ทนายสายดิ่งกับสถาปนิกไร้จุดยืน•ตอนที่ 17

ระยะห่างที่หายไป

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก* เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าบานใหญ่ด้านนอกห้องทำงานส่วนตัวของอชิรดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่เพิ่งก่อตัวขึ้นระหว่างเขากับรินรดาลงอย่างไม่ไยดี ร่องรอยแห่งความวาบหวามและกลิ่นอายของความเสน่หาที่ยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศราวกับควันบางเบา ถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดในทันที รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าที่ยับย่นเล็กน้อยให้เข้าที่ด้วยท่าทีที่กลับมาเยือกเย็นและตั้งรับอย่างรวดเร็วราวกับนักกฎหมายมืออาชีพที่พร้อมเผชิญหน้ากับพยานปากเอกในศาล ขณะที่อชิรขบกรามแน่น ดวงตาคมกราบกรานมองตามร่างระหงที่ขยับถอยห่างจากพื้นที่ส่วนตัวของเขา ความหงุดหงิดระคนเสียดายฉายชัดอยู่ในแววตาคู่คมนั้น "เชิญค่ะ" อชิรเอ่ยอนุญาตด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้พิรุธ ทว่ากดต่ำลงจนเกือบเป็นกระซิบเมื่อหันไปเผชิญหน้ากับบานประตู ประตูกระจกเปิดออกเผยให้เห็นร่างของเลขาหน้าห้องที่ถือแฟ้มเอกสารหนาเตอะสีดำสนิทเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อย "ขอประทานอภัยค่ะท่านสถาปนิก... แต่มีเอกสารด่วนจากสำนักงานกฎหมายคู่กรณีส่งตรงถึงมือดิฉัน แจ้งว่าเป็นหมายศาลไต่สวนฉุกเฉินเกี่ยวกับสิทธิ์การถือครองที่ดินโครงการริมน้ำ... และผู้ที่ยื่นเรื่องไม่ใช่ใครที่ไหนค่ะ เป็นบริษัทในเครือของธันวา" รินรดารับแฟ้มเอกสารนั้นมาเปิดดูด้วยความรวดเร็ว ดวงตาคู่คมกวาดมองตัวอักษรและลายเซ็นด้านล่างด้วยสมาธิขั้นสูงสุด ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางกายภาพ หากแต่เป็นความกดดันจากสงครามประสาทที่ธันวาจงใจเปิดฉากขึ้นในยามวิกาลเช่นนี้ "มันเดินเกมเร็วกว่าที่เราคาดไว้สามวัน" รินรดาเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าแฝงไว้ด้วยประกายความท้าทายที่เฉียบคม เธอหันมามองอชิรที่ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว "ธันวาไม่ได้ต้องการแค่ที่ดิน แต่มันจงใจบีบให้เราต้องเลือกระหว่างการรักษาโปรเจกต์นี้ไว้ กับการรักษาภาพลักษณ์ทางกฎหมายของตระกูลคุณ" อชิรสาวเท้าเข้ามาใกล้ทนายความสาว ความใกล้ชิดที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อครู่ยังคงทิ้งร่องรอยความร้อนผ่าวไว้ที่ผิวสัมผัส เขาก้มลงมองเอกสารในมือเธอ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอในยามนี้ใกล้เสียจนรินรดาต้องกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ กลิ่นกายเฉพาะตัวของชายหนุ่มผสานกับความเย็นยะเยือกของห้องทำงานสร้างแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน ทว่าสติสัมปชัญญะของทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าเส้นแบ่งระหว่าง "ความสัมพันธ์ส่วนตัว" กับ "หน้าที่การงาน" กำลังถูกทดสอบอย่างหนักหน่วง "คุณกำลังห่วงเรื่องคดี หรือกำลังห่วงความปลอดภัยของฉันกันแน่ รินรดา" อชิรเอ่ยถามเสียงพร่า ทอดสายตาลงมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างใช้ความคิด "ฉันเป็นทนายของคุณค่ะ อชิร หน้าที่ของฉันคือการชนะคดี ไม่ใช่การมานั่งหวั่นไหวกับกลยุทธ์ตื้นๆ ของผู้ชายอย่างธันวา" รินรดาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงหนักแน่นและมั่นคง แม้หัวใจในอกจะเต้นรำด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาเผลอแตะโดนหลังมือเธอขณะที่เธอพลิกหน้ากระดาษเอกสาร ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนเกินขอบเขตเริ่มกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ในการทำงาน ความรู้สึกที่พยายามกดทับไว้ใต้ความเยือกเย็นของมืออาชีพเริ่มสั่นคลอน ทุกครั้งที่สายตาของพวกเขาสบกัน มันไม่ใช่การมองแบบลูกความกับทนายความอีกต่อไป แต่เป็นการเผชิญหน้าระหว่างสองวิญญาณที่ต่างโหยหาและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน "ถ้าอย่างนั้น คุณคิดว่าเราควรแก้เกมนี้อย่างไรดีล่ะ ท่านทนายผู้ไม่เคยพ่ายแพ้" อชิรโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับข้างแก้มเนียนของเธอ แววตาของเขาพราวระยับด้วยความท้าทายที่เจือความปรารถนาอย่างปิดไม่มิด รินรดาเบือนหน้าหลบสายตานั้นเพียงเสี้ยววินาทีเพื่อเรียกสติ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาของเธอกลับมาคมกริบดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "เราจะไม่ตั้งรับในศาลค่ะ... แต่เราจะบุกไปหาธันวาถึงถิ่นในคืนนี้เลย" อชิรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา "คุณนี่มัน... เกินความคาดหมายของผมเสมอจริงๆ รินรดา" ทั้งสองคนเตรียมตัวออกเดินทางทันที ความตึงเครียดจากคดีความและแรงปรารถนาที่ยังค้างคาถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันกลายเป็นพลังขับเคลื่อนที่อันตรายและเย้ายวน รถยนต์คันหรูพุ่งทะยานผ่านสายฝนโปรยปรายยามดึกในเมืองหลวง มุ่งตรงไปยังเพนต์เฮาส์ส่วนตัวของธันวา—รังของศัตรูที่ซ่อนความลับดำมืดเอาไว้ เมื่อมาถึง รินรดาและอชิรเดินเคียงคู่กันเข้ามาในอาคารสูงระฟ้า บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นบนสุด เผยให้เห็นโถงทางเดินกว้างขวางที่เงียบสงบผิดปกติ ไฟสลัวสีส้มสาดส่องลงมาทอดเงายาวของพวกเขากับพื้นพรมราคาแพง พวกเขาก้าวไปหยุดอยู่หน้าประตูกระจกบานใหญ่ของห้องชุดเพนต์เฮาส์ อชิรยื่นมือไปเคาะประตูตามมารยาท ทว่าไม่มีเสียงตอบรับใดๆ กลับมา มีเพียงความเงียบงันที่ชวนให้รู้สึกอึดอัดชอบกล รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอลองบิดลูกบิดประตูเบาๆ และพบว่ามันไม่ได้ล็อก... ประตูเปิดแง้มออกเองช้าๆ เผยให้เห็นความมืดสลัวภายในห้องโถงใหญ่ "ระวังตัวด้วย" อชิรเอื้อมมือมาดึงแขนของรินรดาไว้เบาๆ เพื่อดึงเธอกลับมาอยู่ด้านหลังเขาชั่วขณะ สัญชาตญาณการปกป้องตื่นตัวขึ้นเต็มพิกัด ทั้งคู่ก้าวเท้าเข้าไปในห้องที่มืดสนิท กลิ่นอายบางอย่างลอยอบอวลอยู่ในอากาศ... กลิ่นที่ทนายความสาวคุ้นเคยดี และทำให้อะดรีนาลีนในร่างกายพุ่งพล่านถึงขีดสุด ทันใดนั้น ไฟในห้องโถงก็สว่างพรึบขึ้นด้วยฝีมือของใครบางคนจากด้านหลัง! "ยินดีต้อนรับครับ... ทนายรินรดา และคุณอชิร" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของธันวาเอ่ยขึ้นจากมุมห้อง พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นสามครั้ง อชิรและรินรดารีบหันขวับไปมองตามเสียง และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึกในลำคอ—ธันวานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังราคาแพง ด้านข้างมีร่างของบุคคลปริศนาที่สวมฮู้ดสีดำสนิทก้มหน้าคุดคู้ และบนโต๊ะกระจกตรงหน้าพวกเขานั้น... คือแฟ้มเอกสารลับสุดยอดของตระกูลอชิรที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน พร้อมกับคราบสีแดงเข้มคล้ายเลือดที่หยดลงบนพื้นพรมทีละหยดอย่างน่าสะพรึงกลัว! มิดไนท์คิสค่ะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสายดิ่งกับสถาปนิกไร้จุดยืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%