ภัณฑารักษ์ไร้เงากับคนเฝ้าสุสานความจำ•ตอนที่ 1

จดหมายในกล่องไม้โอ๊ค

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอับของกาลเวลาไม่เคยโกหกใคร... เช่นเดียวกับรอยร้าวบนเนื้อไม้ของกล่องพัสดุปริศนานี้ ที่ฟ้องร้องความจริงอันน่าสมเพชว่า บางสิ่งบางอย่างถูกจงใจทิ้งให้เนิ่นนานจนผุพัง ก่อนจะถูกส่งตรงมาถึงมือเธอ—ผู้ซึ่งไม่เคยต้องการรับมันไว้อีกต่อไป รินรดากวาดสายตาคมกริบมองกล่องไม้โอ๊คสีเข้มตรงหน้า บนโต๊ะทำงานตัวเดิมในห้องเช่าแคบๆ ที่ไร้เงาของความหรูหรา แต่มันกลับสงบสุขกว่าคฤหาสน์หลังใหญ่โตมโหฬารหลังนั้นนับร้อยเท่า ปลายนิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวแตะลงบนผิวไม้ที่สลักลวดลายวิจิตรบรรจง—ลวดลายที่เธอจำได้แม่นยำยิ่งกว่าลายมือของตัวเอง มันคือฝีมือของธันวา... อดีตสามีผู้เคยตีราคาความรู้สึกของเธอเป็นศูนย์ และเป็นคนที่เหยียบยละศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเธอจนแหลกละเอียดในวันที่เธอกำลังอุ้มท้องสายเลือดของเขาอย่างไร้ความปรานี "ส่งอะไรมาอีกละคะ... ธันวา" รำพันกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ไร้ซึ่งความระทึกใจ มีเพียงความรังเกียจเดียจฉันท์ที่เกาะกุมอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ ในฐานะอดีตภัณฑารักษ์ผู้มีสายตาพิเศษในการมองทะลุรอยร้าวของวัตถุโบราณ รินรดารู้ดีว่าสิ่งของทุกชิ้นมี 'ความทรงจำ' และ 'คำสาป' ของมันเอง กล่องใบนี้ก็เช่นกัน มันส่งกลิ่นอายความอับชื้นของห้องใต้ดิน ความผิดบาป และความเย่อหยิ่งที่ถูกหักหาญจนยับเยินของเจ้าของเดิม ติ๊ก... ติ๊ก... เสียงเข็มนาฬิกาแขวนผนังดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักหน่วง เธอใช้คีมเหล็กขนาดเล็กงัดตะปูตัวสุดท้ายออกอย่างไร้ความลังเล ฝากล่องไม้โอ๊คดีดีดตัวออกพร้อมกับกลุ่มฝุ่นควันที่กักเก็บไว้แรมปี กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษเก่าและน้ำหมึกราคาแพงลอยแตะจมูก ทว่าสิ่งที่นอนนิ่งอยู่ภายในกลับไม่ใช่เครื่องเพชรนิลจินดาหรือเช็คเงินสดมูลค่ามหาศาลอย่างที่สังคมไฮโซคาดเดา... มันคือ "จดหมาย" นับร้อยฉบับที่ผูกด้วยริบบิ้นสีดำสนิท และสมุดบันทึกปกหนังแท้ที่เธอจำได้ว่ามันคือสมุดไดอารี่เล่มที่เธอเคยเพียรเขียนอ้อนวอนขอความรักจากเขาในยามค่ำคืนอันหนาวเหน็บ—สมุดบันทึกเล่มที่เขาเคยปัดตกพื้นแล้วเหยียบย่ำมันด้วยรองเท้าหนังราคาแพง พร้อมกับคำพูดเชือดเฉือนใจว่า *“ไร้สาระ น่ารำคาญ และเธอไม่มีค่าพอให้ฉันเปิดอ่านมันหรอก รินรดา”* มุมปากอิ่มสวยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษและความสะใจขั้นสุดยอด หยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดในอดีตแห้งเหือดหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความว่างเปล่าอันทรงพลังของผู้หญิงที่ไม่หลงเหลือเยื่อใยให้คนใจร้ายอีกต่อไป มือเรียวดึงจดหมายฉบับบนสุดขึ้นมาเปิดอ่าน ลายมือหวัดๆ ที่คุ้นเคยปรากฏแก่สายตา ข้อความภายในไม่ได้เต็มไปด้วยคำหวานซึ้ง หากแต่เป็นถ้อยคำสารภาพผิดที่อ่านแล้วชวนให้สมเพชเวทนา *‘ริน... ผมขอโทษ ถ้าเวลานั้นย้อนกลับได้ ผมจะไม่ทำร้ายคุณด้วยความเย็นชาแบบนั้น...’