กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณและคราบสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก ทว่าสิ่งที่รณกรสัมผัสได้ชัดเจนยิ่งกว่ากลิ่นทางกายภาพ คือ "น้ำหนัก" ที่กดทับอยู่บนแผ่นหลังของเขา
มันไม่ใช่แรงโน้มถ่วงของโลก และไม่ใช่ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางข้ามคืน แต่มันคือคลื่นความถี่ต่ำของสายตาคู่หนึ่ง ที่กำลังจ้องมองทะลุผ่านความมืดมิดเข้ามาจากเบื้องหลัง โดยเว้นระยะห่างในระยะที่พอดี—ไม่ใกล้จนเกินไปจนทำให้ไหวตัวทัน และไม่ไกลเกินกว่าจะหลุดรอดจากเรดาร์ความรู้สึก
รณกรหยุดฝีเท้าลงบนพื้นคอนกรีตเปลือยเปล่าของโกดังร้างแห่งนั้น แว่นตากรอบโลหะสะท้อนแสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ จากเพดาน เขายังคงรักษาสีหน้าให้เรียบเฉย แต่นิ้วมือขวาที่ซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตกลับกำแผ่นยันต์ทองแดงที่เพลิงกัลป์มอบให้ไว้แน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว
"หยุดเดินทำไมครับรณกร"
เสียงทุ้มต่ำของเพลิงกัลป์ดังขึ้นมาจากความมืดเบื้องหน้า จอมขมังเวทหนุ่มยืนพิงเสาปูนที่มีรอยร้าวลึก ร่างกายของเขายังคงผ่อนคลาย แต่ดวงตาคมกริบภายใต้เงาหมวกแก๊ปกลับกวาดมองไปรอบทิศทางอย่างระแวดระวัง
"มีบางอย่างตามเรามา" รณกรตอบเสียงกระซิบ สายตาของอดีตวิศวกรกวาดผ่านหน้าจอแท็บเล็ตในมือ ข้อมูลดิบจากเซ็นเซอร์ตรวจจับสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (EMF) ที่เขาดัดแปลงขึ้นเองกำลังเต้นเรื้อ กราฟเส้นสีแดงพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติ ทั้งที่ในรัศมีสิบเมตรนี้ไม่มีเครื่องจักรหรือสายไฟแรงสูงใดๆ ทั้งสิ้น
"ไม่ใช่แค่บางอย่างหรอกครับ..." เพลิงกัลป์ปรายตามองไปยังพื้นผิวคอนกรีตที่มีรอยขูดขีดจางๆ ลากยาวตามทางที่พวกเขาเพิ่งเดินผ่านมา "มันคือ 'เงาตามตัว' ที่ถูกผูกวิญญาณด้วยอาคมสายดำชั้นสูง ผู้ที่ส่งมันมาไม่ได้ต้องการแค่สะกดรอย แต่เขากำลังจับตาดูทุกย่างก้าว เพื่อรอเวลาให้เราเดินเข้าสู่จุดอับสายตา"
บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงฉับพลัน ลมหายใจของทั้งคู่กลายเป็นไอสีขาวจางๆ ในอากาศ ทั้งที่อุณหภูมิห้องไม่ได้ลดต่ำลง นั่นคือสัญญาณเตือนภัยตามธรรมชาติของมนุษย์ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับจิตสังหารที่เข้มข้นจนบิดเบือนสภาพแวดล้อม
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่นารีก่อนหน้านี้ หลังจากที่พวกเขาไขปริศนาหน้าประตูมิติในระบบภารกิจระดับ SSS สำเร็จ เสียงแจ้งเตือนจากจิตใต้สำนึกและอุปกรณ์นำทางลึกลับยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *[บุคคลที่คุณคิดว่าตายไปแล้วกำลังรอคอยการกลับมาของคุณที่จุดเริ่มต้น...]* คำเตือนนั้นไม่ใช่แค่รหัสผ่าน แต่มันคือคำประกาศิตที่ดึงเอาอดีตอันดำมืดของรณกรให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
น้องสาวของเขา... คนที่หายสาบสูญไปพร้อมกับคดีอาถรรพ์เมื่อสามปีก่อน ปรากฏชื่ออยู่ในบันทึกดิจิทัลของ "ผู้บงการเงา" ตัวจริง
รณกรสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ในฐานะอดีตวิศวกร เขาถูกฝึกมาให้เชื่อมั่นในโครงสร้าง ตรรกะ และเหตุผล แต่ในโลกที่ไสยเวทและวิทยาศาสตร์หลอมรวมกันอย่างบ้าคลั่งเช่นนี้ ตรรกะแบบเดิมๆ ใช้งานไม่ได้อีกต่อไป เขามองโลกผ่านเลนส์สองชั้น—ชั้นหนึ่งคือฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ อีกชั้นคือพลังงานนามธรรมที่วิทยาศาสตร์ยังไม่อาจนิยาม
"ถ้ามันอยากรู้นักว่าเราจะเดินไปทางไหน..." รณกรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด แววตาของเขาปรากฏประกายความมุ่งมั่นที่หาได้ยาก "เราก็ควรจะจัดฉากให้มันดูสมจริงเสียหน่อย"
เพลิงกัลป์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างนึกสนุก "น่าสนใจครับ คุณวิศวกรวางแผนอะไรไว้หรือเปล่า"
รณกรหยิบอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋า มันคือเครื่องส่งสัญญาณคลื่นวิทยุความถี่ต่ำที่เขาประดิษฐ์ขึ้นเองจากเศษอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในห้องพัก พร้อมกับแผ่นยันต์สะกดวิญญาณที่เขียนด้วยหมึกผสมผงเหล็กแม่เหล็ก
"เราจะแยกทางกันตรงทางแยกข้างหน้าสิบเมตรนี้" รณกรอธิบายแผนการด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ "ผมจะเดินตรงต่อไปยังโซนห้องควบคุมเก่า เพื่อดึงดูดความสนใจของมันด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากอุปกรณ์ชิ้นนี้ ส่วนคุณเพลิงกัลป์ วนอ้อมไปทางช่องระบายอากาศด้านหลัง แล้วใช้ 'ข่ายอาคมดักเงา' ตรึงมันไว้ทันทีที่มันขยับตัว"
"เสี่ยงมากนะครับ" เพลิงกัลป์มองหน้าสหายร่วมรบ "ถ้าเงานั่นไม่ใช่แค่ภาพสะท้อนทางไสยเวท แต่เป็นร่างอวตารที่มีตัวตนจริงๆ คุณอาจจะเป็นเป้าหมายแรกที่ถูกกำจัด"
"ผมคือนักวิทยาศาสตร์ครับ ผมไม่เชื่อเรื่องปาฏิหาริย์ แต่ผมเชื่อในความน่าจะเป็น" รณกรสบตากับจอมขมังเวทหนุ่มอย่างไม่หลบเลี่ยง "และความน่าจะเป็นที่เราจะกระชากหน้ากากผู้บงการเงาในคืนนี้ มีค่าสูงกว่าศูนย์เปอร์เซ็นต์อย่างแน่นอน"
เพลิงกัลป์พยักหน้ารับช้าๆ มือขวายกขึ้นประสานอินทร์คาถาเบาๆ ที่อกเสื้อ "ระวังตัวด้วยครับรณกร... วิญญาณที่ตามเรามาตัวนี้ มีกลิ่นอายเหมือนกับคนที่คุณกำลังตามหาอยู่ไม่มีผิดเพี้ยน"
คำพูดนั้นทำให้รณกรชะงักไปชั่วขณะ หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำจนแทบทะลุออกมานอกอก ความทรงจำเกี่ยวกับน้องสาวในวัยเด็กซ้อนทับขึ้นมาในหัว แต่วินาทีนี้ ไม่มีเวลาให้ลังเลอีกต่อไปแล้ว
รณกรพยักหน้ารับสั้นๆ ก่อนจะออกวิ่งแยกไปตามทางเดินฝั่งซ้าย เสียงฝีเท้าของเขาก้องกังวานไปทั่วโกดังร้าง เป็นจังหวะที่ตั้งใจให้ผู้สะกดรอยตามได้ยินอย่างชัดเจน
เขาก้าวเท้าเลี้ยวเข้าสู่มุมอับของห้องควบคุมเก่า แสงไฟจากนีออนกะพริบถี่ๆ ดับลงจนมืดสนิท เหลือเพียงแสงไฟสีแดงจากหน้าจอแท็บเล็ตในมือที่ยังคงส่องสว่าง รณกรหยุดยืนอยู่กลางห้อง หัวใจเต้นระส่ำด้วยความตื่นตัวประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกปลุกเร้าถึงขีดสุด
ทันใดนั้น... อุณหภูมิรอบตัวก็ดิ่งวูบลงจนติดลบ เงาดำทึบที่ทอดตัวอยู่บนผนังคอนกรีตเริ่มบิดเบี้ยวและขยายใหญ่ขึ้น มันค่อยๆ ลุกขึ้นยืนแยกตัวออกจากผนัง กลายเป็นร่างเงาสีดำสนิทที่ไม่มีใบหน้า ทว่าแผ่รังสีความอาฆาตมาดร้ายออกมาจนผิวหนังของรณกรชาดิก
เงาดำนั้นก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นในหัวของเขา—เสียงที่คุ้นเคยยิ่งกว่าสิ่งใด เสียงของคนที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน
*"พี่คะ... ทำไมถึงทิ้งหนูไว้ที่นี่..."*
รณกรกัดฟันแน่น มือข้างที่ถือยันต์สั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความจริงที่กำลังกระแทกเข้าใส่หน้าอย่างจัง เงาร่างนั้นไม่ได้ตามมาเพื่อฆ่าเขา แต่มันมาเพื่อต้อนเขาให้จนมุม
กริ๊ก!
เสียงกลไกโลหะดีดตัวดังขึ้นจากความมืดด้านหลัง พร้อมกับเสียงตบเท้าหนักๆ ของเพลิงกัลป์ที่ตะโกนก้อง "เจอตัวแล้ว!"
ทว่า... ก่อนที่อาคมของเพลิงกัลป์จะทันได้พุ่งเข้าตรึงร่างเงา พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้ารณกรก็ยุบตัวลงฉับพลันอย่างไร้สัญญาณเตือน ร่างของอดีตวิศวกรหลุดร่วงลงสู่ความมืดเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องมาจากหลุมพรางเบื้องล่าง
*[แจ้งเตือนระบบภารกิจระดับ SSS: ตรวจพบการเข้าสู่ "เขตแดนปิดตาย" โซนศูนย์กลาง]*
*[คำเตือน: คุณตกลงมาในกับดักของผู้บงการ และประตูทางออกเดียวได้ถูกปิดผนึกอย่างถาวรแล้ว...]*
*[บุคคลในเงากำลังก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับเอ่ยชื่อจริงของคุณ...]*
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดและแสงสว่างไปด้วยกันนะครับ
- เข็มทิศมองวิญญาณ
ร่างทรงสายวิทย์กับคดีอาถรรพ์ที่ไร้คำตอบ•ตอนที่ 24
เงาตามตัว
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร่างทรงสายวิทย์กับคดีอาถรรพ์ที่ไร้คำตอบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!