เสียงโลหะฉีกขาดกึกก้องดังกังวานไปทั่วโครงสร้างเหล็กขึ้นสนิมของโกดังร้างเขต 7 เสียงคำรามต่ำทุ้มของระบบขับเคลื่อนไฮดรอลิกกำลังสูงจากหุ่นยนต์ลาดตระเวนรุ่น "เคברוส-04" ขององค์กร สะท้อนก้องผ่านผนังคอนกรีตที่กะเทาะจนเห็นโครงสร้างเหล็กเส้นด้านใน กลิ่นของน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ที่รั่วไหลคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นโอโซนจากการประจุไฟฟ้าแรงดันสูง
เรย์ย่อตัวลงต่ำหลังซากคอนกรีตบล็อกหนา แสงไฟสีแดงชาดจากเซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อนของศัตรูวาดผ่านความมืดเป็นเส้นตรง ห่างออกไปไม่ถึงสามเมตร ดร.เอลิซ่ากำลังพิงแผ่นหลังเข้ากับเสาเหล็ก ลมหายใจของเธอหอบถี่ เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผาก ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นโลหะกลับยังคงนิ่งสงบ เธอถือปืนพกพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าในมือที่สั่นเทาเล็กน้อยจากการสูญเสียพลังงานของแบตเตอรี่สำรอง
"พลังงานของมันเหลือร้อยละเจ็ดสิบ และเกราะโลหะผสมไทเทเนียมคาร์ไบด์หนาเกินกว่ากระสุนพลังงานของเราจะเจาะเข้าครับคุณเรย์" เสียงกระซิบของดร.เอลิซ่าเรียบเรื่อย แต่เต็มไปด้วยการประเมินสถานการณ์ที่แม่นยำ "ถ้าเรายังอยู่ที่นี่ต่ออีกสามนาที ระบบประมวลผลควอนตัมของมันจะคำนวณมุมอับสายตาของเราเจอแน่"
เรย์ไม่ตอบทันที นิ้วเรียวยาวของเขากำลังเคาะลงบนพื้นผิวของแผงวงจรควบคุมที่รื้อมาจากซากหุ่นยนต์อุตสาหกรรมรุ่นโบราณเมื่อสิบปีก่อน ในหัวของเขากำลังประมวลผลผังวงจรไฟฟ้า สถาปัตยกรรมฮาร์ดแวร์ และระบบประสาทเทียมรุ่นเก่าที่ล้าสมัย แต่มีความเสถียรสูงในสภาวะคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าปั่นป่วน
นี่ไม่ใช่เวลามานั่งท้อแท้กับอดีต ความทรงจำในวันที่สูญเสียครอบครัวจากเหตุการณ์ AI คลั่งพรั่งพรูเข้ามาในเสี้ยววินาที แต่เรย์สะบัดศีรษะไล่ภาพเหล่านั้นออกไปอย่างรวดเร็ว ตรรกะและความนิ่งสงบต้องมาก่อนอารมณ์เสมอ
"ของโบราณไม่ได้แปลว่าไร้ประโยชน์หรอครับ ดร.เอลิซ่า" เรย์เงยหน้าขึ้น ดวงตาเป็นประกายคมกริบภายใต้แสงสลัว "ในเมื่อพวกมันใช้ระบบเครือข่ายควอนตัมยุคใหม่ที่มีช่องโหว่เรื่องการประมวลผลข้อมูลดิบปริมาณมหาศาล เราก็แค่ต้องส่ง 'ขยะข้อมูล' เข้าไปอุดตันสมองกลของมัน"
เรย์หยิบประแจแรงบิดแม่เหล็กขึ้นมา ข้อมือหมุนน็อตและถอดแผ่นระบายความร้อนของซากหุ่นยนต์ออกอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยทักษะของวิศวกรผู้ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง เขาต่อสายไฟประจุไฟฟ้าแรงสูงเข้ากับแผงวงจรลอจิกเกตแบบอนาล็อกที่ไม่มีการเชื่อมต่อกับเน็ตเวิร์กภายนอก ระบบอนาล็อกบริสุทธิ์ที่ไม่สามารถถูกเจาะระบบหรือควบคุมระยะไกลได้
"คุณกำลังจะสร้าง... บอมบ์แม่เหล็กไฟฟ้าแบบจำกัดวง?" เอลิซ่าเลิกคิ้วมองอย่างประหลาดใจ แววตาฉายแววทึ่งระคนชื่นชม
"ไม่ใช่แค่ระเบิดครับ" เรย์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย "ผมจะแปลงโฉมเจ้าเศษเหล็กนี่ ให้กลายเป็น 'โทรจันฮอร์ส' ที่จะส่งสัญญาณรบกวนคลื่นสมองกลเข้าไปหลอกเซ็นเซอร์การทรงตัวของมันเอง"
เสียงฝีเท้าโลหะหนักหน่วงดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พื้นคอนกรีตสั่นสะเทือนตามจังหวะการก้าวเดิน เคเบรอส-04 กำลังเลี้ยวโค้งมาทางซองกำบังที่พวกเขากำลังหลบอยู่ ลำกล้องปืนกลหนักลำแสงพลาสมาที่ติดอยู่บนไหล่ขวาของมันหมุนวนพร้อมยิงทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า
เรย์สูดลมหายใจเข้าลึก จังหวะเวลามีค่าดั่งทองคำ เขารอจนกระทั่งเซ็นเซอร์สีแดงของหุ่นยนต์ลาดตระเวนสาดส่องมาถึงจุดที่เขายืนอยู่พอดี
*แกร๊ก!*
เรย์กดสวิตช์กระตุ้นพลังงานฉุกเฉิน แผงวงจรอนาล็อกส่งเสียงฮัมต่ำก่อนจะปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงพุ่งทะยานออกไปเป็นรูปทรงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบเจาะจงเป้าหมาย มันพุ่งเข้าชนเซ็นเซอร์ออปติคัลของเคเบรอส-04 อย่างจัง
