กลิ่นอายของสุหนี่ว์หลงจิ่งล้ำค่าลอยคละคลุ้งผสมผสานกับคาวเลือดจางๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้พรมขนสัตว์ปักดิ้นทอง ท้องพระโรงชั้นในของตำหนักบูรพาประดับประดาด้วยโคมแก้วเจียระไนส่องประกายระยิบระยับราวกับดวงดาราบนท้องฟ้ายามค่ำคืน ทว่าบรรยากาศภายในกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก งานเลี้ยงฉลองชัยครานี้หาใช่การเฉลิมฉลองของมวลหมู่ประชา หากแต่เป็นมหรสพแห่งการชิงอำนาจที่ซ่อนคมดาบไว้ภายใต้รอยยิ้ม
"ฝ่าบาททรงปรีชาสามารถยิ่งนัก ชัยชนะที่ชายแดนประจักษ์แก่สายตาใต้หล้า ข้าพเจ้าขอคารวะชินอ๋องหนึ่งจอกเพคะ"
สุ้มเสียงหวานหยาดเยิ้มทว่าแฝงแววตื่นตระหนกดังขึ้น ฮองเฮาจางแย้มพระสรวลกว้างจนดวงเนตรพินิจพิเคราะห์ความเคลื่อนไหวทุกองคาพยพของบุรุษเบื้องพระพักตร์ พระนางทรงหยิบจอกสุรีย์ประดับหยกขาวขึ้นด้วยพระหัตถ์ที่สวมปลอกเล็บทองคำยาวระหง ท่าทางดูงดงามอ่อนช้อย ทว่าแววตาคู่คมกลับกวาดมองลู่จื่อหรานที่ยืนก้มหน้าสงบเสงี่ยมอยู่เบื้องหลังเงาของเสาหยกสลักลายมังกร
เซียวหานจวินไม่แม้แต่จะปรายตาแลจอกสุราตรงหน้า พระองค์ประทับนั่งพิงพนักเก้าอี้ไม้จันทน์หอมด้วยท่าทีเกียจคร้าน ทว่าแผ่รังสีคุกคามกดดันผู้คนจนแทบหายใจไม่ออก ดวงเนตรสีนิลเข้มคู่นั้นกวาดมองฮองเฮาจางด้วยความเยียบเย็น ดุจห้วงมหาสมุทรไร้ก้นบึ้งที่พร้อมจะกลืนกินทุกคนที่บังaอาจล้ำเส้น
"ฮองเฮาทรงใส่ใจเกินไปแล้ว" สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มดังขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงพลัง "สนามรบมีแต่ความเป็นความตาย ชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่เพราะเราผู้เดียว หากแต่แลกมาด้วยหยาดโลหิตของทหารกล้าแสนนาย... น่าเสียดายนัก ที่ขุนนางตงฉินบางคนกลับต้องมาจบชีวิตลงด้วยข้อหากบฏทั้งที่ยังไม่ทันได้เห็นชัยชนะในวันนี้"
คำพูดนั้นราวกับมีเข็มพิษนับพันเล่มพุ่งปักลงกลางใจผู้ฟัง บรรยากาศในงานเลี้ยงพลันเงียบกริบลงทันที เสียงบรรเลงพิณซอพลันหยุดชะงัก เหล่าขุนนางและนางกำนัลต่างพากันกลั้นหายใจ ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงหายใจแรง ฮองเฮาจางพระพักตร์เผือดสีลงวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาแย้มสรวลได้ดังเดิมอย่างรวดเร็ว สมเป็นสตรีผู้กุมอำนาจในวังหลังมานานปี
"ชินอ๋องตรัสรัสล้อเล่นเกินไปแล้ว เรื่องของตระกูลลู่... ศาลต้าวwชาญได้ไต่สวนและตัดสินเด็ดขาดแล้วว่าเป็นกบฏสมคบคิดกับต่างแคว้น หลักฐานมัดตัวแน่นหนา จะให้เรียกว่าความอยุติธรรมได้อย่างไรกันเพคะ" ฮองเฮาจางตรัสด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแววตากลับจ้องเขม็งไปที่ร่างบางของลู่จื่อหรานที่ยังคงยืนนิ่งสนิท
ลู่จื่อหรานกำมือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกว้างแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความแค้นที่สุมอกแผดเผาร่างกายจนร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา นางทบทวนคำพูดของชินอ๋องเมื่อค่ำคืนก่อนซ้ำแล้วซ้ำเล่า *‘จงเลือกว่าจะตายในฐานะผู้แพ้ หรือจะยอมเป็นหมากในกระดานของข้าเพื่อแก้แค้นให้ตระกูลเจ้าเสียแต่บัดนี้!’*
ในเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น ในเมื่อความยุติธรรมเป็นเพียงเครื่องมือของผู้มีอำนาจ นางก็พร้อมจะสวมรอยเป็นปีศาจเพื่อทวงความจริงกลับคืนมา
"ทูลฮองเฮา..."
