เสียงฝ่ามือกระแทกลงบนโต๊ะไม้สักทองดัง *ปัง* สนั่นห้องพักครู
เอกสารรายงานการประเมินภาคปฏิบัติประจำเดือนปลิวว่อนเล็กน้อยตามแรงลม แต่เจ้าของเรือนผมสีเงินยาวสลวยที่นั่งอยู่เบื้องหลังโต๊ะทำงานตัวนั้นหาได้ใส่ใจไม่ ดวงตาสีอัมพันคู่คมกริบของอาจารย์เซเรน่าจ้องมองเด็กหนุ่มปีหนึ่งที่ยืนกอดอกทำหน้าตายอยู่เบื้องหน้า ราวกับกำลังพยายามเจาะทะลุเปลือกนอกอันแสนเยือกเย็นและเฉื่อยชาของเขาให้พรุนเป็นร้อยรู
"เธอคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ ริน"
น้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงแรงกดดันระดับมหาศาลดังขึ้น อาจารย์เซเรน่าประสานมือเข้าหากัน ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบ แต่มันกลับสร้างความอึดอัดให้แก่อากาศโดยรอบจนแทบหายใจไม่ออก "ในขณะที่เพื่อนร่วมชั้นของเธอต่างวิ่งวุ่นฝึกฝนวงแหวนเวทธาตุเพื่อเตรียมตัวสำหรับการคัดเลือกสนามประลองกลางสถาบัน แต่เธอกลับ... นั่งตกปลาเวทมนตร์อยู่หลังตึกอำนวยการเนี่ยนะ?"
รินถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างไม่ค่อยรีบร้อนนัก เขากวาดสายตามองเอกสารข้อร้องเรียนกองโตที่ถูกเลื่อนมาตรงหน้า ก่อนจะเงยหน้าสบตาอาจารย์สาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดที่สุดในรอบทศวรรษ
"การตกปลาเวทมนตร์ด้วยเอ็นมานาความหนาแน่นต่ำ เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการฝึกควบคุมสมาธิและลดการสูญเสียพลังงานส่วนเกินครับอาจารย์... อีกอย่าง ผมไม่ได้ขี้เกียจ แค่ประหยัดทรัพยากรตามทฤษฎีเวทสายชิลล์ที่ผมเขียนส่งไปเมื่อสัปดาห์ก่อนต่างหาก"
"ทฤษฎีเหลวไหลนั่นนะเหรอ!" เซเรน่าแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย "ทฤษฎีที่บอกว่าเวทมนตร์ที่ดีที่สุดคือการไม่ใช้เวทมนตร์ แต่ใช้แรงโน้มถ่วงและโมเมนตัมจัดการคู่ต่อสู้เนี่ยนะ? เธอคิดว่าคณะกรรมการคัดเลือกจะยอมรับข้ออ้างตลกๆ ของเด็กปีหนึ่งที่สอบภาคปฏิบัติได้คะแนนคาบเส้นอย่างเธอหรือไง"
ห้องทำงานตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงกระดาษพลิกไหว รินรู้ดีว่าการเถียงกับอาจารย์เซเรน่าในตอนนี้มีแต่จะทำให้ตัวเองกลายเป็นเป้าหมายของการฝึกนรกแตกเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว แต่อีกใจหนึ่ง เขาก็ไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งสถาบันจากการลงไปกลิ้งคลุกฝุ่นในสนามประลองเวทที่เต็มไปด้วยพวกเลือดร้อน
"ถ้าผมปฏิเสธที่จะลงแข่งล่ะครับ" รินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว
เซเรน่าชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากถูกจุดขึ้นอย่างน่ากลัว มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความสุข แต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมแล้วเรียบร้อย
"เธอปฏิเสธไม่ได้หรอก ริน" เซเรน่าหยิบกระดาษแผ่นสุดท้ายขึ้นมา ชูให้เด็กหนุ่มเห็นตราประทับสีแดงฉานที่มุมกระดาษ "นี่คือคำสั่งตรงจากสำนักอธิการบดี เนื่องจากผลงานวิจัยเชิงทฤษฎีของเธอถูกนำไปถกเถียงกันในหมู่สภาจอมเวท ทางสถาบันจึงมีมติเป็นเอกฉันท์... บังคับให้เธอต้องลงแข่งขันในรอบคัดเลือกตัวแทนปีหนึ่งแบบกรณีพิเศษ"
ดวงตาสีดำสนิทของรินหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากหายไป ความเฉื่อยชาถูกแทนที่ด้วยประกายความคิดที่แล่นเร็วจี๋ในหัว
*โดนบังคับให้ลงแข่งเพื่อพิสูจน์ความสามารถอย่างนั้นสินะ...*
"ถ้าอย่างนั้น..." รินสูดลมหายใจเข้าลึก
"ถ้าผมชนะการประลองในครั้งนี้ ผมขอสิทธิ์ยกเว้นการเข้าเรียนวิชาภาคปฏิบัติของอาจารย์ตลอดภาคเรียนนี้ พร้อมกับสิทธิ์ในการเข้าถึงหอสมุดต้องห้ามชั้นที่สี่... เป็นข้อแลกเปลี่ยนได้ไหมครับ"
เซเรน่าถึงกับนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ นางไม่คาดคิดเลยว่าเด็กหนุ่มผู้รักความสบายคนนี้ จะกล้าต่อรองข้อเสนอที่เดิมพันด้วยสิทธิ์ระดับสูงเช่นนั้น ทว่า เมื่อพิจารณาจากความลับที่นางกำลังปกปิดอยู่เกี่ยวกับการผนึกพลังใต้ดินของสถาบัน รินอาจจะเป็นตัวแปรเดียวที่นางตามหามานาน
"ได้..." เซเรน่าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของนางทาบทับร่างของรินจนมิด "ถ้าเธอชนะและยืนหยัดอยู่บนสนามประลองได้จนถึงรอบสุดท้าย... ฉันจะอนุมัติทุกอย่างที่เธอขอ แต่ถ้าเธอแพ้... เตรียมตัวรับโปรแกรมฝึกพิเศษ 'นรกเยือกแข็ง' ที่ฉันออกแบบไว้สำหรับเธอคนเดียวโดยเฉพาะ เป็นเวลาสามเดือนเต็ม"
*กริ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ซ่อนอยู่ภายในจิตสำนึกของรินดังขึ้นทันทีโดยที่ไม่มีใครได้ยิน
[ระบบตรวจพบภารกิจสำคัญระดับ SSS: ก้าวแรกสู่สนามประลอง]
[เงื่อนไข: เอาชนะคู่ต่อสู้ในรอบคัดเลือกด้วยการใช้พลังเวทไม่เกิน 5%]
[บทลงโทษหากล้มเหลว: โปรแกรมฝึกนรกเยือกแข็ง (เพิ่มอัตราการตายทางจิตใจ 200%)]
รินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เป็นรอบที่ร้อยของวัน แต่ในขณะเดียวกัน มุมปากของเขากลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย
"รับทราบครับอาจารย์... ถ้าอย่างนั้น คงต้องไปวอร์มร่างกายสักหน่อยแล้วสินะครับ"
***
บรรยากาศในสนามประลองกลางแจ้งของสถาบันเวทมนตร์เนืองแน่นไปด้วยผู้คน เสียงโห่ร้องและเสียงเชียร์ดังกึกก้องสะท้อนไปทั่วอัฒจันทร์หินอ่อนขนาดยักษ์ แสงสีฟ้าและสีแดงจากการร่ายเวทอุ่นเครื่องระยิบระยับอยู่ทั่วทุกมุมสนาม กลิ่นอายของมานาที่หนาแน่นจนผิวหนังรู้สึกชาทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความฮึกเหิม
รินก้าวเดินลงสู่พื้นสนามประลองเบื้องล่างด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและเชื่องช้า ราวกับเขากำลังเดินเล่นอยู่ในสวนสาธารณะยามบ่าย ชุดคลุมนักเรียนปีหนึ่งสีเทาสะอาดตาตัดกับบรรยากาศความตึงเครียดรอบตัวอย่างสิ้นเชิง สายตานับร้อยคู่บนอัฒจันทร์ต่างจ้องมองมาที่เขาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งดูแคลน สมเพช และอยากรู้อยากเห็น
"เฮ้ย! นั่นมันไอ้เด็กประหลาดห้องสามนี่หว่า ได้ยินมาว่ามันใช้เส้นสายหรือไงถึงได้มาโผล่อยู่ในรอบคัดเลือกตัวแทนได้"
"ได้ข่าวว่ามันแทบไม่เคยร่ายเวทโจมตีเลยสักครั้งตั้งแต่เปิดเทอม สงสัยคงขึ้นไปเป็นกระสอบทรายให้รุ่นพี่อัดเล่นแหละมั้ง ฮ่าๆๆ!"
