กลิ่นคาวเลือดและไอความร้อนแผดเผาจนแสบจมูก คือสิ่งแรกที่ต้อนรับการมาเยือนของพวกเรา
บานประตูหินมหึมาสลักรูปอสูรโลหิตถูกพังทลายลงด้วยหมัดเหล็กของสิงห์ แรงปะทะสะท้านสะเทือนไปทั่วทั้งภูเขา เสียงเศษหินร่วงหล่นกราวรูดดั่งห่าฝน ทว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหลังบานประตูนั้นกลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าความตาย
สิงห์ยืนนิ่งค้างอยู่ในท่าปล่อยหมัด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้าคมคายที่อาบไล้ด้วยคราบเขม่าควัน ดวงตาคมกริบดุจพยัคฆ์หนุ่มจ้องมองตรงไปยังเบื้องหน้า ร่างกายของเขาสั่นสะท้านเล็กน้อยมิใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะเพลิงแค้นในอกที่โหมกระหน่ำจนแทบแผดเผาตัวเอง
"เรามาทัน... สินะครับ" จอมยุทธ์เมฆาก้าวเข้ามาเคียงข้าง มือข้างหนึ่งกระชับกระบี่ในฝักแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว สายตาคมกวาดมองไปรอบห้องโถงกว้างใหญ่ที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นแท่นพิธีมาร
ใจกลางห้องโถงหินทึบ แสงไฟสีแดงฉานจากคบเพลิงนับร้อยสาดส่องกระทบกับอ่างโลหิตขนาดมหึมา เบื้องบนแท่นบูชาศิลาสีดำสนิท ร่างของพญาอัคคี ผู้นำสำนักมารโลหิตกำลังยืนตระหง่าน ผมสีดอกเลาปลิวไสวตามกระแสลมปราณที่หมุนวนรอบกายอย่างบ้าคลั่ง สองมือของมันชูขึ้นฟ้า ท่องคาถาลับบางอย่างที่ดังก้องกังวานเสียดแก้วหู ดวงตาสสีแดงก่ำเต็มไปด้วยความกระหายเลือดและอำนาจ
เบื้องล่างแท่นพิธีนั้น มีร่างของเหล่าชาวยุทธ์ผู้บริสุทธิ์นับสิบชีวิตถูกมัดตรึงไว้กับเสาศิลา พลังชีวิตของพวกเขากำลังถูกสูบฉีดกลายเป็นสายธารสีแดงสด ไหลรินเข้าสู่1อ่างโลหิตเบื้องหน้าพญาอัคคีอย่างต่อเนื่อง
"ฮ่าๆๆๆ... พวกเจ้าช้าไปก้าวเดียว!" เสียงหัวเราะก้องกังวานของพญาอัคคีดังสะท้อนไปทั่วห้องโถง มันลดมือกลงช้าๆ ก่อนจะก้มมองผู้มาเยือนด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ดุจมองมดปลวก "นึกไม่ถึงว่าสวะอย่างพวกเจ้าจะฝ่าค่ายกลสิบแปดอสูรโลหิตเข้ามาได้... แต่ก็เท่านั้นแหละ พิธีบรรลุวิชามารฟ้าโลหิตของข้า... สำเร็จไปเก้าส่วนแล้ว!"
ฟรึบ!
สิงห์ไม่เอ่ยคำพูดใดออกมาแม้แต่ครึ่งคำ ความโกรธเกรี้ยวทำให้เขาเลือกที่จะใช้หมัดแทนคำตอบ ร่างของพยัคฆ์หนุ่มพุ่งทะยานออกไปดุจลูกธนูหลุดจากแหล่ง พลังลมปราณหมัดเหล็กสะท้านปฐพีถูกรีดเร้นออกมาจนถึงขีดสุด เสียงลมคำรามหวีดหวิวแข่งกับเสียงหัวเราะของจอมมาร
"อย่าประมาทนะสิงห์!" จอมยุทธ์เมฆาร้องเตือนพร้อมกับชักกระบี่ออก
พริบตานั้นเอง พญาอัคคีเพียงแค่สะบัดชายแขนเสื้อเบาๆ คลื่นพลังโลหิตมหาศาลก็ระเบิดออกมาปะทะกับหมัดของสิงห์อย่างจัง!
ตูมมม!
แรงปะทะรุนแรงส่งผลให้สิงห์กระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว เท้าขวาครูดไปกับพื้นหินจนเกิดประกายไฟแลบแปลบ ปลายเท้าชาด้านจนแทบไร้ความรู้สึก รสคาวเลือดอุ่นๆ ไหลย้อยมุมปากของเขา
"อัก..." สิงห์กัดฟันกรอด ฝืนกลืนเลือดลงคอ ดวงตาไม่ยอมลดละความพ่ายแพ้แม้แต่น้อย
"เด็กน้อยเอ๋ย เจ้าคิดว่าวิชาหมัดเหล็กกระจอกๆ ของสำนักเจ้า จะต่อกรกับพลังที่ข้าใช้เวลาสะสมมานับสิบปีได้งั้นหรือ?" พญาอัคคีก้าวลงมาจากแท่นพิธีทีละก้าว ย่างก้าวของมันหนักหน่วงราวกับภูเขาทั้งลูกกดทับลงบนแผ่นอกของทุกคนในที่นั้น "วันนี้ ที่นี่ จะเป็นสุสานของพวกเจ้า... และเป็นวันที่ข้าจะขึ้นครองยุทธภพอย่างแท้จริง!"
บรรยากาศภายในห้องโถงกดดันจนแทบหยุดหายใจ ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม สหายทั้งสองยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่ แม้หนทางข้างหน้าจะมืดมนและไร้ซึ่งทางรอด
ทว่า ในวินาทีที่ความสิ้นหวังกำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง สายตาของจอมยุทธ์เมฆากลับเหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างที่แท่นบูชาด้านหลังพญาอัคคี
ดวงตาของจอมยุทธ์เมฆาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนสงสัย เขากระซิบเสียงเบาหวิวลอดไรฟันส่งให้สิงห์ได้ยินเพียงสองคน
"สิงห์... ดูที่กลางอ่างโลหิตนั่น... คนที่อยู่ในนั้น... ไม่ใช่แค่ชาวยุทธ์ธรรมดา!"
สิงห์หรี่ตาลงเพ่งมองฝ่าไอความร้อนและละอองเลือด แล้วหัวใจของเขาก็ต้องกระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น เมื่อเงาร่างที่กำลังถูกสูบพลังชีวิตอยู่ในอ่างโลหิตเบื้องหน้า... กลับเป็น "ผู้อาวุโสซ่ง" อาจารย์ผู้ล่วงลับที่เขาคิดว่าเสียชีวิตไปในเหตุการณ์วันทำลายสำนักเมื่อหลายปีก่อน!
อาจารย์... ยังไม่ตาย?!
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง เคียงบ่าเคียงไหล่ และส่งกำลังใจให้พยัคฆ์หนุ่มผู้นี้มาโดยตลอดนะครับ พยัคฆ์ขาวคำราม
พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี•ตอนที่ 45
ทะลวงสู่ห้องโถงมาร
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!