สุ้มเสียงใสเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางฤดูหนาวดังขึ้นทำลายความเงียบ ลู่จื่อหรานก้าวออกมาจากเงาเสา คุกเข่าลงเบื้องพระพักตร์อย่างสง่างาม ท่วงทีไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางเงยหน้าขึ้นสบตา7กับฮองเฮาจางตรงๆ แววตาดำขลับคู่นั้นไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความตื่นกลัว มีเพียงประกายคมปลาบที่แม้แต่ฮองเฮายังต้องทรงชะงัก
"เจ้า... อาลักษณ์น้อยลู่จื่อหราน เจ้ากล้าดียังไงถึงบังอาจสอดปากขึ้นมาในวงเสวยของเจ้านาย!" ขันชิดคนสนิทของฮองเฮาร้องตะคอกเสียงแหลมสูง
"หม่อมฉันเป็นเพียงอาลักษณ์ผู้บันทึกประวัติศาสตร์" ลู่จื่อหรานเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้พิรุธ "สิ่งใดจริง สิ่งใดเท็จ บันทึกหลวงย่อมมีร่องรอยให้สืบค้น ฮองเฮาทรงปรีชาสามารถ ย่อมต้องเข้าใจดีว่ากระดาษแผ่นเดียวอาจถูกย้อมด้วยหมึกดำ แต่ความจริงย่อมไม่วันเปลี่ยนเป็นสีขาวได้... เช่นเดียวกับความบริสุทธิ์ของตระกูลลู่เพคะ"
ฮองเฮาจางพระพักตร์ตึงเครียดขึ้นมาทันที พระนางทรงบีบจอกสุราในพระหัตถ์แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด สตรีผู้นี้ช่างบังอาจนัก กล้าดีอย่างไรจึงมาต่อปากต่อคำกับพระนางต่อหน้าพระพักตร์ชินอ๋องและเหล่าขุนนางนับร้อย
"บังaอาจ! ปากกล้าเช่นนี้ สมแล้วที่เป็นลูกหลานกบฏ!" ฮองเฮาจางตบโต๊ะเบาๆ ทรงกริ้วจนพระโอษฐ์สั่นระริก "คนละ... ลากตัวนางออกไปโบยยี่สิบไม้ฐานหมิ่นพระเกียรติ!"
