รอยพับของผ้าฝ้ายทอมือสีหม่นไร้ลวดลาย หาได้ระคายผิวเนียนละเอียดดั่งหยกอุ่นของหลินเฟยหรานไม่ หากแต่มันกลับขับเน้นให้กิริยาอาการทุกกระเบียดนิ้วของนางในยามนี้ สง่างามเยือกเย็นราวกับองค์หญิงผู้สูงศักดิ์กำลังประทับอยู่ ณ ท้องท้องพระโรงกว้าง หาใช่สตรีชาวนาในคอมมูนยุคเจ็ดสิบปลายไม่
นิ้วเรียวดั่งลำเทียนกำลังบรรจงใช้กรรไกรคมกริบตัดแต่งชายเสื้อผ้าป่านสีเทาหมอง ที่สมุห์บัญชีเฒ่าแห่งคอมมูนเพิ่งแจกจ่ายมาให้เมื่อยามสาย นางมิได้ตัดทอนความยาวตามมีตามเกิดเช่นชาวบ้านร้านตลาดทั่วไป หากแต่ใช้เทคนิคการเย็บซ่อนตะเข็บแบบโบราณที่สืบทอดในห้องเครื่องวังหลวง ตะเข็บทุกฝีเข็มแน่นหนาและทิ้งตัวอย่างมีทรวดทรง ราวกับชุดผ้าป่านราคาถูกนี้ถูกตัดเย็บโดยช่างหลวงผู้ชำนาการ
"เจ้ากำลังทำอันใดอยู่ เฟยหราน... ชุดทำงานในไร่นาเหตุใดจึงต้องพิถีพิถันถึงเพียงนั้น เลาะออกแล้วเย็บเข้าทรงเช่นนี้ เดี๋ยวพวกกรรมการหมู่บ้านก็เพ่งเล็งว่าทำตัวโดดเด่นเกินหน้าเกินตากันพอดี"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือด้วยความระอาแกมเอ็นดูกล่าวขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบสีเขียวขี้ม้าซีดจางของนายทหารปลดประจำการที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลัง หานจื้อหย่งกวาดสายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวภูเขาพิจารณาร่างเพรียวบางในชุดที่ถูกดัดแปลงใหม่ แม้จะเป็นเพียงผ้าป่านหยาบกร้าน แต่มันกลับรับกับเอวคอดกิ่วและไหล่ลาดมนได้อย่างน่าอัศจรรย์ ท่วงท่าการนั่งหลังตรงดั่งต้นสนทนูกลางเหมันต์ของนาง ทำให้บรรยากาศรอบตัวในห้องพักแคบๆ แห่งนี้คล้ายเปลี่ยนเป็นตำหนักในอันสูงส่งไปในพริบตา
หลินเฟยหรานมิได้หันกลับไปมองทันที นางยังคงจรดเข็มลงบนผ้าด้วยความนิ่งสงบ ปลายเล็บแต้มสีชาดอ่อนๆ ขยับพลิ้วไหวราวกับผีเสื้อร่อนเร่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่แฝงความเย่อหยิ่งไว้ในที
"ความงดงามและศักดิ์ศรีของสตรี... หาได้ขึ้นอยู่กับเนื้อผ้าที่สวมใส่ไม่ ท่านอ๋อง... อ้อ ลืมไป ตอนนี้ท่านเป็นเพียงสหายร่วมคอมมูนผู้ต่ำต้อย หานจื้อหย่ง ผู้คนจะมองอย่างไร หาใช่สิ่งที่ข้าต้องใส่ใจไม่" นางหยุดมือแล้วช้อนสายตาขึ้นสบกับดวงตาคมเข้มที่จ้องมองมา "แต่หากข้าเดินออกไปด้วยสภาพชุดยับยู่ยี่ไร้ทรงเช่นชาวบ้านทั่วไป เกรงว่าภาพลักษณ์ของ 'กุนซือ' ผู้อยู่เบื้องหลังท่านคงด่างพร้อยจนน่าขบขัน"
