ทฤษฎีเวทสายชิลล์กับอาจารย์สาวจอมเข้มงวด•ตอนที่ 17

ร่องรอยของพลังงานมืด

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
"ถ้าความหนาแน่นของมานาในจุดนี้ยังสูงขึ้นอีกเพียงศูนย์จุดเจ็ดเปอร์เซ็นต์ ตัวผนังเวทมนตร์ระดับสี่ของห้องโถงหลักก็จะเกิดปรากฏการณ์สั่นพ้อง และนั่นหมายถึงโครงสร้างรูونเวทมนตร์ทั้งหมดที่บรรพบุรุษสร้างไว้เมื่อสามร้อยปีก่อนจะพังทลายลงมาภายในสามลมหายใจ... อาจารย์คิดว่าเราควรเริ่มจากตรงไหนก่อนดีครับ ระหว่างถอนรากถอนโคนต้นตอ หรือจะนั่งจิบชาดูมันระเบิดเล่น" น้ำเสียงเรียบเรื่อยที่เจือความกวนประสาทเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของโถงกว้าง รินยืนเอามือซ้ายไขว้หลัง มือขวาถือแท่งศิลาบันทึกค่าพลังที่กำลังเปล่งแสงสีม่วงเข้มจนเกือบกลายเป็นสีดำ ดวงตาสนุกสนานภายใต้กรอบแว่นใสสะท้อนภาพของกลุ่มควันพลังงานสีนิลที่กำลังบิดตัวเป็นเกลียวอยู่เบื้องล่าง เซเรน่าปรายตามองลูกศิษย์ตัวแสบที่มักจะมีสีหน้าสุขุมเกินวัยได้ในทุกสถานการณ์ แม้ว่ารอบตัวพวกเขาในตอนนี้ หินอ่อนสลักรูนโบราณกำลังส่งเสียงกรอบแกรบราวกับกระดูกที่ถูกบดขยี้ ความกดอากาศรอบตัวต่ำจนทำให้ผิวหนังรู้สึกชาหนึบ เธอกลืนก้อนความตึงเครียดลงคอ ขยับผ้าคลุมไหล่สีเข้มเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "เธอคงไม่ได้คาดหวังให้ฉันเลือกตัวเลือกที่สองหรอกนะ ริน... หุบปากแล้วใช้สมาธิเชื่อมต่อกับจุดศูนย์กลางของวงแหวนเวทใต้พื้นเสีย ไม่อย่างนั้นฉันจะหักคะแนนจิตวิสัยของเธอในเทอมนี้ให้เหลือศูนย์" "ใจร้ายจังเลยนะครับ ทั้งที่ผมกำลังช่วยประหยัดงบซ่อมแซมสถาบันให้อยู่แท้ๆ" รินหัวเราะในลำคอเบาๆ แต่ยอมขยับตัวตามคำสั่งโดยดี เขาก้าวเท้าออกไปสามก้าว หยุดลงตรงรอยต่อของแผ่นหินอ่อนที่สลักลวดลายเกลียวคลื่น ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนพื้นผิวเย็นเฉียบ หลับตาลงเพื่อปรับจังหวะการหายใจให้สอดคล้องกับคลื่นความถี่ของมานาที่ปั่นป่วนอยู่ในบรรยากาศ ในฐานะนักเรียนปีหนึ่งผู้ยึดมั่นใน "ทฤษฎีเวทสายชิลล์" รินไม่เคยเชื่อในความรุนแรงหรือการระเบิดพลังอย่างไร้ทิศทาง สำหรับเขา เวทมนตร์ไม่ใช่การเอาชนะด้วยปริมาณ แต่คือการเจรจากับกฎเกณฑ์ของธรรมชาติด้วยตรรกะที่ถูกต้อง ทันทีที่จิตของเขาสัมผัสกับกระแสมานาใต้พื้นดิน ภาพสามมิติของโครงข่ายพลังงานทั่วห้องโถงก็ปรากฏขึ้นในห้วงความคิด รินขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อพบความผิดปกติ มันไม่ใช่ความผิดพลาดจากการเสื่อมสภาพของรูนเวทตามกาลเวลาอย่างที่อาจารย์เซเรน่าสันนิษฐานไว้แต่แรก... แต่มันคือ "ร่องรอยการรบกวน" ที่ถูกจงใจทิ้งไว้ "อาจารย์ครับ... ลองดูโครงสร้างชั้นที่สามสิบสองของรูนฝั่งทิศตะวันตกสิครับ" รินลืมตาขึ้น ดวงตาคมกริบกวาดมองไปยังเงาดำทึบตรงมุมเสาหิน "มีใครบางคนกำลังใช้เวทมนตร์ดูดซับมานาจากแกนกลางของสถาบันไปหล่อเลี้ยงบางอย่าง... บางสิ่งที่กำลังรอเวลาฟักตัว" เซเรน่าก้าวเข้ามาประชิดตัวในพริบตา แววตาของอาจารย์สาววาวโรจน์ด้วยความตกใจเมื่อเธอกวาดสายตาตรวจสอบตามที่เด็กหนุ่มบอก รอยต่อของพลังงานสีนิลที่รินชี้ให้เห็นนั้นซับซ้อนและแนบเนียนจนเครื่องมือตรวจวัดระดับสูงของสถาบันไม่สามารถจับสัญญาณได้ หากไม่ใช่เพราะความสามารถในการวิเคราะห์เชิงลึกที่เกินอายุของริน พวกเขาคงรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ห้องโถงหลักถล่มลงมาทับร่างของนักเรียนทั้งสถาบันแล้ว "ร่องรอยแบบนี้... ลายเส้นการดึงพลังงานแบบนี้มัน..." เซเรน่าพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าหวานที่ปกติมักจะเรียบเฉยบدด้วยความเย็นชา กลับปรากฏร่องรอยของความตื่นตระหนกที่พยายามเก็บกดเอาไว้ "ไม่ใช่ฝีมือของนักเรียนแน่นอนครับ และดูจากรูปแบบการไหลเวียนแล้ว น่าจะเป็นเวทมนตร์สายโบราณที่สูญหายไปจากหอสมุดหลวงเมื่อสองร้อยปีก่อน" รินต่อประโยคให้ด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท มือขวายังคงถือแท่งศิลาที่ตอนนี้ตัวเลขบนหน้าจอพุ่งทะยานจนแตะขีดอันตราย บรรยากาศในห้องโถงหลักเริ่มบิดเบี้ยว อากาศรอบตัวพวกเขาร้อนระอุขึ้นสลับกับความหนาเหน็บจนเกิดเป็นละอองน้ำแข็งเกาะตามเสาหิน เสียงคำรามต่ำๆ ดังสะท้อนขึ้นมาจากใต้พื้นดิน ราวกับมีสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์กำลังพลิกตัวตื่นจากการหลับใหลอันยาวนาน เซเรน่าสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ มือเรียวยกไม้เท้าประจำตัวขึ้นจรดพื้น พลังมานาสีเงินยวงแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างเพื่อตรึงสภาพแวดล้อมไม่ให้พังทลายลงไปมากกว่านี้ "ริน ถอยออกไป... จุดนี้อันตรายเกินกว่าที่ปีหนึ่งจะรับมือไหว ฉันจะใช้เวทชำระล้างกวาดล้างมันเดี๋ยวนี้" "ช้าไปครับอาจารย์..." รินเอ่ยขัดขึ้นเบาๆ แต่หนักแน่น น้ำเสียงนั้นไม่มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความอยากรู้อยากเห็นในแบบของนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังค้นพบสมมติฐานใหม่ เขายกมือซ้ายขึ้น ปลายนิ้วทั้งห้าปลดปล่อยละอองมานาสีฟ้าใสบริสุทธิ์ออกมาอย่างเชื่องช้า ไม่มีความรุนแรง ไม่มีการะเบิดอลังการ มีเพียงระเบียบวินัยของพลังงานที่ถูกจัดเรียงใหม่ด้วยความเร็วสูง รอนตอกย้ำทฤษฎีของตนเองด้วยการซัดกระแสมานาสวนเข้าไปยังจุดอับสายตาของเสาหินทิศตะวันตก *เปร๊าะ! เสียงรากเหง้าของพลังงานมืดที่ถูกดึงรั้งไว้ขาดสะบั้นลงทันที* ทว่า สิ่งที่ปรากฏออกมาจากรอยแยกของพื้นหินกลับไม่ใช่เศษซากความเสียหายอย่างที่ควรจะเป็น... แต่เป็นดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่งที่เปิดขึ้นท่ามกลางความมืดมิด พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในหัวของคนทั้งสอง [ระบบตรวจพบพลังงานแปลกปลอมระดับ SSS: "ผู้พิทักษ์แห่งสนธยา" ได้ตื่น 0.01%] [คำเตือน: เป้าหมายมิใช่ภัยคุกคามจากภายนอก แต่เป็นกุญแจสำคัญที่เชื่อมโยงกับอดีตของอาจารย์เซเรน่า] รินหรี่ตาลงเล็กน้อย เมื่อเห็นร่างเงาสะท้อนในดวงตาสีแดงคู่นั้นชัดเจนขึ้น... มันคือรูปปั้นหินของอดีตผู้อำนวยการสถาบันที่ควรจะสูญหายไปพร้อมกับเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเมื่อสิบปีก่อน และที่สำคัญที่สุด คือใบหน้าของรูปปั้นนั้น... มีเค้าโครงหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเซเรน่าอย่างไร้ที่ติ! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ไมโลกับภูตน้อย" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทฤษฎีเวทสายชิลล์กับอาจารย์สาวจอมเข้มงวด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%