กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สองเราขวางวิถีสวรรค์•ตอนที่ 1

คมกระบี่ท่ามกลางหิมะแรก

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
เศษโลหะบิ่นหนาเตอะในมือของหลี่มู่เฉินไม่ได้ถูกเรียกว่ากระบี่มานานนับร้อยปีแล้ว ในสายตาของเหล่าผู้อาวุโสแห่งสำนักเซียนหมื่นดารา มันเป็นเพียงเศษซากอัปยศที่หลุดรอดมาจากตระกูลซึ่งถูกสวรรค์พิพากษาให้เป็นกบฏ ทว่ายามที่เสียงฝ่าเท้าของเขากระทบลงบนแผ่นศิลาหยกขาวเบื้องหน้าประตูทดสอบพลัง ปราณกระบี่ที่หลับใหลอยู่ภายในกลับแผดเสียงคำรามก้องดุจพญาเสือโคร่งบาดเจ็บ "สามพันก้าวผ่านพ้น... แต่เศษเหล็กไร้รากปราณเช่นเจ้า ยังกล้าอาจหาญก้าวขึ้นมาเหยียบย่าง ณ บันไดเมฆาขั้นที่เก้าเช่นนี้ หรือว่าความตายจากทัณฑ์สวรรค์เมื่อสามปีก่อนยังสลักลงในกระดูกของตระกูลหลี่ไม่ลึกพอ?" เสียงเย้ยหยันดังมาจากศิษย์พี่ใหญ่แห่งแดนวงแหวนนอก เขาแผ่รังสีพลังปราณขั้นหลอมรวมวิญญาณออกมากดทับจนบรรยากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น แรงกดดันมหาศาลนี้เพียงพอที่จะทำให้ผู้ฝึกตนทั่วไปกระดูกแหลกสลายกลายเป็นจุลภายในพริบตาเดียว แต่หลี่มู่เฉินมิได้สะท้านไหว ร่างกายผอมเกร็งแต่ทว่าตั้งตรงดุจสนกลางเหมันต์ ใบหน้าคมคายซีดเซียวไร้สีเลือด นัยน์ตาคู่คมลุ่มลึกดุจห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้ง เขาปรายตามองเศษกระบี่ในมือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับความว่างเปล่าเบื้องบน ที่ซึ่งม่านเมฆหนาทึบกำลังหมุนวนเป็นพายุอัคคี "สวรรค์พิพากษาข้า หรือข้าต่างหากที่จะเป็นผู้พิพากษาสวรรค์" น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังจนผู้คนรอบข้างถึงกับลมหายใจสะดุด เขาไม่แม้แต่จะชายตามองศิษย์พี่ใหญ่ผู้รarยด้วยพลังปราณบริสุทธิ์แม้แต่น้อย ความทะนงตนในวิถีกระบี่ของเขาถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากหยาดโลหิตและความตาย ไม่ใช่จากทรัพยากรล้ำค่าของสำนักเซียนผู้สูงส่ง ทันใดนั้น ม่านเมฆสีครามเบื้องบนก็แหวกออกเป็นทาง ความหนาวเหน็บระดับกระดูกแข็งตัวแผ่ซ่านไปทั่วทั้งยอดเขา บรรยากาศรอบด้านพลันเงียบสงัดลงราวกับเวลาถูกแช่แข็ง ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายเกล็ดน้ำค้างปรากฏขึ้นกลางนภา นางมิได้เดิน ทว่าลอยตัวลงมาอย่างเชื่องช้าดุจเทพธิดาผู้ไร้ซึ่งกิเลสและอารมณ์ความรู้สึก เส้นผมสีดำสนิทราวกับรัตติกาลตัดกับผิวขาวราวกระเบื้องหยก นัยน์ตาสีฟ้าครามกระจ่างใสไร้ระลอกคลื่นทอดมองลงมา—นางคือ 'เซียนจื่อหยวน' ผู้นำแห่งยอดเขาเหมันต์นิรันดร์ ผู้ถือครองกฎเกณฑ์เหล็กของสำนักและหัวใจที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งหมื่นปี "หลี่มู่เฉิน..." เสียงของนางกังวานใสราวกระดิ่งเงินกระทบสายลม ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว ไร้ซึ่งความเมตตา มีเพียงความว่างเปล่าอันน่าสะพรึงกลัว "คนตระกูลหลี่สมควรถูกประหารชีวิตที่หุบเขาอัสนีบาต เหตุใดจึงยังดึงดันปีนป่ายขึ้นมาสู่แดนเซียน?" เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสรอบบริเวณต่างคุกเข่าลงคำนับด้วยความหวาดกลัว