"ถ้าคุณจะวางแปลนห้องนั่งเล่นแบบนี้ ผมแนะนำให้คุณเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่นที่ใช้จินตนาการน้อยกว่าการเป็นอินทีเรียดีไซเนอร์ดีกว่าครับ เพราะมันดูเหมือนห้องเก็บของมากกว่าพื้นที่พักผ่อนสำหรับคนมีระดับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งราดลงบนกองไฟดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องประชุม ศิลาขยับเนคไทให้เข้าที่ นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนแผ่นพิมพ์เขียวที่กางอยู่บนโต๊ะไม้สักตัวยาว จังหวะการเคาะนั้นหนักแน่นและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ เขายังไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา เพียงแค่ใช้สายตาคมกริบกวาดมองเส้นสายที่เขาเพิ่งขีดฆ่าด้วยปากกาแดง
"โอ้โห... พ่อสถาปนิกผู้ไร้ที่ติ คุณยังหยาบคายเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยนเลยนะศิลา หรือว่างานออกแบบที่ทำให้คุณดูสูงส่งจนลืมวิธีพูดจาภาษาคนไปแล้ว?"
เสียงหวานทว่าแฝงไปด้วยคมมีดโต้ตอบกลับมาทันควัน รินรดากอดอก สายตาของเธอดุดันไม่แพ้กัน เธอยืนพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลายที่ดูจงใจกวนประสาทคนตรงหน้า เธอไม่ได้สนใจแม้แต่น้อยว่าสายตาของศิลาจะแผ่รังสีสังหารออกมามากแค่ไหน
"คุณรินรดา" ศิลาหยุดมือที่กำลังวาดเส้นใหม่ เขาเงยหน้าขึ้น สบตาคู่สวยที่เคยเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งสมัยเรียนมหาวิทยาลัย "ผมไม่ได้เรียกคุณมาที่นี่เพื่อมาฟังคำประชดประชัน แต่ผมเรียกมาเพื่อแก้ไขงานที่มันเละเทะจนผมรับไม่ได้"
"หึ! งานของฉันมันเละเทะ หรือว่ามันแค่ไม่ถูกใจคนเผด็จการอย่างคุณกันแน่?" รินรดาโน้มตัวลงบนโต๊ะจนใบหน้าของเธอห่างจากใบหน้าของเขาเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ดูซับซ้อนของเธอจู่โจมประสาทสัมผัสของศิลาอย่างจัง มันไม่ใช่กลิ่นหวานเลี่ยน แต่เป็นกลิ่นหอมเย็นที่ชวนให้คนหลงใหลในความดื้อรั้นนั้น "ฟังนะศิลา โปรเจกต์โรงแรมหรูแห่งนี้ ฉันเป็นคนถือดีไซน์ภายใน และฉันจะไม่ยอมให้คุณมาเปลี่ยนสไตล์ของฉันเป็นกรงขังมินิมอลจืดชืดของคุณเด็ดขาด"
ศิลาชะงักไปชั่วครู่ ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอที่รดอยู่ใกล้ใบหน้าทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกท้าทายในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในหัวของเขามีภาพร่างงานออกแบบที่สมบูรณ์แบบอยู่เสมอ แต่ภาพเหล่านั้นกลับเริ่มพร่าเลือนเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความมั่นใจที่ล้นปรี่ของรินรดา
"มินิมอลของผมคือความสงบ แต่สิ่งที่คุณกำลังทำ... มันคือความวุ่นวายทางสายตา" เขายังคงรักษาระดับเสียงให้เรียบนิ่ง แม้ในใจจะเริ่มเต้นผิดจังหวะ "เราทำงานร่วมกันได้ถ้าคุณยอมลดอีโก้ลงบ้าง"
"ลดอีโก้?" รินรดาหัวเราะเบาๆ แต่มันกลับฟังดูบาดลึก "คนที่เอาแต่สั่งงานและดูถูกรสนิยมคนอื่นอย่างคุณเนี่ยนะมาสอนฉันเรื่องการลดอีโก้? โลกนี้คงตลกร้ายน่าดูที่ต้องให้เรามาจบลงในห้องประชุมเดียวกันในฐานะหุ้นส่วน"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด ทุกคำพูดที่ปะทะกันเหมือนการวางโครงสร้างที่ไม่มีวันบรรจบกันได้ ศิลาขบกรามแน่น เขาเกลียดความรู้สึกที่ว่าเขากำลังพ่ายแพ้ให้กับเสน่ห์ที่ดุร้ายของเธอ ทั้งที่ตั้งใจจะแสดงความเป็นมืออาชีพให้เห็น แต่ทุกครั้งที่เธอจ้องกลับมา เขากลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนพื้นที่ที่ไม่มั่นคง
