ซองเอกสารสีน้ำตาลตราครุฑที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานกระจกใสในห้องประชุมใหญ่ไม่ได้มีน้ำหนักมากนักหรอกค่ะ แต่วินาทีที่มันถูกเลื่อนมาตรงหน้า รินรดาแทบรู้สึกว่าแรงโน้มถ่วงรอบตัวเพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่า
"คำสั่งพักงานชั่วคราวระหว่างรอคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง" ประวิทย์ยิ้มเยาะ มุมปากหยักลึกด้วยความสะใจที่แทบไม่ต้องพยายามซ่อน "หวังว่าคุณรินรดาจะเข้าใจนะคะว่าทางบริษัทเราจำเป็นต้องรักษาภาพลักษณ์ นี่ไม่ใช่การไล่อออก... แต่เป็นการเปิดโอกาสให้คุณไปเตรียมตัวหาทนายเก่งๆ ไว้สู้คดีข้อหาขโมยแบบร่างโครงสร้างโปรเจกต์เดอะมอล 5 นะคะ"
รินรดากำมือแน่นใต้โต๊ะ เล็บคมจิกเข้ากับฝ่ามือจนรู้สึกเจี๊ยบ ทว่าแววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวและทิฐิที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนที่ขวางทาง ปากบางเฉียบเหยียดยิ้มเย็นชาชนิดที่ทำให้รอยยิ้มของประวิทย์แข็งค้างไปชั่วขณะ
"ภาพลักษณ์เหรอคะคุณประวิทย์?" รินรดาทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "แปลกนะคะ... คนที่ร้อนรนออกตัวแทนบริษัทจนรีบเซ็นคำสั่งพักงานฉัน ทั้งที่โปรเจกต์นั้นฉันเป็นคนร่างเส้นสายขึ้นมากับมือ... คนที่มีชนักติดหลังน่าจะเป็นพวกที่กำลังดิ้นรนทำลายหลักฐานในเซิร์ฟเวอร์กลางมากกว่ามั้งคะ"
"นี่คุณรินรดา! อย่ามาปากดีใส่ผมนะ!" ประวิทย์ตบโต๊ะเสียงดังลั่นห้องประชุม สีหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
"พอได้แล้วครับ"
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นจากเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ธามที่นั่งเงียบมาตลอดตั้งแต่ต้นการประชุมขยับตัวลุกขึ้นยืน ความสูงเกือบร้อยเก้าเซนติเมตรของวิศวกรหนุ่มสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับทุกคนในห้อง ไหล่กว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นและเส้นเลือดปูดโปนตามสัญชาตญาณของการปกป้อง ธามก้าวเข้าไปยืนซ้อนด้านหลังเก้าอี้ของรินรดา ร่างสูงใหญ่โน้มตัวลงเล็กน้อย มือหนาวางลงบนพนักพิงใกล้กับไหล่บางของหญิงสาว เป็นการประกาศกร้าวโดยไม่ต้องใช้คำพูดว่าเขาอยู่ข้างเธอเสมอ
ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวของธามกวาดมองประวิทย์ด้วยแววตานิ่งสนิทแต่น่ากลัวถึงขั้วหัวใจ "เซ็นรับทราบคำสั่งเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ... ถ้าหมดธุระแล้ว ผมกับรินรดาคงต้องขอตัวไปเก็บของ เพราะอยู่ที่นี่นานเกินไป... ผมเกรงว่ากลิ่นความเน่าเฟะของบางคนจะติดตัวพวกผมกลับบ้านไปด้วย"
"คุณธาม! คุณก็โดนพักงานเหมือนกัน อย่ามาทำเป็นปากดีใส่ผมนะ คุณเป็นแค่หัวหน้าทีมวิศวกร อย่าคิดว่าบริษัทขาดคุณแล้วจะเดินต่อไม่ได้!"