หานจื้อหย่งแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาชกหมัดเบาๆ ลงบนขอบหน้าต่างไม้เก่าจนฝุ่นละอองปลิวว่อน ชายผู้ผ่านศึกสงครามและเกมการเมืองอันนองเลือดมาโชกโชนย่อมรู้ดีว่า หญิงสาวเบื้องหน้ามิได้เพียงแค่ตกแต่งเสื้อผ้าเพื่อความงาม แต่นี่คือ 'จิตวิทยา' ขั้นสูงสุด นางกำลังใช้รูปลักษณ์ กิริยา และความถือตัว สร้างเกราะกำบังอันทรงพลังเพื่อกดขี่ข่มขวัญผู้คนรอบข้างโดยไม่ต้องเอ่ยปากแม้แต่ครึ่งคำ
"เจ้ามันดื้อรั้นไม่เปลี่ยน... อยู่ในยุคสมัยที่ทุกคนต้องทำตัวกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกับผืนดิน แต่เจ้ากลับพยายามสลักลวดลายบนก้อนหิน" หานจื้อหย่งก้าวเข้าไปใกล้ กลิ่นอายบุรุษเพศที่อบอวลด้วยกลิ่นอายแดนดินและเหงื่อไคลจางๆ เข้าโอบล้อมร่างระหง เขายื่นมือหนาหยาบกร้านจากการจับอาวุธและจอบเสียมขึ้นหมายจะแตะปอยผมที่คลอเคลียข้างแก้มเนียน
หลินเฟยหรานเบี่ยงกายหลบอย่างนุ่มนวล ทว่าเด็ดขาด ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาดอกท้อคู่สวยฉายแววเตือนสติ
"ระวังตัวด้วยค่ะ ท่านหาน... ที่นี่ไม่ใช่ค่ายทหารรกร้าง และสายตาของคนตระกูลเฉินกำลังจับจ้องมองความเคลื่อนไหวของเราทุกฝีก้าว การที่เราสองคนอยู่ใกล้ชิดกันเกินงามในห้องแคบๆ เช่นนี้ อาจทำให้แผนการ 'ยืมมือฆ่าคน' ที่ข้าวางหมากไว้พังทลายลงในพริบตา"
คำพูดของนางดั่งสายน้ำเย็นเฉียบที่ราดรดลงบนกองเพลิงอารมณ์ หานจื้อหย่งชะงักมือค้างกลางอากาศ ดวงตาสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจระคนนับถือ แม้ในยามที่สถานะตกต่ำถึงขีดสุด ถูกเนรเทศมาใช้แรงงานในทุ่งหญ้าห่างไกลความเจริญ แต่วิสัยทัศน์และการวางหมากของนางยังคงคมกริบดั่งใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ในฝักแพร
"ตระกูลเฉินกำลังเคลื่อนไหว..." หานจื้อหย่งเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจัง ทอดทิ้งความหยอกเย้าเมื่อครู่ทันที "เมื่อเช้า ข้าเห็นเฉินกั๋วเฉียงแอบไปพบกับเลขาธิการพรรคประจำคอมมูน พร้อมกับห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ดูมีน้ำหนักผิดปกติ ข้าเกรงว่าพวกมันกำลังเตรียมสร้างเรื่องใส่ร้ายเราในการประชุมใหญ่ค่ำนี้"
หลินเฟยหรานวางเข็มในมือลงอย่างช้าๆ เสียงโลหะกระทบโต๊ะไม้ดังเบาๆ ทว่ากลับชัดเจนก้องกังวานในความเงียบ รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มดั่งบุปผาแรกแย้มท่ามกลางเหมันต์ ทว่ากลับแฝงไอสังหารอันเย็นเยียบจนคนมองต้องขนลุกซู่
