เสียงถอนหายใจแผ่วเบาที่ดังลอดออกมาจากริมฝีปากอิ่มสีกลีบกุหลาบของรัญธิดา ช่างบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของลีโอ ไพศาลกุล ในเวลานี้ ประธานหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่งและถือดีว่าตนเองคือผู้กำหนดเกมชีวิตของคนทั้งตระกูล กลับต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งอยู่เบื้องหน้าอดีตภรรยาที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไม่ใยดี แว่นตากรอบทองที่เธอมักสวมเวลาทำงานสะท้อนแสงไฟนีออนสีนวลในห้องรับรองส่วนตัวของสตูดิโอออกแบบเครื่องประดับชั้นนำ มันให้ความรู้สึกห่างเหิน เย็นชา และทรงพลัง จนเขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงเด็กฝึกงานที่กำลังรอฟังคำพิพากษาจากผู้พิพากษา
"คุณอยากได้โอกาสงั้นหรือคะ, ลีโอ?"
น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าราบเรียบไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความยินดีหรือโกรธเกลียดใดๆ มันคือความเฉยชาขั้นสุดยอด... ความเฉยชาที่น่ากลัวเสียยิ่งกว่าการกรีดร้องหรือการตบหน้าฉาดใหญ่ เพราะมันแสดงให้เห็นว่า ตัวตนของเขาในสายตาของรัญธิดานั้น ไร้ค่าเสียจนแม้แต่ความเกลียดชังก็ยังไม่คู่ควรจะได้รับ
ลีโอขยับตัวด้วยความอึดอัด สูทราคาแพงระยับที่ตัดเย็บอย่างประณีตกลับชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ ฝ่ามือหนาที่เคยใช้ตบโต๊ะสั่งการในห้องประชุมมูลค่าหลายพันล้าน บัดนี้กลับประสานกันแน่นบนตักเพื่อซ่อนอาการสั่นเทา
"ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมเคยทำมันเลวร้ายแค่ไหน, รัญ..." ลีโอเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคมกราบกรานมองสบตาเธอนิ่ง "ผมไม่อาจแก้ตัวอะไรได้อีกแล้ว... แต่ผมขอร้องเถอะ ให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่พ่อ ได้ชดเชยเวลาสามปีที่ผมพรากมันไปจากลูก... และจากคุณ"
รัญธิดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคนมองกระตุกวูบ
"คำว่า 'ชดเชย' มันเป็นคำพูดที่ง่ายดายเสียเหลือ
นะคะสำหรับคนที่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเคยทำลายชีวิตใครไว้บ้าง" เธอกล่าวพลางวางปากกาหมึกซึมราคาแพงลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระทบเบาๆ นั้นดังสะท้อนก้องในความเงียบงัน "แต่สำหรับฉัน... ทุกค่ำคืนที่ต้องนอนกอดลูกร้องไห้ในต่างแดน ทุกวันที่ต้องตอบคำถามของเด็กน้อยวัยสามขวบว่า 'พ่อไปไหน' มันไม่ใช่สิ่งที่ลบเลือนได้ด้วยคำขอโทษพร่ำเพรื่อหรอกค่ะ"