"บริษัทอาจจะเดินต่อได้ค่ะ... แต่โปรเจกต์มูลค่าหลายพันล้านของพวกคุณจะพังพินาศไม่มีชิ้นดีภายในสามวัน ถ้าไม่มีสมองของฉันกับเขาคอยคุมหน้างาน" รินรดาลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม เธอปัดกระโปรงทำงานเบาๆ เชิดหน้าขึ้นสบตาประวิทย์อย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ประวิทย์หน้าซีดเผือก "จำคำฉันไว้นะคะ... อีกไม่นานเกินรอ ฉันจะกลับมาทวงโต๊ะทำงานตัวนี้ พร้อมกับกุญแจมือสำหรับคนที่บงการอยู่เบื้องหลัง"
บรรยากาศในห้องประชุมตึงเครียดจนแทบระเบิด ธามไม่รอให้ใครได้พูดต่อ มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของรินรดาก่อนจะออกแรงจูงเธอก้าวเดินออกจากห้องประชุมนั้นท่ามกลางสายตานับสิบชีวิตของพนักงานที่แอบมองผ่านกระจกใส
ทันทีที่ประตูกระจกปิดลงและลับสายตาผู้คน แรงดึงที่กุมข้อมืออยู่ก็เปลี่ยนเป็นความอ่อนโยน ธามพาเตรสเดินลัดเลาะมายังมุมอับของระเบียงหนีไฟโซนตึกเก่า ซึ่งเป็นจุดที่ไม่มีใครเดินผ่านในเวลางานแบบนี้
ปึก!
แผ่นหลังบางชนเข้ากับผนังปูนเย็นเยียบอย่างนุ่มนวล เพราะมือหนาอีกข้างของธามยกขึ้นมาบังรองรับไว้ไม่ให้เธอเจ็บ ร่างสูงก้มลงกักขังเธอไว้ระหว่างอ้อมแขนและกำแพง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับข้างแก้มเนียน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ทำไมนรดารู้สึกว่าหัวใจตัวเองเต้นผิดจังหวะ ทั้งที่เมื่อกี้เพิ่งจะไปรบปรบมือกับพวกตัวแสบมาแทบตาย
"ทำไมต้องใจร้อนพุ่งชนขนาดนั้น?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยดุ แววตาของวิศวกรหนุ่มฉายแววเป็นห่วงที่ปิดไม่มิด แม้ปากจะบ่นแต่สายตากลับสำรวจร่องรอยความเครียดบนใบหน้าสวยเฉี่ยวของเธอ "รู้ไหมว่าถ้าประวิทย์มันเล่นสกปรกกว่านี้ ยื่นเรื่องฟ้องหมิ่นประมาทพ่วงไปด้วย เธอจะเหนื่อยแค่ไหนรินรดา"
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาคนตัวโต ปากเก่งๆ ที่เคยต่อปากต่อคำกับคนทั้งบริษัทเมื่อครู่กลับเม้มเข้าหากันนิดๆ ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ ผู้ชายคนนี้... ปากบอกว่ารำคาญเธอนักหนา แต่เวลามีปัญหา เขากลับเป็นคนแรกที่ก้าวออกมารับกระสุนแทนเธอเสมอ
"เป็นห่วงฉันเหรอคะคุณวิศวกรปากร้าย" รินรดาแกล้งเอียงคอถาม แววตาระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ แม้ขอบตาจะยังรั้นๆ แดงเรื่อด้วยความโกรธเมื่อครู่ "นึกว่าคุณจะดีใจซะอีกที่จะได้หลุดพ้นจากสถาปนิกจอมเรื่องมากอย่างฉัน ไปหาโปรเจกต์ใหม่ทำสวยๆ สบายใจเฉิบ"
ธามแค่น "หึ" ในลำคอ ดวงตาคมกริบมองริมฝีปากอิ่มที่ยังคงต่อเก่งไม่เลิกรา มือหนาเลื่อนขึ้นเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเธอออกอย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วทำให้รินรดาชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดไปจังหวะหนึ่ง
"ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะรินรดา" ธามโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน เสียงทุ้มพร่าต่ำลงจนชวนใจสั่น "โดนพักงานแบบนี้... เราคงต้องใช้เวลาว่าง 'สืบสวน' หาหลักฐานกันยาวๆ แล้วล่ะ... และบอกไว้ก่อนเลยนะ ว่าการทำงานร่วมกับผู้ต้องสงสัยอย่างเธอ ฉันมีวิธีลงโทษคนดื้อไม่เหมือนใครหรอกนะ"
รินรดาใจเต้นรัวแรงยิ่งกว่าตอนยืนเถียงกับผู้บริหารเสียอีก เธอช้อนสายตาขึ้นมองเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "วิธีลงโทษอะไรล่ะคะ? จะไล่ฉันออกจากห้อง หรือว่าจะ..."