* “สายไปแล้วค่ะ ธันวา” รินรดาลอยหน้าพูดกับความว่างเปล่า น้ำเสียงเรียบสนิทแต่เฉียบคมราายมีดโกน “ในวันที่ฉันต้องการอ้อมแขนของคุณ คุณผลักไสฉันลงเหว ในวันที่ลูกของเราต้องตายเพราะความไร้เยื่อใยของคุณ คุณกลับมานั่งร้องไห้ให้กับเศษกระดาษพวกนี้... ช่างน่าสมเพชเสียจริงนะคะ” เธอโยนจดหมายฉบับนั้นลงในถังขยะอย่างไร้ค่า ราวกับมันเป็นเพียงเศษกระดาษชำระใช้แล้ว ทว่า ขณะที่เธอกำลังจะปิดฝากล่องไม้โอ๊ค สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ก้นกล่อง มีตัวอักษรพิมพ์ดีดสั้นๆ ทิ้งไว้ด้วยหมึกสีแดงเข้มราวกับคราบเลือด *“หากอยากรู้ว่าความจริงในคืนนั้นคืออะไร... และใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังการสูญเสียลูกของคุณ จงไปที่ ‘พิพิธภัณฑ์ลืมเลือน’ ภายในเที่ยงคืนนี้... ผู้เฝ้าสุสานรอต้อนรับคุณอยู่”* หัวใจของรินรดากระตุกวูบ พิพิธภัณฑ์ลืมเลือน—สถานที่ต้องห้ามใจกลางเมืองเก่าที่ถูกปิดตายมานานร่วมสิบปี สถานที่ที่ถูกลบชื่อออกจากแผนที่ราชการ และเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมทั้งหมดในชีวิตเธอ! รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคู่สวยฉายแวววาวโรจน์ด้วยความแค้นที่ถูกจุดชนวนขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เธอหยิบเสื้อโค้ทสีดำสนิทขึ้นมาสวม ไร้ซึ่งความกลัว มีเพียงความกระหายใคร่รู้ที่จะกระชากหน้ากากของคนที่ทำลายครอบครัวเธอกลับคืนมาบ้าง แต่แล้ว... เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูห้องเช่าของเธอก็ทำลายความเงียบงันลง ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... สามครั้ง... เป็นจังหวะที่เธอจดจำได้ดีแม้ในยามหลับใหล รินรดาชะงักฝีเท้า มือที่กำลังหยิบกุญแจรถชะงักค้างกลางอากาศ บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงฉับพลันราวกับอุณหภูมิลดฮวบลงหลายองศา “เปิดประตูให้ผมหน่อยเถอะครับ ริน...” เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูลอดผ่านช่องประตูเข้ามา น้ำเสียงนั้นสั่นเครือ แหบพร่า และเต็มไปด้วยความสำนึกผิดที่กัดกินวิญญาณ—เสียงของธันวา อดีตสามีผู้ไม่เคยลดตัวมาหาเธอด้วยตัวเองตลอดสามปีเต็ม รินรดายืนนิ่งเป็นรูปปั้น รอยยิ้มเย้ยหยันผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้งอย่างเลือดเย็น ในเมื่อเขาเดินเข้ามาหาความตายด้วยตัวเอง เธอก็พร้อมจะต้อนรับเขาด้วยกุญแจมือแห่งความทรงจำที่จะจองจำเขาไปชั่วชีวิต ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของเธอจะแตะถึงกลอนประตู เสียงเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ที่ยืนอยู่ข้างกายธันวาผ่านช่องตาแมว ก็เอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบจนแข็งค้างไปทั้งร่าง *“คุณแม่ครับ... ผู้ชายใจร้ายคนนี้บอกว่า เขาคือคุณพ่อของผมจริงเหรอครับ?”* ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกสู่ความมืดมิดไปด้วยกันนะคะ—กระจกเงาต้องสาป
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับคนเฝ้าสุสานความจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%