..."ฮìๆๆๆ... เจ้าสาวตัวน้อย เจ้าคิดว่าพิธีแต่งงานปลอมๆ นี่จะตบตาข้าได้จริงๆ งั้นรึ? เจ้าต่างหาก... ที่เดินเข้ามาในหลุมศพที่ข้าขุดรอไว้แล้ว!"
เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังก้องสะท้อนในโสตประสาทของร้อยเอกกล้า ราวกับเสียงกรรไกรตัดผ่านความเงียบของค่ำคืนอันเหน็บหนาว นายทหารหนุ่มผู้มีกล้ามเนื้อแน่นตึงและหัวใจที่เต็มไปด้วยความภักดีต่อภรรยา ไม่ได้ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว มือใหญ่วางทابลงบนบ่าบางของรำเพยอย่างมั่นคง ถ่ายทอดความอบอุ่นและพลังจิตอันบริสุทธิ์ที่ฝึกฝนมาจากการเผชิญหน้ากับความเป็นความตายในแนวหน้า
"พี่กล้า..." รำเพยพึมพำ ดวงตาคู่สวยที่ปกติมักฉายแววเจ้าเล่ห์และเด็ดเดี่ยวในยามทำการค้า ตอนนี้กลับมีความลังเลเจือความกังวลฉายชัดอยู่ภายใน
"ไม่ต้องกลัวครับรำเพย มีผมอยู่ตรงนี้ ไม่มีภูตผีหรือไอ้หน้าไหนหน้าไหนทำอะไรคุณได้ทั้งนั้น" เสียงทุ้มต่ำของสามีหนุ่มหนักแน่นราวกับขุนเขา มันไม่ใช่คำพูดหวานเลี่ยนไร้สาระ แต่เป็นคำมั่นสัญญาจากลูกผู้ชายที่พร้อมจะเอาชีวิตเข้าแลก
บรรยากาศรอบตัวในห้องรับรองของเรือนไทยโบราณบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ ไอเย็นยะเยือกพัดโชยราวกับมีคนเปิดประตูห้องเก็บศพกลางฤดูร้อน กลิ่นสาปสางและกลิ่นดอกไม้จันทน์คละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน เจ้าจุก กุมารทองยุคใหม่ที่กำลังนั่งเคี้ยวลูกอมสตรอว์เบอร์รีอยู่ในมิติลับ ถึงกับโผล่หัวออกมาครึ่งตัว มือเล็กๆ ถือวิทยุสื่อสารรุ่นกระเป๋าหิ้วพร้อมตะโกนเสียงแหลม
"นายครับ! สัญญาณชีพจรวิญญาณข้างนอกพุ่งปรี๊ดเลยครับ! ระดับความอาฆาตพุ่งทะลุร้อยเดซิเบลแล้ว แบบนี้หม้อข้าวต้มมัดที่เพิ่งกวนเสร็จข้างล่างได้บูดหมดแน่ๆ!"
รำเพยถอนหายใจยาว ดวงตาคมกริบมองไปยังมุมมืดของห้องที่เงาประหลาดกำลังขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ นางหันมามองสามีผู้ซื่อสัตย์ที่ยืนบังร่างตนไว้อย่างปกป้อง แล้วตัดสินใจว่าถึงเวลาที่ต้องพูดความจริงบางอย่างที่เก็บงำมานาน
"พี่กล้า... เคยสงสัยไหมครับ ว่าทำไมของในมิติลับของฉันถึงมีแต่ของแปลกๆ และทำไมฉันถึงปราบผีได้คล่องแคล่วยิ่งกว่าสัปเหร่อมืออาชีพเสียอีก" รำเพยเอ่ยขึ้นท่ามกลางความกดดัน เสียงของนางราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือนบางอย่าง
ร้อยเอกกล้าก้มลงมองภรรยา ดวงตาคมเข้มฉายแววอ่อนโยนระคนแปลกใจเล็กน้อย "ผมรักคุณที่เป็นคุณครับรำเพย เรื่องอื่นถ้าคุณไม่อยากพูด ผมก็ไม่เคยเซ้าซี้... แต่ถ้ามันอันตรายถึงชีวิต ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมรับได้ทุกอย่าง"
รำเพยยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนเวลาต่อรองราคาสินค้าในตลาด แต่มันคือรอยยิ้มที่เปราะบางที่สุดเท่าที่สามีเคยเห็นมา
"ความจริงแล้ว... ฉันไม่ใช่คนยุคนี้"
ประโยคสั้นๆ ลอยเคว้งคว้างอยู่ในความเงียบ เจ้าจุกในมิติลับถึงกับทำวิทยุหลุดมือเสียงดัง *ตุ้บ!*
"ในโลกเดิมของฉัน..." รำเพยเริ่มเล่า เสียงของเธอนุ่มนวลราวกับเสียงกระซิบจากอดีต "ฉันเป็นเด็กกำพร้าที่เติบโตมาในยุคที่เต็มไปด้วยคอนกรีตและแสงสีนีออน ฉันใช้ชีวิตอยู่กับการคำนวณตัวเลข งบดุล และการเอาตัวรอดจากคนหน้าเนื้อใจเสือในโลกทุนนิยมอันโหดร้าย... จนกระทั่งวันหนึ่ง อุบัติเหตุทางรถยนต์พรากทุกอย่างไปจากฉัน แต่แทนที่ฉันจะตาย วิญญาณของฉันกลับถูกดึงดูดเข้ามาในร่างของรำเพยคนนี้... หญิงสาวอาภัพที่ถูกแม่สามีใจร้ายและญาติจอมสูบหมายจะฮุบที่ดินและขายให้ผีสางเพื่อแลกกับเงินก้อนโต"
