กลิ่นคาวเลือดจางๆ ผสมปนเปไปกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ห้อมล้อมคาสิโนแห่งนี้ไว้ ราวกับกรงขังที่ถูกฉาบด้วยทองคำ ลินินสูดลมหายใจเข้าลึกจนสุดปอด พยายามสะกดกลั้นความสั่นไหวในดวงตาให้ราบเรียบที่สุด เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นพนักงานเสิร์ฟธรรมดา แต่เธอมาที่นี่เพื่อเป็น 'หนาม' ที่จะคอยทิ่มแทงหัวใจของชายผู้พรากทุกอย่างไปจากครอบครัวเธอ
“หน้าตาสวยใช้ได้… แต่หวังว่าฝีมือจะดีพอๆ กับใบหน้านะ”
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้นข้างหู ลินินสะดุ้งเล็กน้อยจนร่างระหงสั่นไหว เธอหันไปเผชิญหน้ากับต้นเสียง ‘คิรากร อัครเดโช’ ชายหนุ่มผู้กุมบังเหียนแห่งอาณาจักรมืดมิดนี้ เขาไม่ได้ยืนเฉยๆ แต่กลับก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอกลายเป็นศูนย์ ลมหายใจอุ่นร้อนที่มีกลิ่นยาสูบจางๆ รินรดพวงแก้มขาวผ่องของเธอ
คิรากรเหยียดยิ้มที่มุมปาก แววตาของเขาคมกริบดั่งใบมีดที่ผ่านการอาบเลือดมานับครั้งไม่ถ้วน เขาใช้สายตามองกราดเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เหมือนกำลังประเมินราคาสินค้าชิ้นใหม่ที่เขากำลังจะครอบครอง
“ฉันไม่ชอบพนักงานที่สั่นเป็นเจ้าเข้าแบบเธอ” เขาเอ่ยพลางยื่นมือหนาออกมาเชยคางเธอให้เงยขึ้น บังคับให้สบประสานสายตาที่เต็มไปด้วยอำนาจการครอบงำ “หัดคุมอารมณ์ให้ดี ถ้าไม่อยากถูกโยนออกไปตั้งแต่วันแรก”
“ดิฉันทราบดีค่ะ... ท่านประธาน” ลินินตอบเสียงเรียบ แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองรบ เธอไม่ได้กลัวเขาในแง่ของความตาย แต่เธอกลัว... กลัวว่าความแค้นที่สุมอกจะมอดไหม้ลงด้วยไออุ่นจากสัมผัสที่เขากำลังปรนเปรอผ่านแววตาคู่นั้น
คิรากรหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งและอันตราย เขาลดมือลงมาสัมผัสที่เอวคอดกิ่วของเธออย่างถือวิสาสะ ลินินตัวแข็งทื่อ แต่ต้องฝืนยืนหยัดให้มั่นคงที่สุด แรงบีบจากอุ้งมือของเขาแฝงไปด้วยความรู้สึกที่เป็นเจ้าของและต้องการจะสั่งสอน เธอสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าชุดยูนิฟอร์มที่รัดรูปจนน่าอึดอัด
“ดี... ถ้าเข้าใจสถานะตัวเองแล้ว ก็ไปที่ห้องทำงานของฉัน” เขาสั่งสั้นๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินนำออกไปโดยไม่หันมามองอีก
ห้องทำงานของเขาเป็นเหมือนกับดักมรณะที่หรูหราที่สุดในคาสิโนแห่งนี้ ผนังห้องบุด้วยไม้สีเข้มและกระจกเงาบานใหญ่สะท้อนเงาร่างของทั้งสอง ลินินก้าวเท้าตามเข้าไปอย่างระมัดระวัง แต่ทันทีที่เสียงประตูปิดลง คิรากรก็กลับหลังหันมาอย่างรวดเร็ว เขาต้อนเธอจนแผ่นหลังไปปะทะกับบานประตูไม้เนื้อดี ก่อนจะกักขังเธอไว้ด้วยวงแขนที่แข็งแกร่งทั้งสองข้าง
“คิดว่าปลอมตัวมาได้แนบเนียนเหรอ ลินิน?”
คำถามนั้นทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบ ลินินเบิกตากว้าง จ้องมองใบหน้าคมเข้มที่อยู่ห่างไปเพียงคืบ ความลับที่เธอปกปิดไว้มิดชิดถูกเขากระชากออกมาตั้งแต่วินาทีแรกที่เจอกัน!
“คุณ... คุณรู้?”
“ฉันรู้ตั้งแต่วินาทีที่เธอก้าวเข้ามาในตึกนี้แล้ว” คิรากรก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกเกือบสัมผัสกัน กลิ่นกายหอมละมุนของเธอกำลังทำให้สติสัมปชัญญะของเขาเริ่มสั่นคลอน “แต่ที่ฉันยอมปล่อยให้เธอเข้ามา ก็เพราะอยากรู้ว่าเธอจะใช้ 'เรือนร่าง' นี้ เพื่อล้างแค้นฉันด้วยวิธีไหนกันแน่”
มือหนาเลื่อนลงมาลูบไล้ไปตามแนวสันหลังของเธออย่างช้าๆ แรงกดที่ฝ่ามือทำให้นางเอกสาวรู้สึกราวกับถูกไฟฟ้าช็อต ลินินเม้มริมฝีปากแน่น พยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากพันธนาการนี้ แต่คิรากรกลับยิ่งออกแรงยึดเธอไว้แน่นกว่าเดิม
“อย่าดื้อ… ถ้าไม่อยากให้ฉันลงโทษเธอด้วยวิธีที่เร่าร้อนกว่านี้”
เขาโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหู เสียงแหบพร่าสั่นประสาททำเอาลินินขนลุกชันไปทั้งร่าง ขณะที่คิรากรกำลังจะจุมพิตที่ซอกคอขาวระหง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ—แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้ทั้งคู่ต้องชะงัก คือเสียงของผู้มาใหม่ที่เปิดประตูพรวดพราดเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต
“พี่คิรากร... น้องสาวฉันหายตัวไป และฉันรู้ว่ามันต้องอยู่ที่นี่!”
ลินินถึงกับถอดสีหน้าทันทีที่เห็นใบหน้าของคนพังประตูเข้ามา... ความลับของเธอกำลังจะถูกทำลายลงพร้อมกับแผนการทั้งหมดในค่ำคืนนี้
ด้วยรักและปรารถนาที่จะสลักคมมีดแห่งความแค้นลงบนใจรี้ดทุกท่านค่ะ - มิคายามวิกาล
กับดักนัยน์ตาอสูร•ตอนที่ 1
รอยเท้าในรังอสูร
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักนัยน์ตาอสูร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
