พันธะเร้นลับมาเฟียร้ายสยบรัก•ตอนที่ 17

รอยแยกแห่งความไว้วางใจ

ผลงานโดย ภูริศร์
คราบเลือดบนปลายมีดสั้นเล่มนั้นแห้งสนิทไปนานแล้ว แต่สำหรับคาร์ลอส วินเซนต์ มันยังคงสดใหม่และส่งกลิ่นคาวคลุ้งอยู่ในความทรงจำทุกครั้งที่เขานอนหลับ ความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวยามวิกาลหนาแน่นจนแทบจะกลายเป็นวัตถุจับต้องได้ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะทอดเงาร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มให้ทาบทับอยู่บนผนังกระจกใส รินรดายืนนิ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ลมหายใจของเธอบางเบาและระมัดระวังราวกับเกรงว่าการขยับตัวเพียงนิดเดียวอาจเป็นการจุดชนวนระเบิดเวลาที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ผิวเนื้อของชายหนุ่ม "คุณไม่จำเป็นต้องยืนทำตัวเป็นผู้ต้องหาตลอดเวลาก็ได้ ริน" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดัน ทำลายกำแพงความเย็นชาที่เขามักใช้สวมใส่เข้าหาโลกภายนอก คาร์ลอสไม่ได้หันกลับมามอง เธอยังคงเห็นเพียงแผ่นหลังกว้างที่แฝงไปด้วยภาระอันหนักอึ้งและร่องรอยของบาดแผลในอดีต "ฉันแค่อยู่ในที่ที่ฉันควรจะอยู่ค่ะ... เอ๊ย อยู่ในที่ที่ฉันควรจะอยู่ค่ะ... เอ่อ อยู่ในที่ที่ฉันควรจะอยู่ครับ" รินรดารีบเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเผลอใช้คำพูดติดปาก แต่ความตึงเครียดทำให้ลิ้นของเธ้ารวนไปหมด คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความขื่นขม ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาคมกริบสีเทาเข้มคู่นั้นไม่ได้ดุดันหรือเกรี้ยวกราดดังเช่นทุกที แต่มันกลับฉายแววเปราะบางอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในตัวผู้ชายที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนนี้ "คุณกลัวผมไหม?" เขาถามตรงๆ เดินก้าวช้าๆ เข้ามาหาทีละก้าว รองเท้าหนังราคาแพงกระทบพื้นห้องเกิดเสียงก้องกังวาน รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึกยามใกล้รุ่ง "ถ้าฉันตอบว่าไม่... ฉันก็คงโกหกคุณค่ะ... ครับ" เธอแก้คำพูดอีกครั้งอย่างหัวเสียเมื่อเผลอพลั้งปากอีกรอบ คาร์ลอสยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยคล้ายจะยิ้ม แต่ดวงตากลับเศร้าหมองเกินกว่าจะเรียกว่ารอยยิ้มได้ มือหนาร้อนผ่าวเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้ แຮงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่มันมั่นคงและเด็ดเดี่ยวราวกับกลัวว่าเธอจะหลุดลอยหายไปในอากาศ "ความกลัวเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้คนเรามีชีวิตรอด ริน... แต่กับผม คุณไม่ต้องใช้มันหรอก" เขาดึงเธอมาร่วมเผชิญหน้าใกล้ชิดยิ่งขึ้น กลิ่นกายบุรุษผสมกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและแอลกอฮอล์จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายให้ตื่นตัวอย่างเงียบเชียบ รินรดาช้อนตาขึ้นมอง ปลายจมูกของเขากับเธอแทบจะชนกันอยู่แล้ว แรงดึงดูดระหว่างเขากับเธอมันรุนแรงและอันตรายเกินกว่าจะหาเหตุผลมารองรับ "ทำไมคุณถึงยอมเล่าเรื่องพวกนี้ให้ฉันฟังล่ะคะ... ครับ?" เธอกลั้นใจถามออกไปในที่สุด หลังจากที่เก็บความสงสัยนี้มานานหลายวัน ตั้งแต่เรื่องที่มาร์คัสพยายามขุดคุ้ยอดีตของเขาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือทำลายล้าง คาร์ลอสไม่ตอบในทันที นิ้วหัวแม่มือของเขาเกลี่ยเบาๆ บนข้อมือด้านในของเธอ จุดชีพจรใต้ผิวหนังเต้นรัวเร็วจนเขารับรู้ได้ สายตาคมกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตารินรดาตรงๆ "เพราะคุณไม่ใช่คนอื่น" เสียงกระซิบนั้นแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึก "และเพราะผมไม่อยากให้คุณมองผมเป็นแค่ปีศาจกระหายเลือดเหมือนที่คนอื่นมอง" คำพูดนั้นสะท้อนลึกเข้าไปในทรวงอกของรินรดา ความแข็งกระด้างที่เธอพยายามสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองเริ่มพังทลายลงทีละน้อย มืออีกข้างของคาร์ลอสยกขึ้นแตะแก้มเนียนแผ่วเบา ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านเข้ามาจนเธอเผลอเอียงแก้มแนบรับสัมผัสโดยไม่รู้ตัว ความเปราะบางในแววตาของมาเฟียร้ายคนนี้มีอานุภาพทำลายล้างยิ่งกว่าอาวุธชนิดใดในโลก "สิบปีที่แล้ว... ที่จุดเริ่มต้นของทุกอย่าง" คาร์ลอสเริ่มเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยรapร้าวลึก "ผมไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองที่เป็นของสะอาด ครอบครัวของผมถูกทรยศโดยคนที่พ่อผมนับถือเสมือนพี่น้อง เลือดสีแดงฉานนองเต็มพื้นห้องนั่งเล่นในคืนวันเกิดอายุครบสิบขวบของผม... ผมเห็นแม่ถูกยิงตายต่อหน้าต่อตา โดยฝีมือของคนที่เคยร่วมสาบานว่าจะปกป้องเรา" รินรดาสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ ดวงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย มือข้างที่ว่างเผลอยกขึ้นจับแขนเสื้อของเขาไว้โดยอัตโนมัติเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยว "ผมรอดมาได้เพราะซากศพของพี่ชายที่เอาตัวมาบังผมไว้" คาร์ลอสเล่าต่อ ดวงตาคมกริบเริ่มแดงก่ำด้วยเพลิงแค้นที่ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้งในความทรงจำ "ตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นมา ผมปฏิญาณกับตัวเองว่าจะไม่มีวันไว้ใจใครอีกบนโลกใบนี้ โลกธุรกิจมันโหดร้าย ริน... มาร์คัสก็คือหนึ่งในเศษเดนที่เคยร่วมขบวนการในวันนั้น มันรู้จุดอ่อนของผม มันรู้ว่าผมสูญเสียอะไรไปบ้าง" คาร์ลอสโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มของเธอ "แต่กับคุณ... ริน... ตั้งแต่วินาทีแรกที่คุณก้าวเข้ามาในโลกของผม กำแพงที่ผมสร้างไว้มันเริ่มมีรอยร้าว และผม... เกลียดตัวเองที่ปล่อยให้มันเป็นแบบนั้น แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็เสพติดความรู้สึกที่มีคุณอยู่ใกล้ๆ" สัมผัสจากริมฝีปากหนาที่กดทับลงบนขมับของเธอนั้นอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความโหยหาอย่างน่าประหลาด มันไม่ใช่การครอบครองด้วยอำนาจ แต่มันคือการร้องขอความเห็นใจจากหัวใจที่ด้านชามานานนับทศวรรษ รินรดารู้สึกได้ถึงหยาดน้ำตาอุ่นๆ ที่ซึมลึกอยู่ในความรู้สึกของเขา แม้เขาจะไม่เคยร้องไห้ให้ใครเห็นก็ตาม ร่างบางถูกดึงเข้าสู่อ้อมกอดที่อบอุ่นและแข็งแกร่งอย่างแนบแน่น อ้อมแขนของคาร์ลอสโอบรอบเอวคอดไว้มั่น ราวกับต้องการหลอมรวมเธอให้เป็นส่วนหนึ่งของร่มเงาชีวิตที่มืดมนของเขา กลิ่นกายเฉพาะตัวของเขาโอบล้อมเธอไว้จนแทบหายใจไม่ออก แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นอกกว้างที่สะท้อนผ่านจังหวะการเต้นของหัวใจทำให้เธอลืมสิ้นทุกความหวาดกลัว มือใหญ่เลื่อนขึ้นมาประคองท้ายทอยของเธอ บังคับให้อินทรีย์แห่งความปรารถนากลับมามีอำนาจเหนือสติสัมปชัญญะอีกครั้ง ริมฝีปากที่เคยเอ่ยถ้อยคำขมขื่นเปลี่ยนมารุกรานเธอด้วยความร้อนรุ่มที่โหมกระหน่ำ รสจูบเริ่มต้นด้วยความนุ่มนวลเยียวยา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันและกระหายหิวราวกับคนอดอยากมาเนิ่นนาน รินรดาส่งเสียงประท้วงในลำคอได้เพียงชั่วครู่ ก่อนที่สติทั้งหมดจะถูกหลอมละลายไปกับสัมผัสอันเชี่ยวชาญและเร่าร้อนของเขา เรียวลิ้นร้อนล้ำที่สอดแทรกเข้ามาเกี่ยวพันกวาดต้อนความหวานล้ำภายในช่องปากทำให้ขาของเธอแทบทรุดลงไปกองกับพื้น โชคดีที่แขนแกร่งของคาร์ลอสยังคงรั้งเอวเธอไว้แนบชิดติดกับแผ่นอก รองรับน้ำหนักทั้งหมดของเธอได้อย่างมั่นคง เสียงลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานมืดทึบ ปลายลิ้นที่เกี่ยวพันกันยิ่งเพิ่มดีกรีความร้อนแรงจนผิวGายของทั้งคู่ร้อนผ่าวราวกับถูกไฟแผดเผา มือเรียวของรินรดาเผลอจิกเกร็งลงบนไหล่กว้างของเขาผ่านเนื้อผ้าเสื้อเชิ้ตเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ขณะที่เรียวขาของเธอถูกดันให้ขยับเข้าหา เปิดทางให้ร่างสูงใหญ่ทาบทับเข้ามาใกล้ชิดยิ่งขึ้นจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน คาร์ลอสผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปล่อยให้หน้าผากของเขากับเธอแนบชิดติดกัน ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดผิวแก้ม แววตาของมาเฟียหนุ่มเวลานี้เปลี่ยนจากความเศร้าสร้อยมาเป็นประกายไฟแห่งความต้องการที่ลุกโชนจนน่ากลัว "คุณทำให้ผมเสพติดคุณ... ริน" เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมหางตาของเธอ "และตอนนี้ ต่อให้คุณอยากหนี คุณก็ไม่มีวันหนีพ้นเงื้อมมือของผมไปได้อีกแล้ว" ในขณะที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุดและหัวใจของรินรดากำลังเต้นระรัวด้วยแรงปรารถนาอันตราย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นทางการและเยือกเย็น ขัดจังหวะความเคลิบเคลิ้มนั้นลงในทันที ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... คาร์ลอสขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ดวงตาคมกริบตวัดมองไปที่ประตูห้องทำงานด้วยแววตาดุดันรากับพญามารที่ถูกขัดเวลาเสวยสุข รินรดาช็อกและรีบผลักอกเขาออกเบาๆ เพื่อจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ "ท่านประธานครับ..." เสียงทุ้มต่ำของลูกน้องคนสนิทดังลอดผ่านบานประตูเข้ามาด้วยความรีบร้อน "สายของเราจากฝั่งมาร์คัสรายงานด่วนครับ... พวกมันพบพิกัดของเอกสารลับบัญชีลับที่ท่านตามหาแล้วครับ... แต่มันกำลังถูกส่งต่อไปยังมือของตำรวจสากลภายในคืนนี้!" คาร์ลอสชะงัก ร่างสูงใหญ่หยุดนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะวาวโรจน์ขึ้นด้วยความเหี้ยมเกรียม เขาหันกลับมามองรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ความอ่อนโยนเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงมาเฟียผู้ไร้ความปรานีที่พร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่ขวางทาง "ริน... รอผมอยู่ที่นี่" คำสั่งนั้นเด็ดขาดและไม่อาจปฏิเสธได้ ก่อนที่ร่างสูงจะหมุนตัวเดินสาวเท้าก้าวออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วราวกับพายุหมุน ทิ้งให้รินรดายืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันที่กลับมาเยือนอีกครั้ง พร้อมกับความรู้สึกที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งอันตรายที่กำลังจะปะทุขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับมาเฟียร้ายสยบรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%