กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สองเราขวางวิถีสวรรค์•ตอนที่ 9

พันธะแห่งเลือดและกระบี่

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
“มู่เฉิน... เจ้ามาได้ช้าเสียจริง ลูกอกตัญญู...” สุ้มเสียงนั้นมิได้ลอยมาจากเบื้องหน้า ทว่ามันก้องกังวานขึ้นจากห้วงลึกแห่งความทรงจำอันมืดมิด เสียงของบิดาผู้ล่วงลับที่ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏสวรรค์ยังคงบาดลึกเข้ามาราวกับคมมีดสนิมเขรอะที่กรีดซ้ำลงบนรอยแผลเป็นกลางดวงใจ หลี่มู่เฉินสะบัดกระบี่ในมืออย่างแรงจนเกิดเสียงแหวกอากาศแหลมคม ไอสีดำสนิทดุจหมึกจีนกลุ่มใหญ่แผ่พุ่งขึ้นจากผืนปฐพี ห่อหุ้มร่างของเขาไว้จนแทบมองไม่เห็นตัวตน รอบกายของเขามิใช่ถ้ำผาผนังศิลาอีกต่อไป หากแต่เป็นภาพหลอนจากห้วงสำนึก—ภาพของตระกูลหลี่ที่ถูกเพลิงอัคคีสวรรค์แผดเผาจนมอดไหม้เป็นจุล เสียงกรีดร้องโหยหวนของผู้บริสุทธิ์ดังระงม บดขยี้ประสาทสัมผัสของจอมยุทธ์หนุ่มผู้ทะนงตนจนลมหายใจสะดุด “หุบปาก!” มู่เฉินคำรามลั่น นัยน์ตาคู่คมแดงก่ำด้วยเส้นเลือดฝอย เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย กลิ่นอายกระบี่ไร้ลักษณ์ที่เคยเกรียงไกรกลับสั่นระริกราวกับเปลวเทียนต้องลมพายุ ปีศาจเงาปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้า มันไม่มีใบหน้าที่ชัดเจน มีเพียงรูปร่างเงาสะท้อนสีนิลที่บิดเบี้ยวคล้ายร่างของเขาเอง ทว่าดวงตาทั้งคู่กลับเปล่งประกายสีโลหิตเยือกเย็น มันหัวเราะเยาะด้วยน้ำเสียงที่ดัดแปลงมาจากคนใกล้ชิด “เจ้าดิ้นรนไปไย... หลี่มู่เฉิน? เจ้าคิดว่าการถือครองวิถีกระบี่ที่ไร้รากปราณจะช่วยล้างมลทินให้ตระกูลได้กระนั้นหรือ? แท้จริงแล้ว... เจ้าก็เป็นเพียงไอ้ขยะที่แม้แต่บิดาของตนเองยังปกป้องไม่ได้!” *ฉึก!* เงาดำพุ่งเข้าประชิดด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ มันไม่ได้ใช้ศาสตราวุธใดๆ หากแต่ใช้ ‘ความจริงอันเจ็บปวด’ ที่ถูกบิดเบือนด้วยภาพลวงตา แทงทะลวงเข้าสู่กลางอกของเขาโดยตรง ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง มิใช่ความเจ็บปวดทางกายภาพ ทว่ามันคือความร้าวรานลึกล้ำที่กัดกินจิตวิญญาณทีละน้อย มู่เฉินทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นศิลา กระบี่คู่ใจหลุดจากมือร่วงลงกระทบพื้นจนเกิดเสียงก้องกังวาน ในห้วงเวลาเดียวกัน ห่างออกไปไม่ไกลนัก ท่ามกลางม่านหมอกเหมันต์ที่หนาทึบ เซียนจื่อหยวนยืนสง่างามอยู่บนยอดผาสูงชัน อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์พลิ้วไหวตามกระแสลมปราณที่แปรปรวน นางหลับตาลงสัมผัสถึงความผิดปกติในค่ายกลทดสอบจิต ทว่าเมื่อจิตสัมผัสของนางแตะถึงห้วงนิมิตของมู่เฉิน หัวใจที่ด้านชาไร้ความรู้สึกมานับร้อยปีตามวิถีเซียน