*เปรี๊ยะ! บรึ้ม!*
ประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบไปทั่วบริเวณ หุ่นยนต์สงครามมูลค่าหลายล้านเครดิตชะงักกึก ระบบประมวลผลควอนตัมของมันเกิดอาการโอเวอร์โหลดชั่วขณะ เนื่องจากไม่สามารถประมวลผลสัญญาณรบกวนแบบอนาล็อกที่อยู่นอกเหนือตรรกะดิจิทัลได้ ทว่า มันยังไม่ยอมพังทลายลงง่ายๆ เคเบรอส-04 ส่งเสียงคำรามลั่น แขนกลขนาดมหึมาเหวี่ยงเข้าใส่กำแพงคอนกรีตจนพังครืน ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่ว
"ดร.เอลิซ่า คุ้มครองมุมขวาให้ผมสามวินาที!" เรย์ตะโกนลั่น พุ่งตัวเข้าไปประชิดร่างของหุ่นยนต์ยักษ์ที่กำลังเสียการทรงตัว มือทั้งสองข้างคว้าเข้าที่แผงควบคุมหลักด้านหลังคอของมัน ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระบบไฮดรอลิกสำรอง
เอลิซ่าไม่ลังเลแม้แต่น้อย เธอยกปืนพกพลังงานขึ้นยิงสนับสนุนทันที กระแสพลาสมาสีเขียวสว่างวาบสกัดกั้นแขนกลอีกข้างของหุ่นยนต์เอาไว้ได้อย่างเฉียดฉิว ประกายไฟจากการปะทะสาดกระเซ็นราวกับดอกไม้ไฟในความมืด
ในเสี้ยววินาทีนั้น เรย์ใช้ไขควงปากแบนงัดฝาครอบแผงวงจรหลักออก เผยให้เห็นสายไฟควบคุมระบบแกนกลางที่พันกันยุ่งเหยิง เขามองปราดเดียวด้วยสายตาอันเฉียบคม ตรรกะคำนวณในหัวทำงานด้วยความเร็วสูง นิ้วมือของเขาตัดสายไฟสีแดงและสีน้ำเงินสลับกันอย่างแม่นยำไร้ที่ติ
*กริ๊ก...*
เสียงกลไกภายในหยุดลงอย่างกะทันหัน ความสว่างของดวงตาเซ็นเซอร์สีแดงบนหัวของเคเบรอส-04 ดับวูบลงทันที ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมโกดังร้างอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจของเรย์และเอลิซ่าที่ดังประสานกันท่ามกลางกลิ่นไหม้ของฉนวนไฟฟ้า
เรย์ยืนขึ้นช้าๆ ใช้หลังมือปาดเหงื่อที่หน้าผาก สายตาคมกวาดมองผลงานของตัวเอง หุ่นยนต์สงครามอันน่า
"ไม่เลวเลยนี่ครับ... สำหรับเด็กฝึกงานของผม" ดร.เอลิซ่ากล่าวด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย แต่มุมปากของเธอกลับยกยิ้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่ง
"ผมบอกแล้วว่าวิศวกรไม่ได้มีดีแค่ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าครับ" เรย์ตอบกลับด้วยรอยยิ้มจางๆ ก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะเลือนหายไปเมื่อหน้าจอโฮโลแกรมขนาดเล็กที่ข้อมือของเขาจู่ๆ ก็กระพริบขึ้นมาเองโดยไม่มีคำสั่ง
*ติ๊ด... ติ๊ด...*
หน้าจอเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระบบจากเครือข่ายลึกลับที่ไม่มีที่มา
[ ตรวจพบการเข้าถึงโครงข่ายควอนตัมแม่ข่าย ]
[ ระดับการรักษาความปลอดภัยเป้าหมาย: SSS ]
[ คำเตือน: สัญญาณชีพของคุณถูกล็อกเป้าหมายโดย "โครงการเซนทิเนล" ระยะห่าง 500 เมตร และกำลังเคลื่อนที่เข้ามาด้วยความเร็วเหนือเสียง ]
เรย์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นตัวเลขถอยหลังบนหน้าจอที่กำลังลดลงอย่างรวดเร็ว เสียงคำรามก้องกังวานจากฟากฟ้าด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่า ทั้งพื้นดินและผนังโกดังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม กระจกที่เหลืออยู่ทั้งหมดแตกละเอียดเป็นผุยผง
"ไม่ใช่แค่หุ่นยนต์ลาดตระเวนธรรมดาแล้ว..." เอลิซ่าหน้าถอดสีเป็นครั้งแรก เธอกวาดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างที่แตก
เงาสลัวขนาดมหมหึมาที่มีปีกโลหะพับเก็บได้กำลังร่อนลงจอดบนลานกว้างหน้าโกดัง แสงไฟสีฟ้าเย็นเยียบส่องทะลุผ่านกลุ่มควันเข้ามา และเสียงสังเคราะห์เย็นชาดังสะท้อนก้องอยู่ในหัวของพวกเขาทั้งสองคนโดยตรง
*[ ยืนยันเป้าหมาย: กำจัดผู้ทรยศและวิศวกรผู้ฝ่าฝืนกฎระเบียบ ]*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนที่ 9 นี้ด้วยนะครับ
**ไซเบอร์พังค์2099**
วิศวกรจักรกลกับปริศนาจิตใต้สำนึกในเขตไร้เงา•ตอนที่ 9
ทักษะวิศวกร
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรจักรกลกับปริศนาจิตใต้สำนึกในเขตไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!