"ปล่อยให้พวกมันดิ้นรนไปเถอะค่ะ..." นางลุกขึ้นยืนช้าๆ ชุดผ้าป่านสีหม่นที่ถูกดัดแปลงอย่างประณีตทิ้งตัวลงอย่างงดงาม ทุกย่างก้าวที่นางเดินเข้าหาชายหนุ่มให้ความรู้สึกราวกับสนทนากับจักรพรรดินีผู้ทรงอำนาจ มากกว่าจะเป็นสาวชาวนา "ยิ่งพวกมันพยายามขุดหลุมฝังเรามากเท่าใด หลุมนั้นย่อมลึกพอที่จะฝังพวกมันเองในค่ำคืนนี้"
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะเอ่ยวาจาต่อรองหมากตาต่อไป เสียงเคาะประตูกระดอนรัวเร็วด้วยความร้อนรนก็ดังขึ้นขัดจังหวะ *ก๊อกๆๆ!* ตามด้วยเสียงตะโกนแหบพร่าของเด็กรับใช้บ้านหัวหน้าคอมมูนที่หอบหายใจโยน
"พี่หาน! พี่เฟยหราน!แย่แล้วครับ! ประธานกรรมการหมู่บ้านสั่งให้พวกท่านไปที่ลานกลางหมู่บ้านเดี๋ยวนี้... บอกว่าพบ 'หลักฐานชิ้นสำคัญ' ซุกซ่อนอยู่ในกองฟางของแปลงนาที่ท่านรับผิดชอบ!"
หานจื้อหย่งขมวดคิ้วมุ่นทันที เขากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ทว่าหลินเฟยหรานกลับมีสีניתเรียบเฉย นางหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดขึ้นมาซับนิ้วมืออย่างใจเย็น ราวกับเหตุการณ์วุ่นวายเบื้องนอกเป็นเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศสามัญ
นางก้าวเดินผ่านหน้าชายหนุ่มไปหยุดอยู่ที่หน้ากระจกเงาบานเล็กที่เต็มไปด้วยคราบฝุ่น นางใช้ปลายนิ้วเกลียวผมปอยสุดท้ายให้เข้าที่อย่างพิถีพิถัน ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้สหายร่วมรบ
"ไปกันเถอะค่ะ... ได้เวลาเปิดฉากละครฉากใหญ่ที่เรารอคอยกันเสียที"
ทว่า... ในวินาทีที่มือเรียวผลักบานประตูไม้เก่าออกไปเผชิญหน้ากับแสงแดดจ้าเบื้องนอก กลิ่นอายบางอย่างที่ลอยมากับสายลมกลับทำให้ฝีเท้าของหลินเฟยหรานชะงักกึก ร่างเพรียวแข็งทื่อไปชั่วขณะ
บนโต๊ะไม้หน้าห้องพัก มีถ้วยกระเบื้องเคลือบสีหม่นใบหนึ่งวางตั้งอยู่โดยที่ไม่มีใครรู้ว่ามันมาตั้งแต่เมื่อใด ภายในถ้วยบรรจงรินของเหลวสีดำสนิทส่งกลิ่นหอมหวานฉุนเฉียวของสมุนไพรโบราณที่นางคุ้นเคยดี—*ยาพิษสลายโลหิต* หญิงสาวก้มลงมองก้นถ้วยที่มีรอยสลักตราประทับลับของ 'สำนักแพทย์หลวง' ที่นางทิ้งไว้เบื้องหลังเมื่อครั้งข้ามมิติมา...
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ และเตรียมพบกับเกมอำนาจที่แท้จริงในตอนต่อไปค่ะ
กุนซือวังหลวงในยุคแปรผัน: บัลลังก์อำนาจแห่งทุ่งหญ้าคอมมูน•ตอนที่ 8
แฟชั่นวังหลวงในชุดผ้าป่าน
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในยุคแปรผัน: บัลลังก์อำนาจแห่งทุ่งหญ้าคอมมูน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!