ลีโอนิ่งงัน ลำคอแหบผากจนกลืนน้ำลายแทบไม่ลง เขารู้ดีว่าความผิดบาปที่ตนก่อไว้มันหนาเตอะเกินกว่าจะชำระล้างให้สะอาดได้ด้วยคำพูดสวยหรูเพียงไม่กี่คำ
"ถ้าคุณอยากได้โอกาส... ถ้าคุณอยากพิสูจน์ว่าคุณสมควรแม้แต่จะยืนอยู่ในจุดที่มองเห็นลูกชายของฉัน..." รัญธิดาลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงภายใต้ชุดเดรสเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นให้เธอดูลึกลับและน่าเกรงขามราวกับพญาหงส์ เธอเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเขา กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมอำพันจางๆ ลอยแตะจมูก กลิ่นเดียวกับที่เคยติดตรึงอยู่บนหมอนในเรือนหอ... กลิ่นที่เขาเคยเมินเฉยและขับไลไสส่งให้มันกลายเป็นความว่างเปล่า
เธอยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลทึบแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะตรงหน้าเขา
"นี่คืออะไร..." ลีโอเงยหน้าขึ้นมองเธออย่างไม่ไว้วางใจ
"บททดสอบจากฉันค่ะ" รัญธิดากล่าวด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น "เงื่อนไขสามข้อ... ถ้าคุณผ่านมันได้โดยไม่ถอดใจหรือใช้ใช้อำนาจเงินซื้อทางลัดเหมือนที่เคยทำ ฉันอาจจะพิจารณาให้คุณได้เข้ามามีตัวตนในชีวิตของน้องธาม... ทีละน้อย"
ลีโอรีบหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมาเปิดดู มือหนากางกระดาษแผ่นนั้นออกอย่างร้อนรน สายตากวาดมองตัวอักษรแต่ละบรรทัดที่พิมพ์ไว้อย่างเป็นระเบียบ ทว่ายิ่งอ่าน คิ้วหนาก็ยิ่งขมวดเข้าหากันแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะผูกกันเป็นปม
ข้อแรก: ลาออกจากตำแหน่งประธานบริหารของกลุ่มบริษัทไพศาลกุล เป็นเวลาสามเดือนเต็ม โดยไม่มีการแทรกแซงงานเบื้องหลังใดๆ ทั้งสิ้น
ข้อสอง: ย้ายไปอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์เก่าๆ ขนาดห้องเช่าเล็กๆ ย่านชานเมืองที่เธอจัดเตรียมไว้ให้ ใช้ชีวิตด้วยเงินเดือนขั้นต่ำเดือนละหนึ่งหมื่นบาท โดยห้ามใช้บัตรเครดิต หรือเส้น
สายใดๆ ของตระกูลไพศาลกุลเด็ดขาด
ข้อสาม: ต้องมาที่สตูดิโอของเธอทุกวันเพื่อทำงานรับใช้เบ็ดเตล็ด ตั้งแต่แบกหาม จัดของ ไปจนถึงเป็นกระสอบทรายให้ระบายความแค้น โดยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปริปากบ่น
"นี่มัน..." ลีโอเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยความตกตะลึง ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "รัญ... คุณกำลังเล่นตลกอะไร? ให้ผมลาออกจากบริษัท? ให้ไปอยู่ในรูหนูแบบนั้นเนี่ยนะ? คุณก็รู้ว่าโปรเจกต์หมื่นล้านกำลังจะเซ็นสัญญาในเดือนหน้า ถ้าผมหายไป—"
"ก็แสดงว่าบริษัทของคุณมันสำคัญกว่าลูกของคุณยังไงล่ะคะ!"