ทว่าหลี่มู่เฉินกลับยังคงยืนหยัดตรงแน่ว ปลายกระบี่หักในมือชี้ตรงไปยังพื้นศิลาเบื้องหน้าอย่างไร้ความยำเกรง "ข้าไม่ได้มาเพื่อขอความเมตตาจากพวกท่าน" หลี่มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำกลับหนักแน่นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงบนใจกลางลานพิธี "ข้ามาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้ดวงวิญญาณนับพันของตระกูลหลี่ และมาเพื่อพิสูจน์ให้สำนักเซียนตาบอดเช่นพวกท่านได้เห็นว่า... ต่อให้ไร้ซึ่งรากปราณสวรรค์ กระบี่ในมือของข้า ก็สามารถผ่าฟ้าดินออกเป็นสองเสี่ยงได้เช่นกัน!" สิ้นคำพูดของเขา บรรยากาศรอบตัวก็แปรเปลี่ยนเป็นสนามรบแห่งจิตวิญญาณทันที อุณห็ภูมิลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำค้างเกาะพราวตามคมกระบี่บิ่นๆ นั้น เซียนจื่อหยวนที่เคยครองใจสงบนิ่งดุจน้ำในบึงลึกมาตลอดหลายร้อยปี กลับรู้สึกถึงความสั่นไหวแปลกประหลาดที่ก้นบึ้งของหัวใจ นางจ้องมองเข้าไปในนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยไฟแค้นและแรงพยศของชายหนุ่มผู้นี้ ความดื้อรั้นที่ไร้ที่ติและความทะนงตนจนตัวตายทำให้หัวใจที่ด้านชาของนางเกิดรอยร้าวขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน นางยกมือเรียวขาวดุจหยกขึ้นช้าๆ นิ้วเรียวเรียงตัวงดงามราวกับงานศิลปะ ขณะที่พลังปราณเหมันต์บริสุทธิ์รวมตัวกันเป็นดาบน้ำแข็งนับพันเล่มลอยเคว้งคว้างอยู่เหนือศีรษะของหลี่มู่เฉิน พร้อมที่จะบดขยี้เขาให้แหลกสลายเป็นผุยผงในพริบตาเดียวตามกฎของสำนัก "สามหาว... เจ้าคิดว่าความตายมีความหมายกับคนเช่นเจ้าหรือ?" เซียนจื่อหยวนเอ่ยเสียงแผ่วเบา แต่นัยน์ตากลับทอประกายซับซ้อนที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ ทว่า ในวินาทีที่ดาบน้ำแข็งนับพันเล่มพุ่งทะยานลงมาพร้อมกันราวกับหายุฝน หลี่มู่เฉินกลับไม่ได้หลบหนี เขากลับหลับตาลง ปล่อยให้จิตวิญญาณกระบี่ที่แท้จริงหลอมรวมเข้ากับเศษโลหะในมือ เลือดสีสดไหลรินจากฝ่ามือที่กำด้ามกระบี่แน่น หยดลงบนศิลาหยกขาวจนเกิดเสียงดังฉ่าราวกับน้ำกรดร้อนจัด ประกายแสงสีแดงฉานระเบิดขึ้นจากรอยบิ่นของกระบี่ ทะลวงทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าตัดผ่านม่านเมฆเหมันต์จนเกิดเป็นรอยแยกขนาดใหญ่ พลังปราณอันเกรี้ยวกราดและดุดันแผ่ซ่านออกไปทั่วทั้งอาณาเขต บีบให้เหล่าผู้อาวุโสต้องถอยร่นออกไปหลายก้าวด้วยความตื่นตระหนก เซียนจื่อหยวนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่าง—พลังที่ไม่ได้มาจากสวรรค์ แต่มันมาจากความมุ่งมั่นอันบ้าคลั่งที่ฝืนลิขิตฟ้าดินของชายหนุ่มผู้นี้ และในวินาทีที่คมกระบี่ไร้ลักษณ์ปะทะเข้ากับมหาเขตอาคมเหมันต์นิรันดร์ ท้องฟ้าเหนือยอดเขาก็คำรามลั่นด้วยเสียงอสุนีบาตสีทองที่สะท้อนถึงการตื่นขึ้นของสิ่งที่ไม่ควรจะมีอยู่บนโลกใบนี้—กระบี่เล่มที่ถูกลืมเลือนกำลังจะแผดเผาทุกกฎเกณฑ์ให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่อันหนาวเหน็บและเดือดดาลนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สองเราขวางวิถีสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%