กลิ่นฉุนของหมึกพิมพ์ผังโครงการราคาแพงคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝุ่นปูนเก่าในห้องทำงานชั่วคราวชั้นสิบสองของตึกร้างย่านอโศก รวิศไม่เคยชอบบรรยากาศของการรื้อถอน มันไม่ใช่การสร้างสรรค์ แต่มันคือการลบอดีตเพื่อแทนที่ด้วยอนาคตที่ตีราคาเป็นตารางเมตรได้ บนโต๊ะเขียนแบบชั่วคราว แสงไฟจากโคมไฟสีส้มสาดส่องลงบนกระดาษไขแผ่นใหญ่ที่กางทับซ้อนกันนับสิบแผ่น นิ้วเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มเคาะลงบนขอบโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ สะท้อนความไม่ชอบมาพากลที่กวนใจเขามาตลอดสามวันเต็ม
ผังโครงสร้างวิศวกรรมของโครงการ "เดอะ แบงค็อก เฮอริเทจ" กำลังบอกเล่าเรื่องโกหก
"คุณกำลังเสียเวลาเปล่า รวิศ" เสียงทุ้มต่ำราบเรียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง คีรินยืนกอดอกพิงผนังปูนเปลือย สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกวาดมองร่างของสถาปนิกหนุ่มด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก นักลงทุนมือทองผู้กุมชะตากรรมของเม็ดเงินหลายพันล้านเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน ช้าๆ ราวกับเสือที่กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อ "กระดาษพวกนั้นผ่านการอนุมัติจากสำนักงานเขตและสภาวิศวกรมาแล้วสามรอบ มันไม่มีช่องโหว่ให้สถาปนิกอุดมการณ์จัดอย่างคุณมานั่งจับผิดหรอกนะครับ"
รวิศเงยหน้าขึ้น สบตากับอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าความต่างชั้นทางสังคมและอำนาจจะกั้นกลางระหว่างพวกเขาราวฟ้ากับเหว แต่นัยน์ตาของคนทั้งคู่กลับสะท้อนความดื้อรั้นที่ไม่ยอมจำนนต่อสิ่งใด
"กฎหมายอาจจะอนุมัติ คีริน แต่ความจริงทางกายภาพมันโกหกไม่ได้" รวิศเลื่อนกระดาษไขแผ่นใสแผ่นหนึ่งทับลงบนแปลนโครงสร้างหลัก "ลองดูแนวคานรับน้ำหนักของโซนเหนือสC... ถ้าเราถอดรหัสตัวเลขการรับน้ำหนักตามแบบแปลนที่คุณถืออยู่ในมือ กับปริมาณเหล็กเส้นที่หน้างานจริงที่ผมเพิ่งไปตรวจมาเมื่อวาน คุณจะเห็นรอยต่อที่หายไปสามจุด"
คีรินหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาไม่ได้ขยับตัวเข้าไปดูทันที แต่ความนิ่งงันของนักลงทุนหนุ่มกลับทำให้บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก สมองของคีรินกำลังทำงานหนักเพื่อดึงเอาข้อมูลชุดสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในความทรงจำระยะสั้นที่มักจะพร่าเลือน ความเจ็บแปลบที่ขมับขวาแล่นริ้วขึ้นมาอีกครั้ง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่เท่ากับความจริงที่ว่า... รวิศกำลังมองเห็นรอยร้าวที่เขาจงใจซ่อนไว้ภายใต้ความสมบูรณ์แบบของตัวเลข
"คุณฉลาดเกินไป รวิศ ความฉลาดในวงการนี้มักจะมีอายุไขสั้นกว่าที่คุณคิดนะครับ" คีรินเอ่ยเสียงเรียบ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย คล้ายจะชื่นชมแต่ก็เย้ยหยันในเวลาเดียวกัน "ตึกเก่าหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในยุคฟองสบู่แตก เหล็กทุกเส้น คอนกรีตทุกก้อน มีประวัติศาสตร์ของมัน การจะรีโนเวทให้มันกลายเป็นคอนโดมิเนียมหรูระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี มันต้องมีการ... ปรับเปลี่ยนตัวเลขเพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้ ไม่อย่างนั้น คนนับร้อยจะตกงาน และเงินลงทุนก้อนโตจะกลายเป็นแค่อากาศธาตุ คุณแบกรับความรับผิดชอบนั้นไหวหรือครับ?"
"แล้วถ้าตึกนี้ถล่มลงมาล่ะครับ?" รวิศสวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เฉียบคมราวดาบอาบยาพิษ "คุณจะเอาชีวิตคนนับร้อยไปแลกกับกระดาษอนุมัติกี่ใบ หรือว่าความทรงจำที่หายไปบางส่วนของคุณ มันทำให้คุณลืมวิธีเป็นมนุษย์ไปแล้ว คีริน"
คำพูดนั้นราวกับมีคมมีดกรีดลงกลางความเงียบ คีรินชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบวูบไหวด้วยประกายไฟแห่งความโกรธกรัวที่ถูกจุดติดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ไม่กี่วินาทีต่อมา เขาก็กลับมาควบคุมสีหน้าได้อย่างแนบเนียน รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายอีกครั้ง
"คุณไม่รู้จักผมดีพอ รวิศ... และคุณก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณกำลังเล่นอยู่กับใคร" คีรินก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน โน้มตัวลงมาจนระยะห่างระหว่างเขากับรวิศเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยแตะจมูก "บางที... การที่คุณพยายามจะรื้อฟื้นอดีตขึ้นมา อาจจะทำให้คุณได้รู้ความลับที่คุณไม่ควรจะรู้ และในตอนนั้น คุณอาจจะไม่เหลือแม้กระทั่งโอกาสที่จะได้แก้ไขมันอีกเลยก็ได้นะครับ"
ก่อนที่รวิศจะได้ตอบโต้อะไร เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังสะท้อนก้องมาจากโถงทางเดินด้านนอกก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน เสียงนั้นไม่ได้มาจากลิฟต์โดยสารที่ถูกปิดตายไปแล้ว แต่มันมาจากบันไดหนีไฟฝั่งทิศตะวันตก—ทิศที่ตามแบบแปลนเดิมระบุไว้ว่า... มันถูกทุบทำลายทิ้งไปตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ก่อนแล้ว
ทั้งสองคนนิ่งงัน สบตากันด้วยความระแวง คีรินชักสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที รวิศค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบไฟฉายกระบอกเล็กบนโต๊ะ ขณะที่เสียงฝีเท้าปริศนานั้นหยุดลงตรงหน้าประตูห้องทำงานของพวกเขาพอดี พร้อมกับเสียงเคาะสามครั้งเบาๆ แต่เยือกเย็นเกินกว่าจะเป็นมิตร
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
และก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยปาก ประตูไม้เก่าแก่ก็ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นเงาร่างของบุคคลปริศนาที่ยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของทางเดิน พร้อมกับเอกสารฉบับหนึ่งที่ถูกโยนเข้ามาตกกระแทกพื้นตรงหน้าของรวิศพอดี... มันคือแบบแปลนฉบับจริงที่สาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน พร้อมกับรอยเลือดสดๆ ที่ยังคงเปรอะเปื้อนอยู่บนมุมกระดาษ
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางร่วมกันในโลกสีเทาใบนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
แบบแปลนที่ลบเลือนในเงาตึกร้าง•ตอนที่ 1
เส้นขนานในพิมพ์เขียว
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แบบแปลนที่ลบเลือนในเงาตึกร้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