ร้อยเอกกล้าฟังเงียบๆ มือใหญ่กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ไม่มีคำอุทานด้วยความตกใจ ไม่มีแววตาหวาดระแวง มีเพียงความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจที่ฉายชัดผ่านดวงตาคู่นั้น
"ตอนแรก ฉันคิดแค่ว่าจะใช้มิติลับที่ติดวิญญาณมาด้วยนี้ หาเงิน ทำมาหากิน ปลูกผัก เลี้ยงปลา และตบเกรียนพวกเปรตในคราบมนุษย์ให้เข็ดหลาบ..." รำเพยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำตาคลอเบ้าเล็กน้อย "แต่ฉันไม่เคยคิดเลยว่า... ฉันจะได้มาพบกับผู้ชายซื่อบื้ออย่างคุณ ผู้ชายที่มีไอความอบอุ่นและจิตใจบริสุทธิ์เสียจนพวกภูตผีไม่กล้าเข้าใกล้"
"ผมเป็นคนซื่อบื้อเหรอครับเนี่ย" ร้อยเอกกล้าอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มออกมาท่ามกลางสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาญ
"ก็ใช่น่ะสิครับ!" รำเพยค้อนขวับหนึ่งทีแก้เขิน "รู้ไหมว่าพลังจิตและหยาดเหงื่อจากการออกกำลังกายของคุณน่ะ มันคือเกราะอาคมชั้นดีที่ทำให้มิติลับของฉันเสถียรขึ้น และทำให้ฉันกล้าที่จะเผชิญหน้ากับไอ้พวกวิญญาณเร่ร่อนพวกนั้น"
*โครม!*
เสียงหน้าต่างไม้สักของเรือนโบราณถูกกระแทกเปิดออกด้วยแรงลมมหาศาล ไอเย็นยะเยือกพัดเข้ามาจนเปลวเทียนดับวูบ เหลือเพียงแสงจันทร์สลัวที่สาดส่องเข้ามา เงาดำทึบรูปร่างบิดเบี้ยวร่างหนึ่งก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา ร่างนั้นสูงใหญ่เกินมนุษย์ ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองมาที่ทั้งคู่ด้วยความริษยาและแค้นเคือง
"นึกว่าหนีพ้นงั้นรึอีนาง... วิญญาณที่ขโมยมาจะต้องชดใช้ด้วยเลือด!" เสียงแหบพร่าดั่งมาจากขุมนรกดังขึ้น
ร้อยเอกกล้ารีบดึงรำเพยมาหลบไว้ด้านหลัง สัญชาตญาณทหารตื่นตัวเต็มที่ มือขวากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน พร้อมซัดเข้าใส่ไอ้ตัวประหลาดตรงหน้าทันทีที่มันขยับ
แต่รำเพยกลับดึงชายเสื้อสามีไว้ นางก้าวออกมาข้างหน้า รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก ดวงตาคู่นคมกริบมองตรงไปยังภูตผีตนนั้นโดยไม่สะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย
"คิดว่ามีแค่แกที่มีวิชาหรือไง..." รำเพยพึมพำเบาๆ
ปลายนิ้วเรียวยาวสะบัดเบาๆ กลางอากาศ ประตูมิติลับสีทองอร่ามเปิดกว้างออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับกลิ่นหอมหววนรุนแรงของ "แกงไตปลาโบราณสูตรเด็ดเผ็ดจัดจ้าน" ที่ถูกเคี่ยวทิ้งไว้ในมิติข้ามเวลาพุ่งทะลักออกมากลบกลิ่นสาปสางจนหมดสิ้น และสิ่งที่ก้าวตามกลิ่นนั้นออกมา ไม่ใช่มีดหรืออาคม... แต่เป็นเสียงหัวเราะคุ้นเคยของใครบางคนที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาโผล่เอาตอนนี้!
"อุ๊ยตายวายชีวิด! ทำไมกลิ่นแกงบ้านนี้มันฉุนเตะจมูกนังย้อยจนแสบไส้แบบนี้ล่ะวะเนี่ย!"
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หมอผีวัยรุ่น" มาโดยตลอดนะครับ!
หมอผีไอทีกับหน่วยรบพิเศษสายมูเตลู•ตอนที่ 18
ความลับในมิติลับ
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีไอทีกับหน่วยรบพิเศษสายมูเตลู นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!