วิศวกรไร้ใจกับทูตสันถวไมตรีในวงโคจรดับสูญ•ตอนที่ 7

ทางเลือกของผู้รอดชีวิต

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
แรงดันอากาศในท่อส่งลำเลียงส่วนกลางลดต่ำลงจนถึงขีดวิกฤต เสียงโลหิตในหูของไซรัส เวนน์ ดังอื้ออึงสอดประสานไปกับสัญญาณเตือนภัยโทนต่ำที่กะพริบเป็นสีแดงฉานสลับดำภายในความมืดมิดของสถานีอวกาศ 'เฮลิส' “ถ้าเราเลือกเส้นทางท่อระบายความร้อนสำรอง อัตราการสูญเสียออกซิเจนจะเพิ่มขึ้นอีกร้อยละสิบสอง ซึ่งหมายความว่าคุณจะมีเวลาตัดสินใจเปลี่ยนรหัสผ่านแผงควบคุมหลักลดลงเหลือเพียงสามนาทีสี่สิบวินาที” เสียงของเอเลน่า วาเลนไทน์ ดังลอดผ่านอุปกรณ์สื่อสารภาคสนาม น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าเจือด้วยความกดดันที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากของนักการทูตผู้ผ่านสมรภูมิเจรจามาโชกโชน ไซรัสใช้มือข้างที่สวมถุงมือสุญญากาศหนาหนักปาดคราบเหงื่อที่ซึมตามขมับ ดวงตาสีเทาเข้มภายใต้แสงไฟฉุกเฉินกวาดมองแผงวงจรที่ไหม้เกรียมตรงหน้า มือของเขาไม่เคยสั่นเทา ไม่ใช่เพราะเขาไร้ความรู้สึก แต่เป็นเพราะตรรกะในสมองถูกโปรแกรมไว้ให้ตัดทอนความกลัวออกเพื่อแลกกับความอยู่รอด “คำนวณผิดพลาดไปสี่วินาทีนะ เอเลน่า” ไซรัสเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าผ่านคลื่นวิทยุ “ท่อระบายความร้อนสำรองไม่ได้มีไว้สำหรับให้คนเดินผ่าน แต่มันคือเส้นทางที่แรงดันลมพัดย้อนศร ถ้าผมก้าวพลาดไปก้าวเดียว ร่างกายของคุณ—หรือร่างของผม—ก็จะถูกบดอัดจนกลายเป็นเศษซากอนุภาคติดอยู่กับตะแกรงกรองอากาศ” “แต่ทางเลือกอื่นคือการรอความตายอยู่ที่นี่ ปล่อยให้ระบบปฏิบัติการอัตโนมัติของสถานีลบข้อมูลการทุจริตทั้งหมดทิ้ง แล้วปล่อยให้เรากลายเป็นเพียงเศษซากลอยเคว้งคว้างในวงโคจรดับสูญเหมือนครอบครัวของคุณเมื่อสิบปีก่อน” เอเลน่าสวนกลับทันควัน ประโยคหลังของเธอคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลึกลงไปในแผลเป็นที่ไซรัสพยายามปิดตายมาตลอดชีวิต ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นผ่านเครื่องกรองอากาศที่ดังแข่งกับเสียงชีพจรของตัวเอง ไซรัสหลับตาลงเสี้ยววินาที ภาพเหตุการณ์ความล้มเหลวของระบบหล่อลื่นในสถานีขุดเจาะดาวอังคารเมื่ออดีตผุดขึ้นมาในหัว—ความไร้พลัง เสียงกรีดร้อง และความตายที่พรากทุกอย่างไป ความรู้สึกเกลียดชังต่อระบบระเบียบที่ไร้หัวใจพุ่งพล่านขึ้นมาปะปนกับความมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมจำนน “คุณนี่มัน... ปากจัดเป็นบ้าเลยนะ ท่านทูต” ไซรัสแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบเปิดขึ้นพร้อมประกายความดุดันที่ฉายชัดในความมืด “ตกลง เราจะไปทางท่อระบายความร้อน แต่คุณต้องเป็นคนคอยปล่อยคลื่นแม่เหล็กเบี่ยงเบนกระแสลมให้ผมจากระยะไกล ถ้าคุณกดปุ่มช้าไปเสี้ยววินาทีเดียว ตัวผมจะกลายเป็นเนื้อบด และคุณก็จะติดอยู่ในสถานีนี้คนเดียวอย่างไร้ทางออก” “ฉันไม่เคยทำงานพลาดในเรื่องการกะจังหวะเวลาอยู่แล้ว ไซรัส... ขอแค่คุณอย่าทำหลุดมือระหว่างทางก็พอ” การเคลื่อน 1 ก้าวในสภาพไร้น้ำหนักท่ามกลางพื้นที่จำกัดคือบททดสอบความนิ่งของประสาทสัมผัส ไซรัสคลานต่ำผ่านท่อเหล็กกล้าไร้สนิมที่เย็นเยียบ กลิ่นอับชื้นของน้ำมันเครื่องและโอโซนคละคลุ้งในโพรงจมูก ทุกครั้งที่ข้อต่อโลหิตในชุดอวกาศขยับ มันส่งเสียงเสียดสีกันชวนเสียวสันหลังวาบ เบื้องล่างของเขาคือช่องว่างมืดมิดไร้ก้นบึงของแกนปฏิกรณ์ที่ถูกปิดตาย เอเลน่าในอีกฟากหนึ่งของกำแพงกั้นกำลังนั่งอยู่หน้าจอคอนโซลโบราณที่เหลือรอด นิ้วเรียวยาวของเธอกำลังรัวแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็วเพื่อควบคุมระบบแม่เหล็กไฟฟ้า ดวงตาคู่สวยจับจ้องตัวเลขถอยหลังบนหน้าจอด้วยความระมัดระวัง แม้ภายนอกเธอจะดูเยือกเย็นและยึดมั่นในหลักมนุษยธรรม แต่ลึก ภายใน เธอกรู้ดีว่าการตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของการกอบกู้สันติภาพระหว่างดวงดาวอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือการเดิมพันด้วยความเชื่อมั่นที่เธอมีต่อวิศวกรหนุ่มผู้เย็นชาคนนี้ “อีกสิบเมตร ไซรัส... ทางแยกข้างหน้ากำลังจะปิดตัวลงเนื่องจากระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติกำลังรีเซ็ตตัวเอง!” เสียงของเอเลน่าดังขึ้นผ่านช่องสื่อสาร เจือด้วยความร้อนรนเป็นครั้งแรก “ผมเห็นแล้ว!” ไซรัสเร่งความเร็วในการเคลื่อนตัว กล้ามเนื้อทุกมัดเกร็งเครียดจนปวดร้าว เขาพุ่งตัวผ่านรอยต่อของท่อแคบๆ ในจังหวೇเดียวกับที่แผงกั้นโลหิตหนาเตอะกระแทกปิดลงมาเฉียดหมวกนิรภัยไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร แรงลมจากการปิดกระแทกซัดร่างของเขากระเด็นไปกระแทกกับผนังห้องควบคุมหลักอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น เขาหอบหายใจหนักหน่วง นั่งชันเข่าอยู่บนพื้นห้องควบคุมที่เต็มไปด้วยฝุ่นละอองและเศษซากกระดาษลอยเคว้ง เบื้องหน้าของเขาคือแผงควบคุมระบบสื่อสารหลัก (Main Comms Array) ที่ยังคงดับสนิท มีเพียงแสงไฟกระพริบสีส้มอ่อนๆ จากแบตเตอรี่สำรองฉุกเฉิน ไซรัสเอื้อมมือไปเปิดฝาครอบนิรภัยสีแดงบนแผงควบคุม นิ้วมือที่สวมถุงเมทริกซ์กดลงบนแป้นรหัสผ่านชุดสุดท้ายที่เอเลน่าเพิ่งถอดรหัสส่งมาให้ หน้าจอหลักสว่างวาบขึ้นด้วยแสงสีฟ้าคราม ระบบกำลังบูทเครื่องใหม่ ข้อมูลการส่งสัญญาณดาวS-42 กำลังถูกปลดล็อกทีละเปอร์เซ็นต์ “สำเร็จแล้ว... เอเลน่า เราเชื่อมต่อกับเครือข่ายภายนอกได้แล้ว” ไซรัสกล่าวด้วยน้ำเสียงโล่งอกเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ทว่า... ในวินาทีที่หน้าจอปรากฏข้อความยืนยันการเชื่อมต่อสำเร็จ เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่ดังขึ้นไม่ใช่เสียงของระบบขัดข้องเดิม แต่เป็นเสียงสัญญาณเตือนภัยจากการบุกรุกภาคพื้นดิน *ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด... ตรวจพบรหัสเข้าสู่ระบบที่ไม่รู้จักจากพื้นที่จัดเก็บสินค้าชั้นล่าง...* หน้าจอหลักดับวูบลงชั่วขณะ ก่อนจะรีเซ็ตตัวเองใหม่อย่างกะทันหัน ภาพจากกล้องวงจรปิดของห้องควบคุมหลักฉายภาพเงาร่างหนึ่งในชุดปฏิบัติการพิเศษขององค์กรสหพันธ์ดวงดาว—ชุดที่ไม่มีควรจะหลงเหลืออยู่บนสถานีร้างแห่งนี้—กำลังก้าวเท้าเข้ามาใกล้ประตูห้องควบคุมทีละก้าวอย่างเชื่องช้า พร้อมกับกระบอกปืนเลเซอร์ลำแสงความร้อนสูงที่ถูกยกขึ้นเตรียมพร้อมเล็งตรงมายังบานประตู และสิ่งแรกที่ทำให้เลือดในกายของไซรัสเย็นเฉียบลงไปถึงขั้วกระดูก คือสัญลักษณ์ตราประจำองค์กรที่ปักอยู่บนไหล่ของร่างนั้น... มันคือตราสัญลักษณ์เดียวกับหน่วยกู้ภัยที่เคยประกาศว่า “ไม่พบผู้รอดชีวิต” ในเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเมื่อสิบปีก่อน ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันหนาวเหน็บนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรไร้ใจกับทูตสันถวไมตรีในวงโคจรดับสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%