แสงสีฟ้าจากปากกระบอกปืนพกเลเซอร์สะท้อนวับกับหยดเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นบนขมับของบุคคลที่ควรจะนอนสงบนิ่งอยู่ในห้องเก็บศพ
"น่าประทับใจจริงๆ ครับ... วิศวกรผู้ไม่เคยพลาดเป้าอย่างคุณ ไซรัส"
เสียงทุ้มต่ำเอื้อiนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของห้องควบคุมหลัก แรงดันอากาศภายในห้องลดฮวบลงจนแก้วหูอื้ออึง ร่างสูงโปร่งของ 'คาร์เตอร์' ผู้อำนวยการสถานีอวกาศผู้ซึ่งถูกระบุว่าเสียชีวิตจากเหตุการณ์ท่อส่งก๊าซระเบิดเมื่อสามบทก่อน ยืนหยัดอยู่อย่างมั่นคง รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก ขณะที่มือข้างขวาถือฮาร์ดไดรฟ์สีดำสนิท—กล่องดำที่บรรจุรหัสทำลายล้างและเส้นทางลับของยานอพยพทั้งหมดของสหพันธ์ดวงดาว
ไซรัส เวนน์ ไม่ได้ขยับตัว เขายืนนิ่งอยู่หลังแผงควบคุมหลัก นิ้วมือเรียวยาวที่เคยโลดแล่นบนคีย์บอร์ดโฮโลแกรมหยุดชะงักลง ดวงตาสสีเทาเข้มหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อประเมินสถานการณ์ ความตึงเครียดแผ่ซ่านในอากาศราวกับกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ สำหรับชายผู้ยึดถือตรรกะและเหตุผล ความตายคือความล้มเหลวของระบบ แต่การฟื้นคืนชีพของคาร์เตอร์ในเวลานี้ คือความผิดพลาดทางตรรกะที่ร้ายแรงที่สุดในรอบทศวรรษ
"ระบบระบายอากาศโซน C ยังทำงานอยู่... คุณรอดมาได้เพราะแอบหลบอยู่ในท่อซ่อมบำรุงแรงดันต่ำสินะครับ คาร์เตอร์" ไซรัสกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงความเยือกเย็นของมืออาชีพที่กำลังวิเคราะห์จุดอ่อนของศัตรู "น่าเสียดายที่มันทำให้คุณดูเหมือนแมวสาบที่ไร้ราคาเข้าไปทุกที"
คาร์เตอร์หรี่ตาลง รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธ "ปากดีให้พอเถอะ ไซรัส... โลกกำลังจะล่มสลาย และมีเพียงผู้ถือครองข้อมูลนี้เท่านั้นที่จะรอด"
ทว่า ในเสี้ยววินาทีก่อนที่นิ้วของคาร์เตอร์จะเหนี่ยวไก เอเลน่า วาเลนไทน์ ซึ่งถูกมัดมือด้วยสายเคเบิลพลาสติกอยู่มุมห้อง ก็ขยับตัว
“คุณไม่ได้กำลังหาทางรอดหريكหรอครับ... คาร์เตอร์” เสียงหวานแต่ทรงพลังของทูตสาวดังแทรกขึ้น ท่าทางของเธอไม่ได้แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม แววตาสีมรกตของเธอกลับฉายแววเย้ยหยันอย่างเหนือชั้น “คุณกำลังขายข้อมูลนี้ให้กลุ่มอาณานิคมนอกกฎหมาย เพื่อแลกกับการลี้ภัยต่างหาก... น่าเวทนาเสียจริง นักการเมืองผู้ทรงเกียรติแห่งสหพันธ์”
คาร์เตอร์สะดุ้งเล็กน้อย หันปลายกระบอกปืนไปทางเอเลน่าด้วยความหงุดหงิด “หุบปากซะ! นังทูตโลกสวย โลกนี้ไม่มีที่ยืนให้คนอุดมการณ์สูงส่งหรอก!”
