เศษซากของหอนาฬิกามิติเวลาสะท้อนเป็นประกายสีรุ้งระยิบระยับบนพื้นผิวเกราะโลหะสีนิลของคีตะ อากาศรอบตัวบิดเบี้ยวจนเกิดเสียงหึ่งต่ำๆ คล้ายคลื่นใต้น้ำที่กำลังแปรปรวน แรงกดดันระดับ SSS จากร่างเบื้องหน้าแผ่ซ่านเสียดแทงผิวอวตารจนระบบแจ้งเตือนสีแดงกระพริบถี่รัวในมุมมองสายตา *[คำเตือน: อัตราการสูญเสียค่าความเสถียรของจิตใจลดลงต่ำกว่า 60%]*
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งเดียวที่ดึงดูดสมาธิของชายหนุ่มในเวลานี้
"นายกำลังคำนวณความน่าจะเป็นที่จะแพ้สินะ คีตะ"
เสียงของรินดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัด เธอยืนอยู่ห่างออกไปเพียงช่วงแขน คทาเวทมนตร์ในมือลดต่ำลง เผยให้เห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าบนใบหน้า แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับสุกใสและเด็ดเดี่ยวอย่างยิ่ง ไม่มีแววความหวาดกลัวต่อ *โครโนส เดอะ วอร์ปเปอร์* บอสลับผู้ควบคุมกาลเวลาที่กำลังคำรามก้องอยู่ในมิติเบื้องหน้าแม้แต่น้อย
คีตะขมวดคิ้วเล็กน้อย นัยน์ตาเย็นชาฉายแววประเมินผลลัพธ์ในเสี้ยววินาที "ตัวเลขบอกว่าศูนย์ครับ ริน อัลกอริทึมการโจมตีของโครโนสเป็นแบบสุ่มควอนตัม ไม่มีทางที่ปาร์ตี้สองคนที่มีค่าพลังพื้นฐานเหลือไม่ถึงครึ่งจะเอาชนะมันได้ในเงื่อนไขปัจจุบัน การถอยทัพเพื่อรักษาไอเทมระดับตำนานคือทางเลือกเดียวที่สมเหตุสมผลที่สุดตามตรรกะ"
รินไม่ยอมถอย เธอย่างสามขุมเข้ามาใกล้จนกลิ่นอายเวทมนตร์ธาตุลมจางๆ ของเธอปะปนกับกลิ่นอายเหล็กกล้าของเขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่มักจะทำให้ระบบประเหตุผลของคีตะเกิดอาการรวนทุกครั้งที่ได้เห็น
"ตรรกะเหรอ? นายยึดติดกับมันมากเกินไปนะ คีตะ" รินทอดเสียงอ่อนลง แต่น้ำหนักของถ้อยคำกลับหนักแน่นราวกับค้อนเหล็กทุบลงบนทั่ง "ตั้งแต่วันแรกที่เราลงดันเจี้ยนด้วยกัน นายเอาแต่คำนวณความเสี่ยง ประเมินความคุ้มค่า และมองเพื่อนร่วมทีมเป็นแค่ตัวเลขในสมการ... นายกลัวความล้มเหลวจากอดีตจนไม่กล้าแม้แต่จะเดิมพันกับสิ่งที่ไม่รู้ผลลัพธ์"
คำพูดนั้นราวกับใบมีดที่กรีดลึกลงไปในรอยแผลเป็นที่คีตะพยายามปกปิดมาตลอด สัญชาตญาณการป้องกันตัวสั่งให้เขายกกำแพงความเย็นชาขึ้นมาตั้งรับทันที
"ผมแค่ทำหน้าที่ของผู้นำปาร์ตี้ที่ดี การตัดสินใจด้วยอารมณ์คือความโง่เขลาในเกมนี้" เสียงของคีตะเรียบสนิท ไร้ระลอกคลื่น ทว่ามือที่ถือดาบกลับกำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
"ถ้างั้น... นายลองใช้สัญชาตญาณฟังฉันดูสักครั้งสิ" รินก้าวเข้าไปประชิดจนปลายนิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่แผ่นเกราะบริเวณหน้าอกตรงตำแหน่งหัวใจของอวตาร แรงสั่นสะเทือนจากจังหวะการเต้นของหัวใจจำลองส่งผ่านเข้ามา แม้จะเป็นโลกเสมือนจริง แต่ความอบอุ่นจากแววตาของเธอกลับให้ความรู้สึกจริงเสียยิ่งกว่าโลกภายนอก
