองรับแรงปะทะจากเศษกระจกจนเสื้อผ้าขาดวิ่น แต่ทว่า... เศษกระจกเหล่านั้นกลับไม่สามารถทิ้งรอยขีดข่วนบนผิวหนังของทหารหนุ่มได้เลย ไอแห่งความซื่อสัตย์และจิตที่บริสุทธิ์กลายเป็นเกราะมนตราที่แข็งแกร่งที่สุดในยามวิกฤต
ผมสบโอกาสพุ่งตัวเข้าไปใกล้ ร่างนั้นชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นรำเพยที่ตั้งหลักได้แล้วพุ่งเข้ามาพร้อมกริชอาคม เธอไม่ได้แทงไปที่อก แต่มุ่งเป้าไปที่กระเป๋าเสื้อของมัน รำเพยกระชากกระดาษแผ่นนั้นออกมาได้สำเร็จพร้อมกับส่งแรงถีบเข้าที่ยอดอกของมันจนร่างนั้นกระเด็นไปกระแทกกับฝากระโปรงรถกระบะจนยุบลงไป
ร่างเงาปริศนากรีดร้องเสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก ก่อนจะสลายกลายเป็นควันดำพุ่งหายเข้าไปในความมืดทิ้งไว้เพียงกลิ่นเหม็นไหม้ที่อบอวลอยู่ทั่วบริเวณ
รำเพยหอบหายใจแรง เธอรีบกางเอกสารแผ่นนั้นออกดู มือของเธอสั่นจนกระดาษสั่นพึ่บพับ เนื้อหาข้างในนั้นถูกเขียนด้วยลายมือที่คุ้นตา ลายมือของ 'ลุงบุญ' หมอผีอาวุโสที่หายสาบสูญไปเมื่อหลายปีก่อน
*'รำเพย... หากเจ้าได้รับจดหมายฉบับนี้ แสดงว่าพวกมันเริ่มข้ามเส้นเขตแดนมาแล้ว อย่าได้หลงเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น ประวัติศาสตร์ไม่ได้ถูกจารึกไว้โดยผู้ชนะ แต่ถูกเขียนขึ้นโดยผู้ที่ตายไปแล้วก่อนจะถูกย้อมสีใหม่ จงระวังชายที่ไม่มีเงาในกระจก เพราะเขาคือผู้นำทางสู่หายนะที่เจ้าไม่อาจหลีกเลี่ยง'*
"รำเพย... นี่มันหมายความว่ายังไง" กล้าเดินเข้ามาดูสิ่งที่อยู่บนกระดาษ สายตาของเขาจ้องไปที่ลายเซ็นท้ายจดหมายที่เขียนด้วยเลือดสดๆ
รำเพยไม่ตอบ เธอรีบหันไปมองกระจกเงาบานใหญ่ที่แขวนอยู่ข้างผนังบ้านเพื่อพิสูจน์ความจริงบางอย่าง แต่แล้วเธอก็ต้องเบิกตากว้างจนแทบหลุดออกมาจากเบ้า
ในกระจก... เงาของกล้าที่ยืนอยู่ข้างเธอนั้นไม่ได้สะท้อนภาพสามีที่อบอุ่น แต่เป็นภาพร่างชายในชุดทหารคนเดิมที่เพิ่งจะสลายตัวไป เขากำลังยืนซ้อนหลังกล้าตัวจริงพร้อมกับยื่นมือที่เน่าเปื่อยค่อยๆ โอบรอบคอของสามีเธออย่างช้าๆ รอยยิ้มสยดสยองนั่นปรากฏขึ้นอีกครั้งในกระจกเงา ไม่ใช่บนใบหน้าของคนตรงหน้า!
"กล้า... อย่าหันไปนะ..." รำเพยกระซิบด้วยเสียงที่สั่นพร่าที่สุดเท่าที่เคยพูดมา
ทว่าทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าคอมแบทก็ดังขึ้นจากด้านหลังของกล้า ทั้งที่ในบ้านไม่มีใครอยู่ นอกจากเราสองคน
"สวัสดีรำเพย... ขอบคุณที่ช่วยฉันปลดล็อกจดหมายเตือนนั่นนะ เพราะถ้าเธอไม่เปิดมัน... ฉันก็ไม่มีทางหาทางเข้าสู่จิตใจของสามีเธอได้เลย"
เสียงนั้นไม่ใช่เสียงคนตาย... แต่มันคือเสียงของแม่สามีที่ตายไปแล้วเมื่อเดือนก่อน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของคู่สามีภรรยาคู่นี้นะครับ แล้วพบกันตอนหน้าครับ
หมอผีไอทีกับหน่วยรบพิเศษสายมูเตลู•ตอนที่ 21
คำสาปจากผู้มาก่อนกาล
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีไอทีกับหน่วยรบพิเศษสายมูเตลู นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!