คำพูดท้าทายถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อธามโน้มริมฝีปากลงมาประกบปิดริมฝีปากของเธออย่างรวดเร็วและอุกอาจ เป็นจูบที่ไม่มีการบอกกล่าว ไม่มีช่องว่างให้ปฏิเสธ รสสัมผัสทั้งร้อนแรง ดุดัน และเต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจที่เก็บซ่อนไว้ถ่ายทอดผ่านการขบเม้มริมฝีปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนที่สติจะค่อยๆ หลุดลอยไป มือเรียวที่เคยกำเสื้อเขาแน่นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำสาบเสื้อเชิ้ตของเขาไว้เพื่อพยุงตัวไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น เคมีร้อนระอุเผาผลาญความตึงเครียดทั้งหมดให้มลายหายไปในพริบตา
ก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดไปไกลกว่านั้น ธามเป็นฝ่ายผละริมฝีปากออกช้าๆ หน้าผากของเขายังคงแนบชิดติดกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจหอบถี่เป่ารดกันและกัน รินรดากำลังจะอ้าปากต่อว่าคนฉวยโอกาส แต่เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงพูดคุยของพนักงานที่กำลังเดินเข้ามาใกล้โซนบันไดหนีไฟก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน
"เฮ้ย แก ทางนี้มีคนทิ้งเอกสารไว้หรือเปล่า... อ้าว เสียงใครวะ?"
ธามชะงัก เขาดึงรินรดาเข้าไปซ่อนในมุมเงาของเสาปูนบังสายตาอย่างแนบเนียน พร้อมกับยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเป็นเชิงห้ามส่งเสียง มืออีกข้างโอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่นแนบชิดกับอกแกร่ง รินรดากลั้นหายใจ หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน
ทว่า... ในจังหวะที่เสียงฝีเท้ากำลังเดินเข้ามาใกล้ประตูกันสาด เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของธามก็แผדเสียงสั่นครืดคราดทำลายความเงียบขึ้นมา หน้าจอเรืองแสงวาบเผยให้เห็นชื่อเบอร์แปลกที่โทรเข้ามา
ธามก้มลงมองหน้าจอแวบหนึ่ง ก่อนที่ดวงตาคมกริบจะหรี่แคบลงด้วยความแปลกใจ... เบอร์นี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเบอร์สายตรงจาก "อดีตหุ้นส่วนใหญ่" คนสำคัญที่เพิ่งประกาศล้มละลายไปเมื่อปีก่อน และเป็นกุญแจดอกสุดท้ายที่เชื่อมโยงกับคดีปลอมแปลงลิขสิทธิ์ทั้งหมด!
"รับสิคะ..." รินรดากระซิบเบาๆ ริมฝีปากแทบชิดกับต้นคอเขา สายตาทั้งคู่ประสานกันในความมืดสลัว
ธามกดรับสายแล้วยกแนบหู โดยที่มือแกร่งยังคงกอดรัดเอวเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เสียงปลายสายที่ลอดออกมาเบาๆ ทำเอาวิศวกรหนุ่มถึงกับหน้าถอดสี
*“คุณธามค่ะ... รีบไปที่ไซต์งานตึกร้างโซน C ด่วนที่สุดเลยครับตอนนี้... ก่อนที่หลักฐานชิ้นสำคัญที่สุด... จะถูกเผาทิ้งจนไม่เหลือซาก!”*
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมเกม•ตอนที่ 24
ตกเป็นผู้ต้องสงสัย
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!