ศิลารวบพิมพ์เขียวปึกนั้นเข้าหากันแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงของเขาทำให้รินรดาต้องเงยหน้าขึ้นมอง แต่แววตาของเธอก็ไม่ได้แสดงความเกรงกลัวแม้แต่น้อย เขาก้าวเข้าไปหาเธอจนแผ่นหลังของรินรดาชิดกับมุมตู้หนังสือ ศิลาวางมือลงบนชั้นวาง ขังร่างบางไว้ในวงแขนของเขา
"เรามีเวลาอีกสามเดือนก่อนจะส่งแบบจริง" ศิลาพูดเสียงพร่า แววตาของเขาเปลี่ยนไปจากความเย็นชาเป็นความลึกซึ้งที่อ่านไม่ออก "ถ้าคุณคิดว่าสไตล์ของคุณมันวิเศษนัก ก็พิสูจน์ให้ผมเห็นสิ พิสูจน์ให้ผมเห็นว่างานของคุณมันมีความหมายมากกว่าแค่ภาพสวยๆ ที่ไร้ซึ่งหัวใจ"
รินรดานิ่งงัน หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำเมื่อสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของเขาที่ขยับเข้ามาใกล้จนแทบไร้ช่องว่าง สายตาของเขากำลังสำรวจใบหน้าของเธอราวกับกำลังวิเคราะห์งานศิลปะชิ้นเอกที่เขาต้องการจะครอบครอง
ขณะที่รินรดากำลังจะอ้าปากโต้ตอบกลับด้วยถ้อยคำที่เผ็ดร้อนที่สุดเท่าที่จะนึกออก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะบทสนทนาอันชวนอึดอัดนั้น
"คุณศิลาครับ... หุ้นส่วนอีกคนมาถึงแล้วครับ"
เสียงของเลขาหนุ่มหน้าห้องดังทะลุเข้ามาในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองคนแทบจะหลอมละลายรวมกัน ศิลาผละออกจากรินรดาอย่างรวดเร็ว จัดเสื้อสูทให้เข้าที่ด้วยท่าทางที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด ทว่ามือของเขากลับสั่นเบาๆ ขณะที่รินรดาถอยห่างออกมาจัดผมที่ดูยุ่งเหยิงเล็กน้อยด้วยความประหม่า
ประตูห้องประชุมเปิดออก ชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตร ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับจางหายไปทันทีเมื่อเขามองเห็นรินรดาที่ยืนอยู่ข้างศิลา
"อ้าว... คุณรินรดา ผมไม่ยักรู้ว่าทางบริษัทตกลงจ้างคุณมาร่วมงานกับศิลาด้วย" ชายคนนั้นกล่าวพลางเดินเข้ามาหาทั้งคู่ "แต่ก็ดีครับ... ในเมื่อพวกคุณทั้งสองคน 'เคยมีประวัติ' ร่วมกันมานานขนาดนี้ การทำงานครั้งนี้ก็น่าจะสนุกกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลย จริงไหมครับ?"
รินรดาหันไปมองศิลาที่ยืนนิ่งสนิท ใบหน้าของเขาไร้ความรู้สึกแต่ดวงตากลับวาวโรจน์ด้วยความนัยบางอย่าง เธอเพิ่งตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่แค่โปรเจกต์งานธรรมดา แต่มันคือกับดักที่เขากับใครบางคนวางไว้เพื่อต้อนเธอให้จนมุมเสียแล้ว
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์อันแสนสับสนนี้ในบทแรกนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
พิมพ์เขียวรักฉบับแก้ไขในใจสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 1
แบบร่างที่ไม่ลงรอย
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับแก้ไขในใจสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!