เสียงของรัญธิดาตวาดก้องขึ้นมาทันที มันไม่ใช่เสียงกรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอหน่วยอยู่ภายใต้ดวงตาคู่สวย ทว่าเธอกลับกะพริบตาไล่มันกลับเข้าไปอย่างรวดเร็ว ปรับสีหน้าให้กลับมาเย็นชาและไร้ความรู้สึกได้ราวกับสับสวิตช์
ลีโอชะงักงัน หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความรู้สึกผิดที่ตีรวนขึ้นมาจุกอก ภาพของภรรยาในอดีตผู้เคยอ่อนหวานและยอมจำนนต่อเขาทุกอย่างซ้อนทับกับหญิงสาวผู้เย่อหยิ่งและเด็ดเดี่ยวตรงหน้า รัญธิดาในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่เขาจะสามารถควบคุมหรือหันหลังใส่ได้อีกต่อไปแล้ว
"ฉันไม่ได้บังคับคุณนะคะ, ลีโอ" เธอเอ่ยเสียงเรียบ เดินถอยหลังกลับไปยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน แววตาสมเพชระคนเย้ยหยันฉายชัดอยู่ในนั้น "คุณมีสิทธิ์เลือก จะเซ็นยินยอมรับเงื่อนไขนี้ หรือจะเดินออกจากประตูบานนั้นไป แล้วชาตินี้... ก็อย่าหวังว่าจะได้เห็นแม้แต่เส้นผมของลูกชายคุณอีกเลย!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องรับรองอีกครั้ง มันเป็นความเงียบที่หนักหน่วงราวกับภูเขาทั้งลูกกดทับลงบนบ่าของประธานหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่
ลีโอก้มมองกระดาษแผ่นนั้นในมือ สัญชาตญาณนักธุรกิจและการเอาตัวรอดบอกให้เขาลุกขึ้นแล้วปฏิเสธความไร้สาระนี้เสีย แต่ภาพใบจิ๋วของเด็กชายวัยสามขวบที่มีดวงตาและโครงหน้าถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียว ซึ่งเขาเพิ่งแอบเห็นในรูปถ่ายบนโต๊ะทำงานของเธอก่อนหน้านี้ มันกลับร้องตะโกนว่าเขายอมแลก... เขายอมแลกทุกอย่าง แม้กระทั่งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่เขาสั่งสมมาทั้งชีวิต เพื่อแลกกับการได้กอดลูกชายสักครั้ง
นิ้วเรียวหนายื่นไปหยิบปากกาบนโต๊ะ มือที่เคยนิ่งสนิทกลับสั่นเทาเล็กน้อยขณะจรดปลายปากกาลงบนกระดาษแผ่นนั้น
รัญธิดายืนมองการกระทำของเขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มุมปากอิ่มกระตุกยิ้มเยาะเย้ยในความโง่เขลาของผู้ชายที่เคยคิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างบนโลกใบนี้
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ปลายปากกาของลีโอกำลังจะจรดลายเซ็นลงบนบรรทัดสุดท้าย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ทั้งคู่สะดุ้งเล็กน้อย รัญธิดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ เพราะเธอสั่งเด็ดขาดแล้วว่าห้ามใครรบกวนเวลาสำคัญนี้
"เข้ามา!" เธอกล่าวลอดไรฟัน
ประธานสาวเปิดประตูห้องรับรองออกโดยไม่รอให้คนด้านนอกได้รับอนุญาตเต็มที่ ทว่าร่างที่ก้าวเข้ามากลับทำให้เลือดในกายของรัญธิดาเย็นเฉียบลงในพริบตา... และทำให้ปากกาในมือของลีโอร่วงหล่นกระทบพื้นเสียงดังสนั่น
ผู้ชายในชุดสูทสีเทาเข้ม รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่ประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ คุ้นตาเป็นอย่างดี... 'ภาคิน' อดีตเพื่อนสนิทของลีโอผู้กุมความลับอันดำมืดที่สุดในอดีต ก้าวเข้ามาพร้อมกับจูงมือเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งไว้ข้างกาย
และเด็กคนนั้น... ก็คือ "น้องธาม" ลูกชายของเธอนั่นเอง!
"อ้าว... คุณแม่คนสวย กับคุณพ่อมือใหม่ กำลังเซ็นสัญญาอะไรกันอยู่เหรอครับ? พอดีผมพา 'ลูกชาย' ของคุณ... มาส่งคืนให้ถูกที่แล้วนะ" ภาคินแย้มยิ้มกริ่ม ดวงตาคู่คมกวาดมองทั้งสองคนสลับกันไปมาด้วยความสนุกสนานบนความพินาศของผู้อื่น
--------------------------------------------------
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ กระจกเงาต้องสาปจะกลับมาทวงคืนความยุติธรรมให้คุณในตอนหน้าค่ะ
หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 33
บททดสอบจากภรรยา
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!