"ถ้าหวงตัวขนาดนี้ คราวหลังบอกผมดีๆ นะครับ คนอื่นจะได้ไม่เข้าใจผิดว่ากัปตันธันวาเปลี่ยนรสนิยมมาชอบผู้ชายด้วยกันแล้ว"
เสียงทุ้มติดกวนประสาทของ 'วิน' ดังแทรกเข้ามาท่ามกลางบรรยากาศที่อุณหภูมิบนพื้นสนามกำลังเดือดระอุ วินในชุดเสื้อกล้ามทีมคู่ปรับคู่อริยืนกอดอกพิงเสาแป้นบาส มุมปากข้างหนึ่งยกยิ้มร้ายกาจ สายตาคมกริบกวาดมองร่างของธันวาที่ยังคร่อมทับพายอยู่บนพื้นยางพลาสติกสีเขียวเข้ม
พายขมวดคิ้วมุ่น รีบใช้มือทั้งสองข้างดันแผงอกกว้างของธันวาออกทันที แรงปะทะนั้นทำให้ธันวาต้องยอมผละตัวลุกขึ้นยืนอย่างเสียดาย แต่สายตายังคงไม่ละไปจากใบหน้าหวานที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความเคืองปนเขิน
"เรื่องของกู" ธันวาตอบเสียงห้วนสั้น ปัดฝุ่นตามหัวเข่าตัวเองลวกๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปยืนบังพายไว้จากรัศมีสายตาของวินครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ "สนามนี้เป็นเวลาซ้อมของพวกกู ถ้ามึงยังไม่อยากโดนลูกบาสอัดหน้า ไสหัวไปซ้อมฝั่งนู้นซะ"
"ใจเย็นสิครับกัปตัน ผมแค่ผ่านมาทักทายรุ่นน้องคณะกายภาพบำบัดคนเก่งคนนี้ต่างหาก" วินหัวเราะในลำคอ สายตาเจ้าเล่ห์ยังคงมองทะลุกว้างไหล่ของธันวามาสบตาพาย "เมื่อกี้ท่าทางเทรนให้กันนี่... แนบชิดสนิทสนมดีแท้ ถ้าสนใจเปลี่ยนโค้ชมาติวเข้มกับทีมผม บอกได้เสมอนะครับน้องพาย"
พายพ่นลมหายใจพรืด ก้าวออกมาจากด้านหลังของธันวา ดวงตากลมโตฉายแววหยิ่งทะนงไม่ยอมคน "ขอบคุณสำหรับข้อเสนอครับรุ่นพี่วิน แต่พอดีผมมีจรรยาบรรณพอที่จะไม่เลือกเทรนนักกีฬาที่เก่งแต่ปากแต่ฟรีทูว์ห่วยแตกหรอกครับ"
วินหุบยิ้มทันที ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อน "ปากเก่งใช้ได้นี่... หวังว่าตอนแข่งจริง ฝีปากจะคมเหมือนตอนพูดนะครับ" เขาทิ้งท้ายแค่นั้นก่อนจะหันหลังเดินกลับไปยังฝั่งสนามของตัวเองด้วยท่าทางกวนประสาทจนวินาทีสุดท้าย
บรรยากาศรอบตัวกลับมาเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ ของคนทั้งคู่ ธันวาหันขวับกลับมามองหน้าพาย ดวงตาคมดุจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"เธอไปปากดีใส่ไอ้วินทำไม รู้ไหมว่ามันอันตรายแค่ไหน" ธันวาเปิดฉากต่อว่าด้วยน้ำเสียงต่ำลึก
"แล้วพี่มายืนแข็งทื่อให้มันแซวเล่นทำไมล่ะครับ?" พายย้อนถามทันควัน น้ำเสียงไม่ยอมแพ้ ดวงตาสีเข้มจ้องสู้กลับแบบไม่หลบตา "ถ้าพี่มีเวลามาต่อปากต่อคำกับผม เอาเวลาไปแก้ท่าชู้ตที่ผิดหลักชีวกลศาสตร์ของตัวเองยังจะดีกว่า!"
คำพูดนั้นเหมือนเป็นการจุดชนวนระเบิดเวลา ธันวาขบกรามแน่นจนสันกล้ามเนื้อข้างแก้มปูดนูน ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวพายทีละก้าวอย่างคุกคาม จนกระทั่งหลังของพายชนเข้ากับเสาเหล็กของแป้นบาสอย่างไร้ทางถอย ธันวาใช้มือข้างหนึ่งยันพื้นผิวเหล็กไว้ กักตัวพายไว้ในอ้อมแขนโดยปริยาย
ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงความกรุ่นโกรธในแววตาของกัปตันหนุ่ม
"เธอว่าไงนะ?" ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบ กดต่ำลอดไรฟัน ความสูงและสรีระที่เหนือกว่าทำให้พายตกอยู่ในสถานะเสียเปรียบอย่างสมบูรณ์แบบ "ท่าชู้ตของผมมันทำไมฮึ? พูดใหม่อีกทีซิ"
พายหัวใจเต้นรัวด้วยความตกใจ แต่ภายนอกยังคงเชิดหน้าสู้ สายตาไม่ได้แสดงความหวาดกลัวเลยสักนิด "ผมบอกว่า... ท่าชู้ตของพี่มันพังพินาศครับ! การที่พี่เกร็งหัวไหล่ขวามากเกินไปตอนปล่อยบอล มันไม่ใช่เพราะพี่เก่งหรอกนะ แต่มันเป็นเพราะกล้ามเนื้อโรเตเตอร์คัฟ (Rotator Cuff) ของพี่มันกำลังประท้วงต่างหาก!"
ธันวาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบไหววูบด้วยความตกใจที่ถูกมองทะลุปรุโปร่ง แต่ทิฐิและความดื้อรั้นในฐานะนักกีฬาตัวหลักทำให้เขาไม่มีวันยอมรับมันง่ายๆ
"เธอเป็นแค่นักศึกษาปีสอง เรียนกายภาพมาแค่ไม่กี่ตัว จะมารู้ดีกว่านักกีฬาที่แบกถ้วยแชมป์มาสามปีได้ยังไง?" ธันวาเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเย้ยหยัน "ทฤษฎีในตำราของเธอมันใช้กับสนามแข่งจริงไม่ได้หรอกพาย"
"งั้นเหรอครับ?" พายยิ้มหวานหยด เป็นรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษความท้าทายไว้เต็มเปี่ยม "ถ้าพี่มั่นใจนักว่าทฤษฎีของผมมันไร้ค่า งั้นเรามาพิสูจน์กันไหมล่ะครับ"
ธันวาเลิกคิ้วสูง "พิสูจน์ยังไง?"
"ตัวต่อตัว (One-on-One)" พายท้าทายด้วยน้ำเสียงฉาดฉาน มือเล็กเอื้อมขึ้นไปแตะแผงอกกว้างของธันวาเบาๆ แล้วออกแรงผลักออกห่างอย่างถือดี "ถ้าผมบล็อกลูกชู้ตของพี่ได้ด้วยวิธีที่ผมบอก... พี่ต้องยอมให้ผมปรับตารางกายภาพบำบัดใหม่ทั้งหมดแบบไม่มีข้อแม้ แต่ถ้าผมแพ้... ผมจะเลิกยุ่งเรื่องท่าชู้ตของพี่ไปตลอดกาลเลย เป็นไงครับ... กล้าพอไหมล่ะครับ กัปตันธันวา?"
ความท้าทายนี้หนักหน่วงและตรงจุด ธันวาจ้องมองประกายตาที่มุ่งมั่นและท้าทายของคนตรงหน้า หัวใจที่เคยด้านชาและเหนื่อยล้ากับอาการบาดเจ็บเรื้อรังกลับเต้นแรงขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด ความรู้สึกเร้าใจที่ไม่ได้สัมผัสมานานกำลังพวยพุ่งขึ้นมาในอก
มุมปากของกัปตันหนุ่มยกยิ้มขึ้นช้าๆ รอยยิ้มที่อันตรายและทรงเสน่ห์ที่สุดเท่าที่พายเคยเห็นมา
"เด็กปีสองกล้าท้ากัปตันทีมเหรอเนี่ย..." ธันวาโน้มใบหน้าลงไปกระซิบชิดใบหูของพาย จนคนฟังขนลุกซู่ "เตรียมตัวร้องไห้คาสนามได้เลยครับ... เพราะผมไม่เคยออมมือให้ใคร แม้แต่คนปากดีอย่างเธอ"
เสียงรองเท้าผ้าใบเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้นพร้อมกับที่ธันวาก้าวถอยหลังไปตั้งหลัก ลูกบาสเกตบอลในมือถูกเคาะลงกับพื้นยางเสียงดังเป็นจังหวะเร้าใจ บรรยากาศรอบสนามเดือดพล่านขึ้นมาทันทีราวกับมีสปาร์กไฟลอยวนอยู่ในอากาศ
พายสูดหายใจเข้าลึก ตั้งการ์ดเตรียมรับมือ สายตาสงบนิ่งแต่มุ่งมั่นเต็มร้อย เกมเดิมพันระหว่างทฤษฎีทางกายภาพกับความดื้อรั้นของนักกีฬาตัวท็อปกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ วินาทีนี้
ทว่า... ก่อนที่ธันวาจะทันได้เลี้ยงลูกพุ่งเข้าหาแป้น เสียงปรบมือดังแปะๆ พร้อมกับเสียงทุ้มนุ่มนวลแต่แฝงความเจ้าเล่ห์ก็ดังขัดจังหวะขึ้นจากทางประตูทางเข้าโรงยิม
"โอ้โห... ดูท่าทางน่าสนุกจังนะครับ มีเดิมพันอะไรกันระหว่างกัปตันทีมกับน้องนักกายภาพคนเก่ง ขอผมร่วมวงด้วยคนได้ไหมครับ?"
ธันวาและพายชะงักพร้อมกัน หันขวับไปมองยังต้นเสียง
ร่างสูงโปรดของ 'วิน' ที่เดินกลับไปฝั่งโน้นแล้วเมื่อครู่ กลับมายืนพิงกรอบประตู พร้อมกับรอยยิ้มพินาศสันตะโรที่ส่อแววป่วนประสาทเต็มพิกัด และข้างกายของเขานั้น... มีร่างบางของใครอีกคนก้าวตามเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ดวงตากลมโตของพายเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าชัดเจนของบุคคลที่สามที่เพิ่งก้าวเข้ามาใหม่
________________________________________
*ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มเดือดขึ้นเรื่อยๆ ของพวกเขานะครับ - สแลมดังก์สื่อรัก*
รักยัดห่วงควงจังหวะหัวใจให้ลงล็อก•ตอนที่ 2
สนามแข่งไม่ใช่สนามเด็กเล่น
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักยัดห่วงควงจังหวะหัวใจให้ลงล็อก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!