"เปอร์เซ็นต์ความสมบูรณ์ของเกราะแม่เหล็กไฟฟ้าลดลงเหลือหกสิบเจ็ดเปอร์เซ็นต์ครับ คุณวาเลนไทน์ หากตัวเลขนี้ตกถึงครึ่งหนึ่งในอีกสิบนาทีข้างหน้า แรงดันสุญญากาศจะฉีกห้องควบคุมนี้ออกเป็นชิ้นๆ ก่อนที่เราจะได้ตกลงเรื่องสนธิสัญญาภาษีอวกาศนั่นเสียอีก"
น้ำเสียงของไซรัส เวนน์ ราบเรียบราวกับกระดาษลูกฟูกไร้สีสัน นิ้วเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มยังคงเคาะรัวลงบนแป้นโฮโลแกรมสีฟ้าครามอย่างแม่นยำ ทุกสัมผัสเต็มไปด้วยความเด็ดขาด ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้ว่าหน้าจอหลักตรงหน้าจะกำลังกะพริบเตือนเป็นสีแดงฉาน บ่งบอกถึงการถูกล็อกเป้าหมายจากภายนอก
เอเลน่า วาเลนไทน์ ยืนอยู่เบื้องหลังเขา ร่างเพรียวระหงในชุดสูททูตการทูตสีกรมท่าสะท้อนแสงไฟฉุกเฉินจนกลายเป็นสีม่วงหม่น เธอนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบกวาดมองกลุ่มจุดแสงสีแดงจำนวนห้าจุดที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาโอบล้อมสถานีอวกาศร้าง "โอเรียนต์-9" ในเรดาร์ภาคพื้น
พวกมันไม่ใช่ยานสำรวจ ไม่ใช่เรือขนส่งสินค้าของสหพันธ์ และแน่นอนว่าไม่ใช่กองกำลังรักษาความสันติสุข
"รหัสการเข้ารหัสลับบนตัวยานพวกนั้น... คุณเคยเห็นมันมาก่อนไหม ไซรัส" เอเลน่าเอ่ยถาม น้ำเสียงของเธอรักษาระดับความนุ่มนวลไว้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้ว่าเม็ดเหงื่อบางๆ จะเริ่มผุดขึ้นบริเวณขมับของเธอแล้วก็ตาม
"ไม่เคยครับ และนั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุด" ไซรัสหยุดมือลงชั่วครู่ หันกลับมามองเธอผ่านไหล่ แววตาหลังเลนส์แว่นกรองแสงสะท้อนภาพหน้าจอเตือนภัย "ในจักรวาลนี้ สิ่งที่คุณไม่รู้จักมักจะราคาแพงเสมอ... และบางที ค่าใช้จ่ายครั้งนี้อาจต้องแลกด้วยลมหายใจของเรา"
บรรยากาศภายในห้องควบคุมอับทึบตึงเครียดขึ้นจนแทบจะจับต้องได้ กลิ่นออน และกลิ่นอับของแผงวงจรที่ร้อนจัดลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ไซรัสเลือกที่จะไม่สนใจความหวาดกลัว เขายึดมั่นในตรรกะของฟิสิกส์และโครงสร้างเหล็กกล้า ขณะที่เอเลน่ากำลังประเมินความเสี่ยงเชิงจิตวิทยาและการเมือง เธอก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นโอโซนจากระบบปรับอากาศปะทะเข้ากับโสตประสาทของวิศวกรหนุ่ม
"คุณกำลังคำนวณหาทางหนีทีไล่ใช่ไหม ไซรัส" เอเลน่ากระซิบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความท้าทาย "หรือกำลังคำนวณว่า หากเราต้องตายที่นี่ ใครจะเป็นฝ่ายหมดประโยชน์ก่อนกันระหว่างวิศวกรไร้ใจกับทูตผู้เพ้อฝัน"
ไซรัสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นชา "ถ้าพูดถึงเรื่องความไร้ประโยชน์ ทูตวาเลนไทน์... คำพูดสวยหรูของคุณคงใช้กล่อมพวกมันให้วางอาวุธไม่ได้หรอกครับ ยานรบชั้นลุยส์รุ่นปรับแต่งพิเศษ ติดตั้งปืนใหญ่มวลสารแม่เหล็ก พวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจาตั้งแต่แรกแล้ว"
"และเราก็ไม่ได้มาเพื่อยอมแพ้ตั้งแต่แรกเช่นกัน" เอเลน่าสวนกลับทันควัน ดวงตาของเธอเปล่งประกายความดื้อรั้นที่ทำให้ไซรัสต้องยอมรับในใจลึกๆ ว่า ผู้หญิงคนนี้มีกระดูกสันหลังที่แข็งแกร่งกว่าที่เขาคาดคิด