ทหารองครักษ์เสื้อแพรสองนายก้าวพรวดเข้ามาหมายจะตะครุบตัวลู่จื่อหราน ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน
"ใครกล้า"
เซียวหานจวินวางจอกสุลงบนโต๊ะไม้จันทน์ เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับดังก้องกังวานในความรู้สึกของทุกคน พระองค์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าช้าๆ เดินเข้ามาบังร่างของลู่จื่อหรานไว้เบื้องหลังอย่างปกป้อง ดวงเนตรสีนิลกวาดมองทหารองครักษ์ทั้งสองจนต้องถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว
"ชินอ๋อง... พระองค์หมายความว่าอย่างไร นางเป็นเพียงแค่นักโทษประหารที่รอวันชำระโทษ เหตุใดจึงต้องปกป้องถึงเพียงนี้?" ฮองเฮาจางตรัสถามด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง พระเนตรเต็มไปด้วยความระแวงสงสัย
เซียวหานจวินแย้มสรวลมุมปาก รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ ดุจปีศาจจากขุมนรก "นางเป็นคนของเปิ่นหวาง... ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องทั้งสิ้น"
สิ้นคำตรัส ท้องพระโรงทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ลู่จื่อหรานเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า หัวใจที่เคยด้านชาและแตกสลายกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้ามาท่ามกลางความหนาวเหน็บของการแก้แค้น
ฮองเฮาจางทรงพระสรวลออกมาด้วยความขื่นขม พระนางทรงรู้ดีว่าตอนนี้ชินอ๋องกุมอำนาจทางทหารไว้ในมือเกินกว่าจะต่อกรได้โดยง่าย พระนางจึงจำต้องสะգัดกั้นความโกรธเกรี้ยวไว้ในอก แล้วโบกพระหัตถ์ไล่ทหารองครักษ์ถอยไป
"ในเมื่อชินอ๋องทรงเอ่ยปากปกป้องถึงเพียงนี้ เปิ่นกงก็ย่อมต้องไว้หน้าท่าน... แต่ระวังตัวไว้เถอะ บางทีสตรีที่ท่านคิดว่าเก็บไว้ข้างกายเพื่อความสนุก อาจจะกลายเป็นพิษร้ายที่ย้อนกลับมาปลิดชีพท่านเสียเอง" ฮองเฮาจางตรัสเตือนด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น แฝงความอาฆาตมาดร้ายไว้อย่างไม่ปิดบัง
"เรื่องนั้นไม่ต้องให้ฮองเฮามาทรงกังวลแทนเปิ่นหวางหรอกพ่ะย่ะค่ะ" เซียวหานจวินตรัสตอบเสียงเรียบ ก่อนจะหันพระพักตร์กลับมามองสตรีด้านหลัง "กลับกันเถอะ... จื่อหราน งานเลี้ยงน่าเบื่อเช่นนี้ ไม่มีอะไรน่าดูอีกต่อไปแล้ว"
ลู่จื่อหรานก้มศีรษะรับคำ นางก้าวเดินตามหลังชินอ๋องออกไปจากตำหนักบูรพา ท่ามกลางสายตาหวาดหวั่นและอิจฉาริษยาของผู้คนนับร้อย ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวพ้นธรณีประตูตำหนัก ขันทีเฒ่าคนสนิทของฮ่องเต้ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาขวางทางไว้ พร้อมกับราชеสการม้วนสีเหลืองทองในมือที่สั่นเทา
"ชินอ๋องโปรดหยุดก่อนพ่ะย่ะค่ะ! มี... มีพระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้ ส่งตรงถึงท่านอ๋องและอาลักษณ์ลู่พ่ะย่ะค่ะ!"
เซียวหานจวินชะงักฝีเท้าลง พระเนตรหรี่แคบลงทันทีเมื่อเห็นตราประทับหยกบนราชโองการ ลู่จื่อหรานที่ยืนอยู่ข้างกายพลันใจหายวาบ เมื่อสังเกตเห็นว่าหมึกบนราชโองการนั้นเป็นสีแดงชาด... สีแดงแห่งความตายและการตัดสินโทษครั้งใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิด
ข้ารับใช้เฒ่ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะคลี่ม้วนกระดาษออกแล้วประกาศเสียงสั่นเครือท่ามกลางความเงียบสงัดของราตรี
"มีพระราชโองการ... ให้ชินอ๋องและลู่จื่อหราน เดินทางไป1ไขคดีลับที่ตำหนักร้างทางทิศเหนือทันทีในคืนนี้... ผู้ใดขัดขืน มีโทษประหารสถานเดียว!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในเส้นทางแห่งเกมการเมืองอันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ
บัลลังก์ไร้ครอง สองใจอาสัญ•ตอนที่ 2
คำลวงในคราบความหวังดี
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์ไร้ครอง สองใจอาสัญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!