กลิ่นอายอับชื้นของคลังสินค้าเก่าหลังสหกรณ์อำเภอ คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นฝุ่นดินและเกลือสินเธาว์ชื้นแฉะ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของหน่วยรักษาความปลอดภัยคอมมูนย่ำเข้ามาใกล้ทุกขณะ ราวกับเสียงกลองศึกประจัญบานในยามวิกาล
หลินเฟยหรานป้องปลายนิ้วเรียวเรียบเนียนเข้าหากันในแขนเสื้อผ้าฝ้ายหยาบสีตุ่น ดวงตาหงส์หรี่ลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด ภายใต้กรอบแว่นตากรอบโลหะเชยๆ นั้น ซ่อนประกายตาดุดั่งเหยี่ยวราตรีที่กำลังคำนวณหมากกระดานใหญ่ สถานการณ์ตรงหน้าบีบคั้นจนแทบไร้อากาศหายใจ เมื่อพ่อค้าตลาดมืดกลุ่มใหญ่ถูกล้อมกรอบด้วยข้อหา "เก็งกำไรและทำลายเสถียรภาพเศรษฐกิจมวลชน" โทษทัณฑ์นี้รุนแรงถึงขั้นเนรเทศไปใช้แรงงาน ณ ทุ่งหญ้าเหนือสุดขอบแผ่นดิน
"พวกเจ้า... เอาสินค้าทั้งหมดเทกองรวมกันตรงนั้น! หากหัวหน้ากองตรวจการมาถึงและพบผ้าไหมชั้นดีกับยาสมุนไพรหลวงเหล่านี้ซุกซ่อนอยู่ใต้กระสอบแป้งสาลี หัวพวกเราได้หลุดออกจากบ่าแน่!"
เสียงหัวหน้าพ่อค้าตลาดมืดสั่นเครือ ใบหน้าชุ่มโชกด้วยเหงื่อกาฬ เขากำลังจะทำลายหลักฐานด้วยการจุดไฟเผาโกดัง ซึ่งนั่นคือความหายนะขั้นสุด เพราะนอกจากจะทำลายสินค้ามูลค่ามหาศาลแล้ว เปลวเพลิงยังจะลากพรรคพวกทั้งหมดไปสู่ลานประหารอย่างไร้ทางหลีกเลี่ยง
"หยุดมือกוד"
น้ำเสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจดังกังวานขึ้น ท่ามกลางความตื่นตระหนก เฟยหรานก้าวออกมาจากมุมมืด ร่างระหงในชุดเสื้อผ้าเรียบง่ายไม่ได้ลดทอนสง่าราศีอันเยือกเย็นที่ติดตัวมาแต่ชาติภพก่อนแม้แต่น้อย นางกวาดสายตาคมกริบมองกลุ่มพ่อค้าที่กำลังตื่นตระหนกราวกับฝูงกวางตื่นตูม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด
"หากท่านเผาโกดังตอนนี้ ควันไฟสีดำจะพวยพุ่งเสียดฟ้า หน่วยลาดตระเวนที่อยู่ห่างออกไปสามลี้จะเห็นทันที นั่นมิใช่การทำลายหลักฐาน แต่เป็นการจุดพลุบอกตำแหน่งของพวกท่านเองต่างหาก"
หัวหน้าพ่อค้าชะงักง่ามมือที่ถือคบเพลิง หันมาถลึงตาใส่สตรีแปลกหน้าผู้นี้ด้วยความโกรธเกรี้ยว "นังสารเลวผู้ใด! เจ้ากล้าดียังไงมาสั่งสอนข้า ในยามวิกาลเช่นนี้ เจ้าเป็นใครกันแน่ เป็นสายสืบของทางการใช่หรือไม่!"