เสียงซุบซิบนินทากล่าวหาดังเล็ดลอดลงมาตามลม รินไม่ได้ใส่ใจกับเสียงเหล่านั้นแม้แต่น้อย เขากวาดสายตามองคู่ต่อสู้ที่ยืนรออยู่ฝั่งตรงข้าม
คู่ต่อสู้ของเขาคือ 'แกเร็ธ' นักเรียนปีหนึ่งสายเวททำลายล้างผู้ขึ้นชื่อเรื่องความรุนแรงและอารมณ์ร้อน ร่างกายของแกเร็ธกำยำเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ และในมือถือค้อนเวทมนตร์ขนาดใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยพลังธาตุไฟสีส้มแดงจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
"แกสินะ... ไอ้ตัวปัญหาที่ทำให้อาจารย์เซเรน่าต้องเสียเวลาเรียกประชุมสภา" แกเร็ธแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม ค้อนในมือถูกฟาดลงกับพื้นสนามจนเกิดเสียงระเบิดเบาๆ "เตรียมใจรับความเจ็บปวดไว้ได้เลย ฉันจะสอนให้รู้เองว่าเวทมนตร์สายชิลล์ของแกมันไม่มีค่าอะไรเลยบนสังเวียนแห่งนี้!"
รินเอามุกมือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าเสื้อคลุม อีกข้างยกขึ้นเกาแก้มเบาๆ อย่างเกียจคร้าน เขามองประเมินวิถีการไหลเวียนของมานาในตัวของแกเร็ธผ่านดวงตาที่เปิดใช้งานเนตรวิเคราะห์
*ธาตุไฟความหนาแน่นสูง, จุดศูนย์ถ่วงค่อนข้างต่ำเวลาเหวี่ยงค้อน, และที่สำคัญ... ควบคุมอารมณ์ได้แย่มาก*
"เชิญก่อนเลยครับ ผมฟังอยู่" รินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและสุภาพเรียบร้อย ซึ่งมันยิ่งทำให้แกเร็ธโกรธจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
"ไอ้สารเลว! ตายซะเถอะ!"
แกเร็ธคำรามลั่น พุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูงราวกับลูกปืนใหญ่ ค้อนเวทมนตร์อัดแน่นด้วยเปลวเพลิงแผดเผาพุ่งตรงเข้าใส่ศีรษะของรินอย่างไม่คิดชีวิต แรงลมจากการเหวี่ยงค้อนรุนแรงจนผู้ชมบนอัฒจันทร์ต่างส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ
ทว่า... รun กลับยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ราวกับกาลเวลาหยุดเดิน
ในเสี้ยววินาทีที่ค้อนเพลิงกำลังจะกระแทกเข้าใส่ร่างของริน เด็กหนุ่มเพียงแค่ก้าวเท้าถอยหลังไปครึ่งก้าวอย่างนุ่มนวล ปล่อยให้โมเมนตัมและแรงเหวี่ยงทั้งหมดของแกเร็ธพุ่งผ่านหน้าอกเขาไปเฉียดฉิว พร้อมกันนั้น นิ้วมือข้างที่ว่างของรินก็ดีดเบาๆ ไปที่จุดชีพจรมานาข้อต่อหัวเข่าของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำราวดั่งผ่าซีก
*เปรี๊ยะ!*
เสียงกระแสมานาภายในตัวของแกเร็ธชะงักงันไปชั่วพริบตา แรงสะท้อนย้อนกลับจากทฤษฎีเวทประยุกต์ทำให้ร่างหนาของแกเร็ธเสียหลักล้มคะมำลงไปกองกับพื้นสนามอย่างไม่เป็นท่า ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้ชมทั้งสนามที่อ้าปากค้างจนแทบกลืนกินกำปั้นลงไปได้
รินก้มมองคู่ต่อสู้ที่นอนคว่ำหน้าหมดสภาพอยู่แทบเท้า ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ อีกครั้ง
"บอกแล้วว่าอย่ารีบร้อน... มันเสียพลังงานเปล่าๆ นะครับ"
บนอัฒจันทร์ชั้นบนสุด อาจารย์เซเรน่าที่ยืนกอดอกมองเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านม่านพลังเวท มุมปากของนางกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ ทว่า ในขณะเดียวกัน แสงสว่างวาบแปลกประหลาดก็พลันสพลั่งขึ้นจากรอยแยกใต้พื้นสนามประลองที่ควรจะว่างเปล่า...
แรงกดดันอันมืดมิดและเก่าแก่นับพันปีแผ่ซ่านขึ้นมาปกคลุมทั่วบริเวณ จนเสียงเชียร์ทั้งหมดเงียบหายไปในพริบตา!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ไมโลกับภูตน้อย" เสมอมานะครับ
ทฤษฎีเวทสายชิลล์กับอาจารย์สาวจอมเข้มงวด•ตอนที่ 13
ก้าวแรกสู่สนามประลอง
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทฤษฎีเวทสายชิลล์กับอาจารย์สาวจอมเข้มงวด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!