ทันใดนั้น หน้าจอหลักของสถานีก็ดับวูบลงชั่วพริบตา ก่อนจะติดขึ้นใหม่อย่างกะทันหัน ภาพบนจอไม่ใช่ระบบล็อกเป้าหมายอีกต่อไป แต่เป็นหน้าต่างสื่อสารที่ถูกบังคับเปิดจากภายนอก ภาพใบหน้าของบุคคลปริศนาปรากฏขึ้นบนจอ—ชายวัยกลางคน ดวงตาข้างหนึ่งบอดสนิทด้วยรอยแผลเป็นจากกรดเคมี รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนริมฝีปากแห้งผาก
*(“สวัสดี วิศวกรเวนน์ และท่านทูตวาเลนไทน์... หวังว่าการเดินทางมาสำรวจซากปรักหักพังนี้ จะคุ้มค่ากับสุสานที่พวกคุณกำลังจะถูกฝังนะ”)***
สัญญาณภาพตัดขาดหายไปพร้อมกับเสียงระเบิดตูมใหญ่ที่ดังสะเทือนเลื่อนลั่นจากส่วนคลังสินค้าทิศตะวันออก แรงกระแทกทำให้โครงสร้างสถานีสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เอเลน่าเสียหลักเซถลาล้มลง แต่ไซรัสคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้ได้ทันด้วยความเร็วและแม่นยำอย่างเหลือเชื่อ แรงเหวี่ยงดึงร่างของเธอเข้ามาปะทะกับแผงอกกว้างของเขาชั่วเสี้ยววินาที
ลมหายใจของทั้งคู่รดรดกันในความมืดสลัวของห้องควบคุมที่ตอนนี้ระบบไฟหลักถูกตัดขาด เหลือเพียงแสงสีแดงจากหลอดฉุกเฉินสลัวเรื่อ
"คุณโอเคไหมครับ" ไซรัสเอ่ยถาม เสียงของเขาอยู่ใกล้จนเธอสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในลำคอ
"ฉัน... ยังไหวค่ะ—เอ๊ย... ยังไหวครับ" เอเลน่าสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้คำพูดติดปาก แต่สายตาของเธอยังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสนิมเหล็กของเขาโดยไม่หลบเลี่ยง
ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำใดต่อ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องควบคุม พร้อมกับเสียงเจาะโลหะด้วยความร้อนสูงที่แผดเผาประตูเหล็กหนาจนเริ่มเป็นสีส้มแดง
ไซรัสผละออกจากเธออย่างรวดเร็ว มือของเขาคว้าประแจโลหะผสมไทเทเนียมน้ำหนักมากจากช่องเก็บเครื่องมือฉุกเฉิน ขณะที่มืออีกข้างกดแป้นลับใต้โต๊ะทำงานเพื่อเปิดช่องระบายอากาศสำรองที่ซ่อนอยู่
"ตามผมมาครับ" เขากล่าวสั้นๆ น้ำเสียงเฉียบขาดไร้ความลังเล "เราจะลงไปที่ชั้นใต้ท้องสถานี... ก่อนที่แขกที่ไม่ได้รับเชิญพวกนี้จะเข้ามาทักทายเราด้วยกระสุน"
เอเลน่าพยักหน้ารับอย่างรู้หน้าที่ เธอเหลือบมองประตูที่กำลังจะพังทลายลงมา ก่อนจะก้าวตามแผ่นหลังกว้างของวิศวกรหนุ่มพุ่งตัวเข้าไปในความมืดของช่องระบายอากาศแคบๆ
ทว่า ในวินาทีที่ไซรัสกำลังจะดึงฝาปิดช่องระบายอากาศลง เสียงเคาะโลหะสามครั้งดังขึ้นจากด้านนอกของผนังอีกฝั่ง—ไม่ใช่จากประตูหน้า และไม่ใช่จากกลุ่มทหารรับจ้างที่กำลังบุกเข้ามา
มันเป็นรหัสเคาะสามครั้งเว้นสอง ที่มีเพียงบุคลากรระดับสูงของโครงการลับสหพันธ์เท่านั้นที่รู้... และคนคนนั้นควรจะเสียชีวิตไปตั้งแต่เหตุการณ์โศกนาฏกรรมเมื่อห้าปีก่อนแล้ว
ไซรัสชะงักมือค้างกลางอากาศ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอด้วยตรรกะ กลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันหนาวเหน็บและเต็มไปด้วยอันตรายนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
วิศวกรไร้ใจกับทูตสันถวไมตรีในวงโคจรดับสูญ•ตอนที่ 12
การล้อมกรอบ
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรไร้ใจกับทูตสันถวไมตรีในวงโคจรดับสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!