ทนายสายดิ่งกับสถาปนิกไร้จุดยืน•ตอนที่ 2

เชิงหมากในห้องโถง

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอวลตัดกับกลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องโถงรับรองชั้นสี่สิบ แต่สิ่งที่คุกคามยิ่งกว่าอุณหภูมิคือความเงียบงันที่กดทับระหว่างคนทั้งสอง รินรดากวาดสายตาอ่านบรรทัดสุดท้ายในเอกสารสิทธิ์อีกครั้ง ตัวอักษรสีดำสนิทบนกระดาษปอนด์หนานั้นไม่ได้ผิดเพี้ยนไปจากวินาทีแรกที่เธอกวาดตาผ่าน ชื่อของ ‘สำนักงานกฎหมายกฤษฎาคม’ ซึ่งเป็นต้นสังกัดปัจจุบันของเธอ ปรากฏหราในฐานะผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนใหญ่ที่สุดของโครงการเมกะโปรเจกต์ที่อชิรทุ่มเทแรงกายแรงใจออกแบบมาตลอดสามปีเต็ม มันไม่ใช่เกมของธันวา คู่แข่งทางธุรกิจที่จ้องจะฮุบโครงการเพื่อทำลายตระกูล... แต่มันคือเกมภายใน เกมที่องค์กรของเธอกำลังเล่นตลกอะไรบางอย่างกับสถาปนิกหนุ่มผู้เย่อหยิ่งคนนี้ "คุณอ่านมันรอบที่สามแล้วนะคะ ทนายรินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้ยหยันดังขึ้นทำลายความเงียบ อชิรยังคงยืนกอดอกพิงกระจกบานยักษ์ เบื้องหลังของเขาคือทัศนียภาพของเมืองหลวงที่ดูราวกับตารางหมากรุกขนาดยักษ์ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาโลหะสีเงินคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อย ประเมินทุกปฏิกิริยาของหญิงสาวตรงหน้า ราวกับสัตว์ป่ากำลังจับตาดูเหยื่อที่เริ่มจนมุม รินรดาสงบนิ่ง เธอพับเอกสารแผ่นนั้นช้าๆ อย่างใช้ความคิด ไม่มีความตื่นตระหนกหลุดลอดออกมาจากใบหน้ารูปไข่ที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา ทนายความสาวเลือกที่จะวางเอกสารลงบนโต๊ะกระจกใสเสียงดังระคนความมั่น "ฉันกำลังคิดว่า... สำนักงานของฉันกำลังทำผิดจรรยาบรรณวิชาชีพอย่างมหันต์ หรือไม่ก็..." รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาคมกริบไม่ไหวติ่ง "พวกเขากำลังรอให้คุณเดินเข้ามาติดกับดักที่วางไว้ตั้งแต่ก้าวแรกที่คุณเซ็นสัญญาจ้างที่ปรึกษา" อชิรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นชาและไร้ความรู้สึก เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานตัวยาว ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปกดดันบรรยากาศรอบตัวให้แคบลงจนแทบหายใจไม่ออก สถาปนิกหนุ่มโน้มตัวลงเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นนิคโคตินจางๆ "คุณเพิ่งรู้ตัวเหรอคะ?" อชิรจงใจใช้น้ำเสียงล้อเลียนคำพูดของเธอ "ผมนึกว่าทนายความฝีมือดีแห่งปีอย่างคุณ จะอ่านเกมนี้ขาดตั้งแต่เอกสารฉบับแรกที่ผมจ้างให้คุณตรวจสอบเสียอีก หรือว่า... ผลประโยชน์มันหอมหวานเสียจนคุณเลือกที่จะปิดตาข้างหนึ่ง?" รินรดาไม่ถอยหลังหนี เธอยืดตัวขึ้นสู้สายตา ความโกรธวูบหนึ่งไต่ ริ้วขึ้นมาในอกแต่ถูกตรรกะและความเยือกเย็นกดให้จมลงไป เธอเหยียดยิ้มบางที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "อย่าเอามาตรฐานความโลภของคุณมาวัดฉันค่ะ, คุณอชิร" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่เฉียบคมดุจใบมีด "ถ้าฉันรู้เห็นเป็นใจกับเรื่องนี้ เอกสารชิ้นนี้คงไม่มาอยู่ในมือฉัน หรือต่อให้มันอยู่ ฉันก็คงไม่โง่พอที่จะปล่อยให้คุณถือมันเข้ามาเหยียบสำนักงานของฉันหรอกค่ะ" บรรยากาศระหว่างทั้งคู่คุกรุ่นไปด้วยแรงปะทะทางความคิด อชิรจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับเอื้อนเอยถ้อยคำท้าทายนั้น ความรู้สึกบางอย่างที่นอกเหนือจากความเกลียดชังและระแวงแคลงใจกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ สถาปนิกหนุ่มยอมรับกับตัวเองลึกๆ ว่าเขารื่นรมย์กับการได้เห็นทนายสาวคนนี้ต่อปากต่อคำ มากกว่าการเห็นเธอก้มหัวยอมจำนนเหมือนคนอื่นๆ "ถ้าคุณบริสุทธิ์ใจจริง..." อชิรยื่นมือหนาลงมาทาบบนโต๊ะกระจก กักตัวเธอไว้ในวงแขนกลายๆ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้ว nuan ของเธอ "พิสูจน์ให้ผมเห็นสิ ว่าคุณไม่ได้เป็นหนึ่งในหมากตัวนั้นบนกระดานนี้" หัวใจของรินรดากระตุกวูบไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะระยะประชิดที่อันตรายเกินไป กลิ่นกายสะอาดของผู้ชายตรงหน้าผสมผสานกับความดุดันที่แผ่ออกมาทำให้สติที่เคยควบคุมได้เริ่มสั่นคลอน ทว่า เธอกลับไม่ยอมแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย มือเรียวบางเอื้อมขึ้นแตะที่ปกเสื้อสูทของเขาเบาๆ ไม่ได้ผลักไส แต่วางไว้เพื่อสร้างระยะห่างที่เธอเป็นผู้กำหนด "ฉันต้องพิสูจน์ด้วยวิธีไหนล่ะคะ... นายสถาปนิกผู้พ่ายแพ้" รินรดากระซิบชิดริมฝีปากของเขา ดวงตากลมโตท้าทายระคนเย้ายวน "นอนกับฉันสักคืน เพื่อแลกกับข้อมูลวงในที่คุณอยากรู้... ดีไหมล่ะคะ?" คำพูดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากที่มักจะเอ่ยแต่ข้อกฎหมาย ทำให้ดวงตาคมของอชิรเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจในเกมเดิมพันที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม "ข้อเสนอน่าสนใจนี่คะ..." อชิรโน้มใบหน้าลงต่ำจนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน "แต่ผมเกรงว่า... แค่คืนเดียวคงไม่พอให้คุณชดใช้ความเสียหายที่คุณทำกับความฝันของผมหรอ" แรงดึงดูดระหว่างคนทั้งสองรุนแรงเกินกว่าจะต้านทาน อชิรไม่รอช้าที่จะลดกำแพงทั้งหมดลง มือหนาเลื่อนขึ้นโอบเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาประชิดตัวอย่างแนบแน่น รินรดาไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้ความปรารถนาที่ซ่อนเร้นภายใต้ความเกลียดชังและอีโก้ครอบงำ รสจูบที่เริ่มจากความดุดันและเชิงเชือดเฉือน เปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและโหยหาอย่างรวดเร็ว ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ ขณะที่มือเรียวของทนายสาวเลื่อนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ดึงรั้งให้ร่างสูงเข้าหาอย่างไร้ข้อแม้ สัมผัสทางกายที่แนบชิดทำให้อุณหภูมิในห้องพุ่งสูงขึ้น อชิรไม่รอช้าที่จะอุ้มร่างบางขึ้น นั่งลงบนขอบโต๊ะทำงานโดยไม่ละริมฝีปากออก เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดเคล้าคลอไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศ เสื้อผ้าที่เคยเนียบกริบเริ่มยับยู่ยี่ตามแรงอารมณ์ที่ปะทุขึ้นอย่างไร้การควบคุม สัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ไปตามเรียวขาภายใต้กระโปรงทรงสอบปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวสถาปนิกหนุ่มให้ตื่นขึ้นอย่างเต็มที่ รินรดาร2จิกเล็บลงบนไหล่กว้างเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ทุกจังหวะของการสัมผัสและสอดประสานเต็มไปด้วยความยินยอมพร้อมใจของผู้ใหญ่สองคนที่ฉลาดพอจะรู้ว่ากำลังเล่นกับไฟ แต่ไม่มีใครคิดที่จะดับมันลง ทว่า ในขณะที่ห้วงอารมณ์กำลังไต่ระดับสู่จุดสูงสุด เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบจากภายนอก พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต! "คุณอชิรคะ! เอกสารสำคัญจากธันวาถูกส่งมาถึง—อุ๊ย!" เสียงอุทานตกใจของเลขานุการสาวหยุดชะงักลงทันที เมื่อภาพเบื้องหน้าคือสถาปนิกหนุ่มชื่อดังกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่บนโต๊ะทำงานกับทนายความสาวคนสำคัญ ที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยและริมฝีปากบวมเจ่อจากการจูบ รินรดารีบผลักอกอชิรออกเบาๆ จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยความรวดเร็วโดยไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนกบนใบหน้า ขณะที่อชิรหันไปมองผู้บุกรุกด้วยแววตาดุดันราวกับจะฆ่าคนให้ตายคาสายตา ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ หวังว่าจะชอบบทนี้กันนะคะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสายดิ่งกับสถาปนิกไร้จุดยืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%