กลับกระตุกวาบอย่างรุนแรงราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง “มู่เฉิน...” น้ำเสียงหวานใสแต่เยือกเย็นเอื้อนเอ่ยออกมาแผ่วเบา นางลืมตาขึ้น นัยน์ตาคู่คมดุจหงส์ฉายแววกังวลระคนเด็ดเดี่ยว วิถีเซียนสอนให้ตัดขาดจากกิเลสและความผูกพัน แต่นางกลับพบว่า... ยามที่ชายหนุ่มผู้นั้นกำลังจะจมดิ่งสู่ความมืดมิด วิญญาณของนางเองก็แทบจะแตกสลายตามไปด้วย “ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าพ่ายแพ้ต่อมารยาแห่งจิตใจเด็ดขาด” จื่อหยวนพึมพำกับความว่างเปล่า นางสะบัดแขนเสื้อ มือเรียวดุจหยกสลักวาดลวดลายกลางอากาศ ปราณเหมันต์นิรันดร์ระเบิดออกเป็นละอองแสงสีฟ้าคราม ส่องประกายเจิดจ้าทะลุผ่านม่านหมอกมืดมิดเข้าสู่เขตอาคมของปีศาจเงา ภายในมิมิตมืด มู่เฉินกำลังจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งแห่งความสิ้นหวัง ภาพในอดีตหมุนวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างกายของเขาหนักอึ้งดุจแบกภูเขาไว้ทั้งลูก ความรู้สึกผิด ความแค้นเคือง และความอ่อนแอที่ซ่อนเร้นอยู่ลึกที่สุดถูกปีศาจเงากระชากออกมาประจานต่อหน้าต่อตา ปากของเขามีรสคาวเลือดจากการกัดฟันสะกดกลั้นความเจ็บปวด *“เจ้ามันไร้ค่า... ยอมจำนนต่อข้าเสียเถอะ แล้วความทุกข์ทรมานเหล่านี้จะสิ้นสุดลง”* เสียงกระซิบของปีศาจเงาดังก้องอยู่ข้างหู ลมหายใจของมู่เฉินเริ่มติดขัด ประกายแสงในดวงตาของเขากำลังจะดับวูบลง ทว่า ในวินาทีที่ความมืดมิดกำลังจะกลืนกินสติสัมปชัญญะทั้งหมด ละอองแสงสีฟ้าครามอันบริสุทธิ์ก็โปรยปรายลงมาดุจหิมะโปรยกลางฤดูเหมันต์ ความเย็นเยียบอันสง่างามและทรงพลังแผ่ซ่านเข้าสู่เส้นชีพจรของเขา ชำระล้างไอพิษและภาพหลอนอันน่ารังเกียจให้มลายหายไปในพริบตา มู่เฉินเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย เม็ดเหงื่อผสมหยาดน้ำตาไหลอาบแก้ม “นี่มัน... ปราณเหมันต์ของนาง...” “เจ้าทระนงตนเกินกว่าจะยอมแพ้ให้แก่ภาพลวงตาเช่นนี้ไม่ใช่หรือ หลี่มู่เฉิน?” เสียงหวานกังวานที่คุ้นเคยดังแว่วมาจากเบื้องบน แม้จะไร้ซึ่งร่างเนื้อปรากฏกาย แต่กระแสจิตอันแข็งแกร่งและมั่นคงของเซียนจื่อหยวนก็ส่งตรงเข้าสู่ก้นบึ้งหัวใจของเขา นางมิได้เข้ามาช่วยเขาแก้ปัญหาโดยตรง หากแต่ใช้วิถีเซียนของนางปลุกเร้า ‘จิตวิญญาณกระบี่’ ที่หลับใหลอยู่ให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน มู่เฉินสูดลมหายใจเข้าลึก ความเจ็บปวดที่เคยแผดเผาร่างกายกลับกลريเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่หล่อหลอมให้จิตใจของเขาแข็งแกร่งดุจเพชรน้ำเอก เขากัดฟันกรอด มือที่เคยอ่อนแรงกลับมากำด้ามกระบี่บนพื้นแน่นขึ้นจนข้อต่อขึ้นสีขาว “เจ้ารู้จักข้าน้อยน้อยเกินไปแล้ว...” มู่เฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาสีดำสนิทกลับมาเปล่งประกายคมกริบดุจคมกระบี่ที่เพิ่งผ่านการลับคมจากหินผาพันปี เขายันกายลุกขึ้นยืนหยัดอย่างสง่างาม แม้บาดแผลทั่วร่างจะยังคงส่งผล แต่จิตวิญญาณของเขากลับทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในรอบหลายปี เปลวเพลิงแห่งความมุ่งมั่นลุกโชนขึ้นผสมผสานกับไอเย็นเยือกที่เซียนจื่อหยวนส่งเข้ามา ประสานกันเป็นพลังหยินหยางที่น่าสะพรึงกลัว ปีศาจเงาที่เคยได้ใจกลับผอยหลังด้วยความตื่นตระหนกเมื่อพบว่าเหยื่อของมันไม่ได้อ่อนแออย่างที่คิด “ต่อให้สวรรค์เบื้องบนทอดทิ้งข้า ต่อให้บรรพชนตระกูลหลี่กล่าวหาว่าข้าอกตัญญู... แต่กระบี่ในมือเล่มนี้ มีไว้เพื่อแหวกม่านฟ้า ไม่ใช่เพื่อก้มหัวให้ภาพหลอน!” มู่เฉินคำรามก้องฟ้า สะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียว ร่างของกระบี่ไร้ลักษณ์พุ่งทะยานขึ้นสู่ห้วงนิมิตด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายฟ้า กลิ่นอายกระบี่แผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ตัดขาดมิติภาพหลอนออกเป็นสองเสี่ยง เสียงกรีดร้องโหยหวนของปีศาจเงาดังสนั่นหวั่นไหว ก่อนที่ร่างสีนิลนั้นจะแหลกสลายกลายเป็นละอองธุลีสีดำแล้วจางหายไปในอากาศ โลกทั้งใบกลับคืนสู่ความสงบเงียบอีกครั้ง มู่เฉินยืนหอบหายใจหนักหน่วงอยู่กลางลานหิน ปราณรอบตัวหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง สัญญาณแห่งการทะลวงขอบเขตพลังขั้นถัดไปกำลังปะทุขึ้นอย่างรุนแรงจนชั้นบรรยากาศรอบยอดเขาเหมันต์สั่นสะเทือน ในขณะเดียวกัน บนยอดผาสูง เซียนจื่อหยวนลืมตาขึ้นช้าๆ ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างหาได้ยากยิ่ง นางสัมผัสได้ว่าเขาก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองได้สำเร็จแล้ว ทว่าในวินาทีที่ความโล่งใจแผ่ซ่านเข้ามา ท้องฟ้าเบื้องบนกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด เมฆดำทะมุนรวมตัวกันอย่างรวดเร็วพร้อมกับเสียงคำรามของสายฟ้าฟาดทัณฑ์สวรรค์ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าครั้งไหนๆ และก่อนที่มู่เฉินจะได้ตั้งตัว เงาร่างปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งก็ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติเบื้องหน้า พร้อมกับรอยยิ้มอันชวนขนพองสกล้า และกระบี่อาบยาพิษที่พุ่งตรงเข้าเสียบmแผ่นหลังของเซียนจื่อหยวนที่กำลังอ่อนล้าจากการถ่ายทอดพลังปราณ! --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันวิถีกระบี่และทัณฑ์สวรรค์เคียงข้างกันมา ณ ที่นี้นะคะ **- ชิงเสวี่ยเหมันต์ -**
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สองเราขวางวิถีสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%