"สิบ... เก้า..."
ตัวเลขสีแดงฉานกะพริบวาบอยู่กลางเรติน่าของคีตะ ราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตายที่นับถอยหลังสู่วาระสุดท้าย ในโลกเสมือนของ VRMMO ที่ซึ่งความตายหมายถึงการสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างที่เขากัดฟันสร้างมาหยาดเหงื่อแรงกาย ตรรกะทางคณิตศาสตร์ในหัวสมองของชายหนุ่มประมวลผลอย่างบ้าคลั่ง โค้ดต้องห้ามที่ถูกฝังไว้ในระบบชั้นที่สิบสามของหอคอยมืดกำลังกัดกินรูทไฟล์ตัวละครของเขา อัตราการลบข้อมูลพุ่งขึ้นร้อยละสิบต่อวินาที ไม่มีช่องโหว่ ไม่มีทางหนีทีไล่ และไม่มีทางเลือกอื่นใดในเชิงสถิติ
"แปด... เจ็ด..."
"คีตะ! อย่าเพิ่งยอมแพ้สิ!" เสียงใสของรินตวาดลัดผ่านเสียงหวอเตือนภัยสีแดงฉาน แววตาของเธอไม่ได้ฉายแววความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความมุ่งมั่นที่ดื้อรั้น มือเรียวบางคว้าข้อมือของเขาไว้แน่น แรงบีบนั้นอบอุ่นและสมจริงเสียจนคีตะเกือบจะลืมไปว่านี่คือโลกดิจิทัล "นายบอกเองไม่ใช่เหรอว่าทุกปมีทางแก้เสมอ!"
"นั่นมันทางแก้แบบมีตรรกะ ริน!" คีตะสวนกลับ น้ำเสียงของเขาเรียบสนือดุจผิวน้ำในบึงลึก แต่ซ่อนความหงุดหงิดระAอุไว้ภายใน "ความผิดพลาดระดับ System Override แบบนี้อยู่นอกเหนือสมการความน่าจะเป็น ศูนย์เปอร์เซ็นต์... เรากำลังจะถูกรีเซ็ตตัวละครถาวร"
"ห้า... สี่..."
ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เงาร่างสีดำทะมึนร่างหนึ่งก็พุ่งแหวกความมืดมิดของห้องโถงหอคอยมืดเข้ามาอย่างรวดเร็วดุจพายุหมุน ดาบใหญ่เคลือบออร่าสีม่วงเข้มฟันฉับเข้าใส่จุดเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ที่กำลังรันโค้ดต้องห้ามนั้นอย่างแม่นยำ แรงปะทะสะเทือนไปทั่วทั้งห้องจนหน้าต่างอินเตอร์เฟซระบบสั่นกระเพื่อม
*แกร๊ง!*
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว โค้ดสีแดงที่กำลังนับถอยหลังหยุดชะงักลงอย่างกะทันหันที่ตัวเลข "สอง"
คีตะเบิกตากว้างเล็กน้อย สัญชาตญาณนักวางกลยุทธ์สั่งให้เขาถอยหลังไปครึ่งก้าวพร้อมกับยกโล่เวทมนตร์ขึ้นตั้งรับโดยอัตโนมัติ ทว่าผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าพวกเขากลับไม่ใช่บอสของดันเจี้ยน แต่เป็นศัตรูตัวฉกาจที่พวกเขาเพิ่งปะทะกันมาในชั้นก่อนหน้า... 'วาลคิรี่' หัวหน้ากิลด์เงาทมิฬ ผู้เล่นสายโจมตีระยะประชิดที่ขึ้นชื่อเรื่องความไร้ความปรานี
เรือนผมสีเงินยาวสยายยุ่งเหยิงเล็กน้อย ชุดเกราะหนังสีดำสนิทมีรอยฉีกขาดจากการต่อสู้ วาลคิรี่หอบหายใจเบาๆ เธอกวาดสายตาคมกริบมองคีตะและรินด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ
"อย่าเข้าใจผิดล่ะ เจ้าพวกโง่" วาลคิรี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยەชาและติดจะหยิ่งผยอง ทว่าแผ่นหลังที่ยังคงตั้งตรงนั้นกลับบ่งบอกว่าเธอก็ผ่านศึกหนักมาไม่แพ้กัน "ชั้นข้อมูลตรงนี้เชื่อมต่อกับคลังสมบัติหลักของกิลด์ฉัน ถ้าพวกแกตายแล้วระบบระเบิดตัวเอง ไอเทมระดับตำนานที่ฉันตามหามาสามเดือนก็จะสูญหายไปด้วย... ฉันไม่ได้ช่วยพวกแก ฉันแค่กำลังปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองต่างหาก"
คีตะหรี่ตาลง วิเคราะห์คำพูดและการกระทำของหญิงสาวตรงหน้าอย่างรวดเร็ว อัตราการเต้นของหัวใจเขากลับมาสู่ภาวะปกติสมดุล อัลกอริทึมในสมองเริ่มทำงานอีกครั้งเพื่อประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน
"การกระทำเมื่อครู่ของคุณมีความเสี่ยงเกินกว่าผลลัพธ์ที่จะได้" คีตะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยตามแบบฉบับของตนเอง "ถ้าคุณคำนวณต้นทุนในการใช้สกิล 'Aether Break' เพื่อหยุดโค้ดระดับ SSS เมื่อครู่ คุณเสียค่าความทนทานของอาวุธไปถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่คุ้มค่ากับการปกป้องไอเทมชิ้นเดียว... เว้นเสียแต่ว่า คุณรู้บางอย่างที่เราไม่รู้เกี่ยวกับดันเจี้ยนนี้"