จังหวะนั้นเอง—จังหวะที่สมาธิของคาร์เตอร์ถูกเบี่ยงเบนไปเสี้ยววินาที
ไซรัสไม่รอช้า ร่างกายที่ถูกฝึกฝนมาให้อ่านค่าฟิสิกส์และความน่าจะเป็นเคลื่อนไหวเร็วกว่าความคิด เขากระโดดพุ่งเข้าใส่แผงจ่ายพลังงานสำรองพร้อมกับกระชากสายเคเบิลแรงดันสูงออกอย่างแรง ประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบราวกับฟ้าผ่าผ่ากลางห้องควบคุม เสียงระเบิดเบาๆ ของแผงวงจรดึงดูดสายตาของคาร์เตอร์ให้หันกลับมา แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว
กระแสไฟฟ้าแรงดันต่ำพุ่งผ่านพื้นผิวโลหะ ช็อตเข้าที่มือขวาของคาร์เตอร์อย่างจัง ปืนพกเลเซอร์หลุดจากมือร่วงลงกระแทกพื้น พร้อมกับร่างของอดีตผู้อำนวยการที่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยความเจ็บปวด
ไซรัสพุ่งตามติด เขาเตะฮาร์ดไดรฟ์สีดำที่กระเด็นออกไปให้พ้นทาง ก่อนจะกดร่างของคาร์เตอร์ตรึงไว้กับพื้นด้วยความเด็ดขาด แววตาของวิศวกรหนุ่มไร้ซึ่งความปราณี แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความว่างเปล่าลึกซึ้งสะท้อนอยู่ภายใน
“จบเกมแล้วครับ คาร์เตอร์” ไซรัสกล่าวเสียงต่ำ ใบหน้าห่างจากอีกฝ่ายเพียงไม่กี่นิ้ว
หลังจากจัดการล็อกตัวคาร์เตอร์และส่งสัญญาณเรียกหน่วยรักษาความปลอดภัยมารับตัวเรียบร้อยแล้ว บรรยากาศในห้องควบคุมก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของระบบระบายอากาศที่ทำงานอย่างหนักหน่วง
ไซรัสเดินตรงไปยังมุมห้อง เขาย่อตัวลงใช้มีดพกอเนกประสงค์ตัดสายเคเบิลที่พันธนาการข้อมือของเอเลน่าออกอย่างระมัดระวัง สัมผัสจากปลายนิ้วที่เฉียดผ่านผิวเนื้ออุ่นๆ ของเธอทำให้วิศวกรหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย เป็นความเปราะบางของสิ่งมีชีวิตที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดชีวิต
เอเลน่าลุกขึ้นยืน เธอสะบัดข้อมือเล็กน้อยเพื่อคลายความเมื่อยล้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่ม แววตาของเธอนิ่งสงบแต่เต็มไปด้วยความนัย
"ขอบคุณครับ... สำหรับจังหวะนั้น" ไซรัสเอ่ยขึ้นก่อน ทอดสายตามองเธอด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขามองว่าเธอเป็นเพียง 'ตัวถ่วง' ทางอุดมการณ์ เป็นนักการเมืองโลกสวยที่ไร้ประโยชน์ในยามวิกฤต แต่วินาทีที่เธอใช้คำพูดเบี่ยงเบนความสนใจของศัตรู มันแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและความเฉียบแหลมที่ทัดเทียมกับเขาอย่างไม่น่าเชื่อ
"ฉันแค่วิเคราะห์สถานการณ์ตามความน่าจะเป็นเหมือนคุณนั่นแหละค่ะ... เอ้ย... ครับ" เอเลน่าเผลอใช้คำติดปากก่อนจะรีบแก้คำพูด พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "ฉันไม่ใช่เด็กสาวอ่อนต่อโลกที่จะยอมตกเป็นเหยื่อใครง่ายๆ หรอกนะ ไซรัส"
ไซรัสแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่หาได้ยากยิ่งจากวิศวกรไร้ใจผู้นี้ "ผมยอมรับครับ... ผมประเมินคุณต่ำไป เอเลน่า"
คำว่า 'ยอมรับ' จากปากของไซรัส เวนน์ มีน้ำหนักมากกว่าคำชมร้อยพันคำ มันคือการยอมรับในฐานะมนุษย์ ในฐานะคู่คิด และในฐานะจิตวิญญาณที่ยืนอยู่บนฟากฝั่งตรงข้าม แต่มองเห็นความจริงของจักรวาลเดียวกัน ความเงียบงันระหว่างทั้งสองไม่ได้อึดอัดอีกต่อไป หากแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้
ทว่า ช่วงเวลาแห่งความเข้าใจอันเปราะบางนั้นถูกทำลายลงอย่างฉับพลัน
หน้าจอโฮโลแกรมหลักที่แสดงสถานะของสถานีอวกาศจู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ข้อความแจ้งเตือนระบบฉุกเฉินเด้งขึ้นมาพรอมเพรียงกันทุกทิศทาง พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่ดังลั่นสะเทือนแก้วหู
*WARNING: EXTERNAL HULL BREACH IN SECTOR 0.*
*SYSTEM OVERRIDE DETECTED FROM UNKNOWN ORIGIN.*
ไซรัสขมวดคิ้วแน่น เขารีบก้าวเข้าไปที่หน้าจอเพื่อตรวจสอบโค้ดคำสั่งที่กำลังรันอยู่ แต่สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอกลับทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด หัวใจที่เคยด้านชาเต้นระรัวขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม
ฮาร์ดไดรฟ์สีดำที่ควรจะอยู่ในการควบคุม ถูกเสียบเข้ากับช่องเชื่อมต่อลับอีกตัวหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นห้องควบคุม—และรหัสผ่านที่กำลังปลดล็อกประตูห้องนิรภัยทั้งหมดของสถานี ไม่ใช่รหัสของคาร์เตอร์...
แต่มันคือรหัสประจำตัวของบุคคลที่ตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน...
น้องสาวฝาแฝดของเขาเอง
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดในห้วงอวกาศนี้ไปด้วยกันนะครับ
--- ไตรภาคเดือด "ไฮเปอร์ไดรฟ์" ---
วิศวกรไร้ใจกับทูตสันถวไมตรีในวงโคจรดับสูญ•ตอนที่ 19
ภาพสะท้อนในกระจก
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรไร้ใจกับทูตสันถวไมตรีในวงโคจรดับสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!