"ความเชื่อของฉันที่มีต่อคีตะ ไม่ได้มาจากตรรกะหรือตัวเลขความน่าจะเป็น..." รินเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ นัยน์ตาคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของชายหนุ่มผู้โดดเดี่ยว "แต่มันมาจากสัญชาตญาณที่บอกว่า... ผู้ชายที่แบกรับความผิดพลาดของคนอื่นไว้คนเดียวอย่างนาย ไม่มีทางยอมแพ้ให้กับโชคชะตาที่ถูกเขียนไว้หรอก นายเก่งเกินกว่าจะยอมจำนนให้กาลเวลาบดขยี้... และฉันก็เชื่อมั่นในตัวนาย มากกว่าที่นายเชื่อมั่นในอัลกอริทึมของตัวเองเสียอีก"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ โครโนส เดอะ วอร์ปเปอร์ ที่อยู่เบื้องหน้าคำรามลั่นจนมิติรอบตัวแตกร้าวเป็นรอยแยกสีดำสนิท เศษซากเวลาลอยเคว้งคว้าง แต่วินาทีนั้น คีตะกลับรู้สึกราวกับว่าเสียงรอบตัวทั้งหมดถูกปิดกั้น เหลือเพียงเสียงลมหายใจของหญิงสาวตรงหน้าและเสียงสะท้อนในหัวใจที่ถูกแช่แข็งมานานนับปี
ระบบประมวลผลในสมองของเขาเกิดอาการรวนอย่างหนัก ค่าพารามิเตอร์ที่เคยคำนวณไว้อย่างแม่นยำพังทลายลงในพริบตา ไร้ซึ่งเหตุผล ไร้ซึ่งสูตรคณิตศาสตร์รองรับ มีเพียงความรู้สึกอุ่นวาย์ที่แผ่ซ่านเข้ามาในอกจนน่าประหลาด
คีตะอ้าปากคล้ายจะเอ่ยบางอย่าง แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอ เมื่อรินเลื่อนมือขึ้นมาจับด้ามดาบของเขาร่วมด้วย ดวงตาของเธอเปล่งประกายความมุ่งมั่นระคนอ่อนโยน
"ถ้าตรรกะมันบอกว่าชนะไม่ได้... งั้นเรามาสร้างสูตรคำนวณใหม่ด้วยกันเถอะนะ คีตะ"
รอยยิ้มนั้นระลายกำแพงน้ำแข็งที่คีตะสร้างขึ้นมาตลอดหลายเดือนได้อย่างหมดจด ริมฝีปากที่เม้มแน่นผ่อนคลายลง ความกลัวที่เคยเกาะกินจิตใจถูกแทนที่ด้วยประกายตาคมกริบที่คุ้นเคย แววตาของนักวางกลยุทธ์ผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อสิ่งใดเริ่มกลับมาลุกโชนอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะตัวเลข หรืออัลกอริทึม แต่เป็นเพราะ... สัญชาตญาณที่เขาเลือกจะเดิมพันร่วมกับเธอ
"นั่นสินะครับ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา รอยยิ้มจางๆ ที่หา
ดูได้ยากยิ่งปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่มผู้ไร้ใจ "บางครั้ง... ผมก็อาจจะคำนวณตัวแปรที่สำคัญที่สุดตกหล่นไปจริงๆ"
คีตะพลิกมือกลับมากำมือเรียวของรินไว้แน่น กระชับดาบในมืออีกข้างพุ่งทะยานไปข้างหน้าพร้อมกับเธอ แรงผลักดันมหาศาลจากการผสานพลังทั้งสองสายอาชีพทำให้สถิติจู่โจมพุ่งทะยานเกินขีดจำกัดเดิมถึง 300%
ร่างของโครโนส เดอะ วอร์ปเปอร์เงื้อดาบกาลเวลาขึ้นเตรียมฟาดฟันลงมาตัดสินความตาย ทว่าก่อนที่คมดาบสีทองคำขาวจะสัมผัสถึงตัวพวกเขานั้นเอง พื้นที่รอบด้านกลับหยุดชะงักลงราวกับภาพถ่าย เสียงแจ้งเตือนระดับวิกฤตจากระบบไม่ได้ดังขึ้นจากบอสตรงหน้า แต่กลับดังขึ้นจากใจกลางมิติที่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ด้านหลังของพวกเขาแทน
*[แจ้งเตือนระบบส่วนกลาง: ตรวจพบการแทรกแซงมิตินอกเหนือขอบเขต - ผู้เล่นระดับตำนาน 'โอดิน' และกองกำลังปริศนา 12 ชีวิต ปรากฏตัว ณ จุดพิกัดศูนย์กลาง]*
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับกลยุทธ์และหัวใจของพวกเขานะครับ
อัลกอริทึมพ่ายรักกับนักวางกลยุทธ์ไร้ใจ•ตอนที่ 8
คำสารภาพของสัญชาตญาณ
ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมพ่ายรักกับนักวางกลยุทธ์ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!