"ตัวเลขพวกนี้... ถ้าธันวารู้ว่าเขาเสียโอกาสทำกำไรในจุดที่ต่ำที่สุดไปถึงสี่พันล้านบาทเพราะความประมาทของตัวเอง เขาคงคลั่งจนคุมสติไม่อยู่แน่ครับ"
ลินดาส่งแท็บเล็ตที่แสดงกราฟเส้นสีแดงตัดกับสีเขียวให้ผม เธอไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย แต่เป็นความเรียบเฉยที่แฝงไปด้วยความคมคายตามแบบฉบับนักวิเคราะห์ระดับหัวกะทิ สายตาของเธอจับจ้องมาที่ผม ราวกับกำลังรอคอยคำสั่งถัดไปในกระดานหมากรุกที่เดิมพันด้วยอาณาจักรธุรกิจมหาศาล
ผมหมุนเก้าอี้หนังราคาแพงหันไปทางหน้าต่างกระจกบานใหญ่ มองลงไปเห็นตึกสูงระฟ้าของใจกลางเมืองที่เคยเป็นจุดที่ธันวาใช้บดขยี้ชีวิตเก่าของผม ในชาติที่แล้วผมคือมดปลวกที่พยายามขัดขวางรถบรรทุกสิบล้อ แต่ในชาตินี้... ผมคือวิศวกรผู้วางระเบิดใต้ท้องรถคันนั้นด้วยมือของตัวเอง
"การล้างแค้นที่สะใจที่สุด ไม่ใช่การเอาปืนไปจ่อหัวเขาครับลินดา" ผมเอ่ยขึ้นพลางเคาะนิ้วบนโต๊ะไม้โอ๊กเป็นจังหวะ "แต่คือการเห็นเขานั่งมองความมั่งคั่งของตัวเองละลายหายไปทีละนิด จนกระทั่งวันที่เขาไม่มีแม้แต่เศษเงินจะซื้อบัตรโดยสารรถไฟกลับบ้าน"
"เราปิดดีลหุ้นเทคโนโลยีตัวนั้นแล้ว กำไรสุทธิสามร้อยเปอร์เซ็นต์ในไตรมาสเดียว กวิน... คุณวางแผนมานานแค่ไหนแล้วครับ?" เธอถามขณะก้าวเข้ามาใกล้ สายตาเธอที่มองผมเปลี่ยนไป ความไว้วางใจในฐานะหุ้นส่วนธุรกิจเริ่มถูกแทนที่ด้วยบางสิ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้น
ผมลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะทำงาน หยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเข้มขึ้นมา นี่คือ 'รากฐาน' ที่ผมสร้างขึ้นตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งอสังหาริมทรัพย์ในจุดยุทธศาสตร์ที่ราคากำลังจะพุ่งสูง การถือครองคริปโตเคอร์เรนซีในจังหวะที่ทั่วโลกยังมองว่ามันเป็นแค่เกมของพวกเด็กเนิร์ด และเครือข่ายบริษัทนอมินีที่ผมสร้างขึ้นเพื่อบดบังตัวตนที่แท้จริง
"ตั้งแต่วันที่ผมตื่นขึ้นมาในห้องเช่าแคบๆ นั่นแหละครับ" ผมตอบสั้นๆ "ผมใช้เวลาสิบสามตอน... ไม่สิ สิบสามปีในความทรงจำเพื่อคำนวณหมากตานี้โดยเฉพาะ ธันวาคิดว่าเขากำลังเล่นเกมรุก แต่เขาไม่รู้หรอกว่าเขากำลังเดินเข้าสู่กรงขังที่ผมเตรียมไว้ให้"
ภายในห้องทำงานเงียบงันจนได้ยินเสียงแอร์ทำงานเบาๆ ลินดาเอื้อมมือมาแตะแฟ้มในมือผม ปลายนิ้วของเธอเย็นเฉียบ แต่สายตาของเธอร้อนแรงด้วยความตื่นเต้น
"คุณกำลังจะดึงเขาสู่กับดักตลาดอนุพันธ์ใช่ไหม?" เธอคาดเดาได้อย่างแม่นยำ "ธันวาเป็นคนโลภ เขาไม่เคยพอ ถ้าเราปล่อยข่าวลือเรื่องการควบรวมกิจการเทียมๆ ออกไป เขาก็จะทุ่มเงินทั้งหมดที่มีเข้าไป เพื่อหวังจะฮุบส่วนแบ่งการตลาดคืน... ซึ่งนั่นจะเป็นจุดจบของบริษัทตระกูลเขา"
"ถูกต้องครับ" ผมยิ้มมุมปาก ความรู้สึกเย็นชาที่เคยมีต่อศัตรูถูกเปลี่ยนเป็นความกระหายชัยชนะที่เยือกเย็น "เขาจะพยายามทำลายผมด้วยการซื้อหุ้นคืนเพื่อกดราคาให้ผมขาดทุน แต่เขาหารู้ไม่ว่า นั่นคือการทำลายสภาพคล่องในมือตัวเองจนหมดเกลี้ยง"
เราสองคนยืนอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางเอกสารที่เปลี่ยนสถานะจากชายหนุ่มผู้สิ้นเนื้อประดาตัว ให้กลายเป็นผู้เล่นที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในตลาดการเงิน นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขครับ แต่มันคือการทวงคืนลมหายใจและความเป็นธรรมที่ผมถูกพรากไป
เสียงโทรศัพท์มือถือของผมดังขึ้น หน้าจอแสดงชื่อที่คุ้นเคย... 'ธันวา'
ผมกดรับด้วยความสงบนิ่ง ไม่มีความตื่นเต้น ไม่มีความโกรธแค้น มีเพียงความนิ่งงันที่น่ากลัวที่สุด
"กวิน... แกทำบ้าอะไรลงไป" เสียงปลายสายสั่นเครือและเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด "หุ้นที่แกขายทิ้งไปนั่นแกคิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าแกกำลังปั่นหัวฉัน!"
ผมหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของผมราบเรียบจนเกือบจะเย็นชา "ธันวาครับ... ตลาดหุ้นมันก็เหมือนแม่น้ำ ถ้าคุณว่ายทวนกระแสในวันที่พายุเข้า แทนที่จะรอดชีวิต คุณคิดว่าคุณจะเหลืออะไรบ้าง?"
"แกกำลังจะพูดอะไร!"
"พรุ่งนี้เช้า... คุณจะได้คำตอบด้วยตัวเองครับ อ้อ แล้วอย่าลืมเช็คราคาปิดของกองทุนที่คุณเพิ่งทุ่มเงินลงไปเมื่อชั่วโมงก่อนด้วยนะครับ ผมว่ามันอาจจะทำให้เช้าวันพรุ่งนี้ของคุณเป็นเช้าที่น่าจดจำที่สุดในชีวิตเลยล่ะ"
ผมกดวางสายทันทีโดยไม่รอให้เขาได้โต้ตอบ ลินดามองผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทึ่ง ก่อนจะหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาส่งให้ผม
"เราเตรียมตัวมาดีขนาดนี้แล้ว ผมว่าคุณควรพักบ้างนะครับ" เธอกล่าว
"ยังก่อนครับลินดา" ผมมองออกไปที่แสงไฟของเมืองที่เริ่มมืดมิดลง "เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นเข้าสู่จุดที่สนุกที่สุด ธันวาอาจจะแค่เพิ่งเสียเงินก้อนแรกไป แต่สิ่งที่ผมต้องการจริงๆ คือรอยยิ้มสุดท้ายที่ผมจะเป็นคนมอบให้เขาบนกองซากปรักหักพังของอาณาจักรเขาเอง"
ในขณะที่ผมกำลังจะหมุนตัวกลับเข้าสู่โต๊ะทำงาน เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งเป็นจังหวะแปลกๆ ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในเวลานี้ ลินดาชะงัก สายตาของเธอแสดงความกังวลออกมาอย่างชัดเจน ก่อนที่บานประตูจะถูกเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต
ร่างของชายวัยกลางคนที่ผมไม่ได้พบหน้ามานานนับทศวรรษก้าวเข้ามาในห้อง เขาสวมชุดสูทสั่งตัดราคาแพงและมีแววตาที่เต็มไปด้วยความลับที่ผมไม่เคยรู้มาก่อนในชาติที่แล้ว เขาถือซองเอกสารสีน้ำตาลใบหนึ่งไว้ในมือ พร้อมกับยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลศนัย
"สวัสดีครับคุณกวิน... ดูเหมือนว่าคุณจะลืมไปนะครับว่า การย้อนเวลาของคุณน่ะ ไม่ได้มีแค่คุณคนเดียวที่รู้เรื่องนี้"
ชายคนนั้นวางซองเอกสารลงบนโต๊ะ พร้อมกับเผยชื่อของคนที่จ้างวานให้เขามา ซึ่งทำให้ความมั่นใจทั้งหมดที่ผมสั่งสมมาในหัวใจแทบจะพังทลายลงในพริบตาเดียว!
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับผมในบทสรุปที่กำลังจะมาถึงนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ย้อนเวลาล่าทศวรรษ: พลิกวิกฤตเศรษฐกิจสู่อภิมหาเศรษฐีโลก•ตอนที่ 13
รากฐานที่มั่นคง
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาล่าทศวรรษ: พลิกวิกฤตเศรษฐกิจสู่อภิมหาเศรษฐีโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!