เฟยหรานไม่สะทกสะท้าน นางสาวเท้าเข้าไปใกล้ชิดขึ้น กลิ่นอายความเยือกเย็นดุจราชนิกุลวังหลวงแผ่ออกมาจนอีกฝ่ายเผลอถอยหลังโดยไม่รู้ตัว นางเอื้อมมือไปหยิบกระสอบแป้งสาลีที่วางระเกะระระกะขึ้นมาเปิดดูเบาๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันเล็กน้อย
"สายสืบหรือ? หากข้าเป็นสายสืบ ป่านนี้พวกท่านคงนอนรอความตายอยู่ในคุกมืดแล้ว... สิ่งที่พวกท่านกำลังทำอยู่ตอนนี้ มิใช่การค้ากำไรเกินควร แต่เป็นการ 'จัดสรรทรัพยากรส่วนเกิน' เพื่อพยุงชีวิตราษฎรที่กำลังอดอยากต่างหากเล่า"
คำพูดของนางราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน ทำให้เหล่าพ่อค้าชะงักงัน หัวหน้าพ่อค้าขมวดคิ้วมุ่น "เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"
"หมายความว่า..." เฟยหรานหันกลับมาสบตาเขาตรงๆ นัยน์ตานิ่งสนิทไร้ความหวาดกลัว "พวกท่านคิดว่าเจ้าหน้าที่คอมมูนตรวจพบสินค้าเหล่านี้เพราะความบังเอิญกระนั้นหรือ? หาใช่ไม่... มีคนในกลุ่มของพวกท่านแอบขายข่าวให้ฝ่ายตรวจการ เพื่อหวังฮุบสินค้าทั้งหมดไว้เป็นของตนเองคนเดียว หากพวกท่านเผาทิ้งตอนนี้ คนผู้นั้นจะลอยนวล และพวกท่านจะกลายเป็นแพะรับบาปแต่เพียงผู้เดียว"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมโกดังอับชื้นทันที บรรดาพ่อค้าหันไปมองหน้ากันเองด้วยความหวาดระแวง ความสงสัยถูกหว่านลงในใจของแต่ละคนอย่างแม่นยำ
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าและแสงคบเพลิงสว่างจ้าก็สาดส่องเข้ามาที่ประตูโกดัง เสียงตะโกนก้องของ "หานจื้อหย่ง" ในชุดเครื่องแบบสีเขียวขี้ม้าเข้มจัดและหมวกทหารดาวแดงก็ดังทะลุความมืดเข้ามา
"ปิดล้อมทุกด้าน! อย่าให้ใครหลบหนีไปได้แม้แต่คนเดียว!"
หัวใจของเหล่าพ่อค้ากระตุกวูบ ความตื่นตระหนกกลับมาอีกครั้ง แต่ก่อนที่ใครจะทันได้ขยับตัว เฟยหรานกลับตัดสินใจก้าวเข้าไปยืนขวางหน้าประตู ร่างบางสง่างามราวกับสนท้าทายลมหนาว นางสูดลมหายใจเข้าลึก3 เพื่อเตรียมรับมือกับบุรุษผู้เย็นชาและดุดันที่สุดในเขตปกครองนี้
ประตูโกดังถูกถีบเปิดผางออกอย่างแรง ร่างสูงใหญ่ของหานจื้อหย่งก้าวเข้ามาด้วยท่าทีคุกคาม ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีวาวโรจน์ภายใต้แสงเพลิง กวาดตามองสถานการณ์ภายในปราดเดียว ก่อนที่สายตาคมกลาบนั้นจะหยุดนิ่งอยู่ที่สตรีร่างระหงผู้ยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อม
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองหยุดชะงักลงชั่วขณะ ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนแทบได้ยินเสียงหัวใจเต้น
หานจื้อหย่งหรี่ตาลงอย่างอันตราย มือหนาวางทับปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอว น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
"สหายหลิน... ยามวิกาลเช่นนี้ เหตุใดหัวหน้าแผนกบัญชีจึงมาเดินเล่นอยู่ในแหล่งตลาดมืดที่ผิดกฎหมายแห่งนี้เล่า?"
เฟยหรานไม่หลบสายตา นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย "ท่านอ๋อง... อ้อ ไม่สิ สหายหาน ผู้กองหาน... ดิฉันมาเพื่อเจรจาการค้า 'ครั้งใหญ่' ที่จะทำให้ท่านต้องยอมถอนกำลังออกไปจากที่นี่อย่างไรล่ะคะ"
หานจื้อหย่งแค่นเสียงในลำคอ ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดนางทีละก้าวอย่างคุกคาม กลิ่นอายบุรุษเพศอันดุดันโชยปะทะนาสิก "การค้าอะไร ที่ทำให้สตรีผู้หนึ่งกล้าต่อรองกับอำนาจรัฐ... หวังว่าคำอธิบายของเธอ จะมีค่ามากพอที่จะไม่ทำให้ฉันต้องส่งเธอเข้าคุกมืดในข้อหาสมรู้ร่วมคิด"
ทว่า ในจังหวะที่หานจื้อหย่งโน้มใบหน้าลงมาใกล้เพื่อกดดันนางให้จนมุม สายตาคมกริบของเขาก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อของเฟยหราน—มันคือบันทึกรายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐที่รับสินบน ซึ่งมีลายมือของคนสนิทของเขาเองประทับอยู่เด่นชัด!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางผ่านเล่ห์กลอันล้ำลึกนี้ด้วยกันนะคะ
กุนซือวังหลวงในยุคแปรผัน: บัลลังก์อำนาจแห่งทุ่งหญ้าคอมมูน•ตอนที่ 12
เล่ห์กลในตลาดมืด
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในยุคแปรผัน: บัลลังก์อำนาจแห่งทุ่งหญ้าคอมมูน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!