วาลคิรี่ชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาคู่สวยฉายแววประหลาดใจก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความขุ่นเคือง เธอยิ้มเยาะ "นายยังคงปากจัดและน่ารำคาญเหมือนเดิมนะ คีตะ... สมกับที่เป็นอดีตมันสมองแห่งทีมอีสปอร์ตระดับตำนานที่ตกอับล่ะนะ"
รินก้าวออกมาบังหน้าคีตะเล็กน้อย แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าอีกฝ่าย แต่วิญญาณนักสู้ในตัวเธอกลับแผ่รังสีความกล้าหาญออกมาอย่างชัดเจน "ถึงพวกเราจะไม่ค่อยถูกกันนัก แต่ในสถานการณ์ที่ระบบเกมกำลังพยายามลบพวกเราทิ้งแบบนี้ การแยกทางกันเดินมีแต่จะทำให้ตายเร็วขึ้น... คุณวาลคิรี่ คุณต้องการทางออกไปจากที่นี่ และพวกเราก็ต้องการคำตอบว่าใครเป็นคนฝังโค้ดต้องห้ามนี้"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงกว้างชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของลมหนาวที่พัดผ่านช่องหน้าต่างหอคอยมืด วาลคิรี่มองรินสลับกับคีตะ สีหน้าของเธอฉายแววลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่มุมปากจะกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และท้าทาย
"ก็ได้... ชั่วคราว" วาลคิรี่สะบัดดาบในมือเก็บเข้าฝักด้านหลัง "ฉันจะร่วมมือกับพวกนายไปจนถึงชั้นที่สิบทาส... แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้าใครถ่วงแข้งถ่วงขา ฉันจะเป็นคนเขี่ยทิ้งออกจากปาร์ตี้ด้วยมือของตัวเอง"
คีตะมองหน้าหญิงสาวผู้เป็นอดีตคู่แข่งนัยน์ตานิ่งสนิท เขารู้ดีว่าการร่วมมือกับศัตรูเปรียบเสมือนการนอนร่วมเตียงกับงูพิษ ความไว้วางใจเป็นศูนย์ และความเสี่ยงในการถูกหักหลังมีสูงถึงเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ แต่ในเมื่อเส้นทางข้างหน้าถูกปิดตาย การสร้างเส้นทางใหม่ด้วยการยืมมือศัตรูก็คือกลยุทธ์เดียวที่เหลืออยู่
"ดีลครับ" คีตะตอบรับสั้นๆ น้ำเสียงมั่นคง "แต่การเดินหน้าต่อจากนี้ ต้องอยู่ภายใต้การวางแผนและคำสั่งของผมเท่านั้น ถ้าคุณยอมรับเงื่อนไขนี้ได้ พันธมิตรที่ไม่เต็มใจกลุ่มนี้ ก็อาจจะมีโอกาสรอดออกไปจากหอคอยมืดได้สูงถึงเจ็ดสิบสองเปอร์เซ็นต์"
วาลคิรี่แค่น L ขำเบาๆ อย่างนึกขันในความมั่นใจของชายหนุ่ม "ก็ตามใจนาย... นักวางกลยุทธ์ไร้ใจ"
ทั้งสามคนก้าวเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ออกสู่ระเบียงทางเดินยาวที่มืดมิด เบื้องหน้าคือบันไดเวียนที่ทอดยาวขึ้นสู่ชั้นที่สิบสี่ ความกดดันจากบรรยากาศรอบตัวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนแทบหายใจไม่ออก ทว่าในจังหวะที่ก้าวเท้าพ้นประตูโค้งหินบานใหญ่ เสียงเตือนภัยรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนก็ดังขึ้นก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคน
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างข้อมูลในชั้นที่ 14]*
*[คำเตือน: ผู้เล่นทั้งหมดถูกจัดอยู่ในสถานะ 'ผู้บุกรุกที่ต้องกำจัด']*
*[เงื่อนไขพิเศษเปิดใช้งาน: บอสลับแห่งหอคอยมืด 'โครนอส ผู้กลืนกินกาลเวลา' ได้ลืมตาตื่นขึ้นก่อนกำหนด เนื่องจากปฏิกิริยาของบุคคลที่สาม...]*
คีตะชะงักฝีเท้าลงทันที ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อหน้าต่างอินเตอร์เฟซแสดงรายชื่อบุคคลที่สามที่เพิ่งเชื่อมต่อเข้ามาในระบบเซิร์ฟเวอร์แบบเรียลไทม์ ชื่อไอดีที่ไม่ควรจะมีตัวตนอยู่บนเซิร์ฟเวอร์นี้ ปรากฏขึ้นหราอยู่ตรงหน้า... ชื่อของเพื่อนสนิทในอดีตที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสามปีก่อน
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกับตัวละครในโลกแห่งนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
อัลกอริทึมพ่ายรักกับนักวางกลยุทธ์ไร้ใจ•ตอนที่ 13
พันธมิตรที่ไม่เต็มใจ
ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมพ่ายรักกับนักวางกลยุทธ์ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!