กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในสายลมยามวิกาลไม่ใช่สิ่งที่คุ้นเคยของหมู่บ้านผาหมอกควันแห่งนี้ แต่ในคืนที่พระจันทร์ถูกม่านเมฆสีชาดกลืนกิน เสียงกรีดร้องและเสียงเหล็กกระทบกันกลับดังระรัวจนผืนดินสะเทือน
สิงห์ เด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีผู้มีหยาดเหงื่อและรอยขีดข่วนจากการฝึกปรือวิชาหมัดมวยมาตลอดทั้งวัน กำลังใช้มือสั่นเทากดร่างของตนเองให้แนบชิดไปกับพื้นดินใต้ถุนเรือนไม้เก่า ปลายจ้องมองผ่านซี่ไม้ไผ่ที่หักพังออกไปยังลานกว้างหน้าบ้าน แสงไฟสีส้มสว่างวาบจากคบเพลิงสาดส่องกระทบกับใบหน้าของเหล่าอสูรร้ายในชุดคลุมสีดำปักลายโลหิต ที่กำลังไล่ล่าชีวิตผู้บริสุทธิ์อย่างสนุกสนาน
"ท่านพ่อ! ท่านแม่!" เสียงตะโกนด้วยความตกใจและห่วงใยหลุดลอดริมฝีปากของสิงห์ออกมาเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของสายลม แต่ทว่ามันกลับดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ภาพตรงหน้าคือความโหดร้ายที่เกินกว่าเด็กหนุ่มผู้เติบโตมาในความสงบสุขจะรับไหว ร่างของท่านลุงผู้ใจดีถูกคมดาบฟันเข้าที่กลางหลังจนล้มฟุ้งไปกับฝุ่นดิน เสียงหัวอกของผู้เป็นมารดาที่กำลังร่ำไห้เรียกหาบุตรชายถูกกลบด้วยเสียงหัวroเยาะเย้ยอย่างสะใจของพวกมัน
"หึๆ สำนักมารโลหิตทำหน้าที่สะอาดหมดจดเสมอ... เผาให้ราบ ไม่ให้เหลือแม้แต่ตอ!" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังอำมหิตดังมาจากใจกลางลานบ้าน ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีเลือดสด พญาอัคคี ผู้นำแห่งสำนักมารโลหิตยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงที่กำลังโหมกระหน่ำเผาผลาญเรือนชาน ในมือของมันถือกระบี่ที่อาบชุ่มไปด้วยโลหิตอุ่นๆ ของผู้เฒ่าประจำหมู่บ้าน
สิงห์กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เลือดสีสดไหลซึมออกมาปะปนกับหยาดเหงื่อที่ผุดพรายเต็มกรอบหน้า หัวใจของเขาเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึกที่กำลังเร่งเร้าความตาย ความโกรธแค้นพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุดจนแผดเผาความกลัวจนมอดไหม้ไปสิ้น เขาอยากจะพุ่งออกไปซัดหมัดใส่ใบหน้าอำมหิตนั้นด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี แต่เสียงเตือนสติครั้งสุดท้ายของบิดาก้องกังวานอยู่ในหู
*‘จำไว้ลูก... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เจ้าต้องมีชีวิตรอด หมัดเหล็กของเรามีไว้เพื่อปกป้อง ไม่ใช่เพื่อตายอย่างไร้ค่า’*
ฉับพลัน ประตูใต้ถุนเรือนก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยพละกำลังมหาศาล ร่างของชายฉกรรจ์ในชุดสำนักมารโลหิตผู้หนึ่งก้าวเข้ามาด้วยแววตากระหายเลือด มันกวาดสายตามองความมืดมิดใต้ถุนก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของสิงห์ มุมปากของมันยกย่องขึ้นอย่างน่ารังเกียจ
"ฮ่าๆๆ ตรงนี้ยังมีหนูสกปรกหลงเหลืออยู่อีกตัวหนึ่งเว้ย!"
มันไม่รอช้า พุ่งเข้าใส่สิงห์ด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป ปลายดาบเล่มคมกริบพุ่งตรงมายังลำคอของเด็กหนุ่มหมายจะปลิดชีพในดาบเดียว ในเสี้ยววินาทีความเป็นความตายนั้น สัญชาตญาณนักสู้ที่ถูกเคี่ยวกรำมานานนับปีทำงานทันที สิงห์ไม่หลบหนี เขาทิ้งน้ำหนักตัวลงต่ำ บิดสะโพกส่งแรงจากพื้นดินขึ้นสู่หัวไหล่และกำหมัดแน่นเข้าหากัน
นี่ไม่ใช่กระบวนท่าเพื่อความสวยงาม แต่มันคือ **"หมัดทะลวงปฐพี"** เคล็ดวิชาประจำตระกูลที่เรียบง่ายแต่หนักหน่วง
*ปัง!*
หมัดเหล็กของสิงห์กระแทกเข้าที่กระดูกซี่โครงของมือสังหารอย่างแม่นยำและรุนแรง เสียงกระดูกหักดังสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยร่างของชายฉกรรจ์ที่กระเด็นทะลุผนังไม้ไผ่ออกไปนอนแน่นิ่งสนิทอยู่กลางกองเพลิง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตะลึงจนถึงลมหายใจสุดท้าย มันไม่คาดคิดเลยว่าเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวนี้จะมีอานุภาพหมัดที่รุนแรงถึงเพียงนี้
สิงห์หอบหายใจหนักหน่วง มองมือทั้งสองข้างของตนเองที่สั่นเทา หยาดน้ำตาผสมกับคราบเขม่าควันไหลรินอาบแก้ม เมื่อเขากวาดสายออกไปมองเบื้องบน เรือนไม้ที่เคยอบอุ่นของครอบครัวบัดนี้ได้กลายเป็นทะเลเพลิงไปเสียแล้ว เสียงร้องขอชีวิตเงียบลง เหลือเพียงเสียงประทุของเปลวไฟที่กำลังหัวเราะเยาะโชคชะตาอันแสนโหดร้ายของเขา
ท่ามกลางความมืดมิดและความสูญเสียอันใหญ่หลวง ร่างเงาหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบที่ด้านหลังของสิงห์ มือเรียวยาววางลงบนบ่าของเด็กหนุ่มเบาๆ พร้อมกับกระซิบเสียงเรียบที่เปี่ยมด้วยความหมายลึกซึ้ง
"หากเจ้าอยากล้างแค้นให้ทุกคนที่นี่... จงตามข้ามา สิงห์"
สิงห์หันขวับกลับไปมอง เจ้าของเงาลึกลับผู้นั้นคือใครกัน? และเขาจะพาเด็กหนุ่มผู้สูญสิ้นทุกสิ่งก้าวเดินไปบนเส้นทางแห่งความแค้นนี้อย่างไร ในเมื่อเบื้องหน้าคือขุมนรกแห่งยุทธภพที่รอการชำระสะงัด
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับหมัดเหล็กดวงนี้ด้วยกันนะครับ
พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี•ตอนที่ 1
รุ่งอรุณแห่งเพลิงผลาญ
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!