กระบี่หิมะโปรย พลิกฟ้าสังหารเซียน•ตอนที่ 1

จิตวิญญาณแห่งมหาเทพในร่างไร้ค่า

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
“หากเจ้ายังไร้น้ำยาถึงเพียงนี้ จงก้มลงกราบเท้าข้าแล้วไสหัวไปจากสำนักกระบี่เมฆาเสีย อย่าให้ข้าต้องออกแรงเปลืองปราณสังหารขยะที่ไร้ค่าเช่นเจ้า!” เสียงตวาดกร้าวระคนดูแคลนดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเยี่ยอู๋เฉิน กระแทกกระทั้นเข้าสู่โสตประสาทราวกับค้อนปอนด์ทุบลงบนแผ่นเหล็กที่กำลังร้อนระอุ ร่างกายของเขาในตอนนี้รู้สึกหนักอึ้งดั่งถูกฝังอยู่ใต้ก้นบึ้งของมหาสมุทร เส้นชีพจรทั่วร่างปวดร้าวราวกับถูกคมมีดนับพันกรีดเฉือน ความเย็นเยียบของพื้นหินศิลาที่เขานอนทับอยู่ซึมลึกเข้าสู่กระดูก เยี่ยอู๋เฉินค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาของเขาในวินาทีนี้มิใช่ความหวาดกลัวหรือความอ่อนแอที่ควรจะเป็น แต่เป็นประกายลึกซึ้งดั่งบ่อน้ำที่ไม่มีวันแห้งเหือด ห้วงคำนึงของมหาเทพผู้ครองสวรรค์เก้าชั้นฟ้าที่ควรจะดับสูญไปในการศึก ณ หุบเขาเทพมรณะ กลับหลั่งไหลคืนกลับมาดั่งสายน้ำหลาก เขามองเห็นฝ่าเท้าของชายหนุ่มในชุดศิษย์ชั้นในสีครามที่กำลังยกขึ้นสูง เตรียมจะประทับลงบนหน้าอกของเขาซ้ำอีกครา “เจ้า... ยังมีหน้าจะลุกขึ้นมาอีกหรือ?” ศิษย์ชั้นในผู้นั้นเหยียดยิ้มมุมปาก มือขวาถือกระบี่เหล็กกล้าที่ส่งไอเย็นวูบวาบ ล้อมรอบด้วยปราณสีเหลืองอ่อนขุ่นมัว “ข้าให้เวลาเจ้าหนึ่งลมหายใจ ไสหัวไป!” เยี่ยอู๋เฉินไม่ตอบโต้ เขาเพียงแค่นิ่งเงียบ สัมผัสถึงความไร้พลังในร่างนี้ ช่างเป็นร่างที่เปราะบางดั่งเครื่องแก้ว เส้นปราณอุดตันเกือบสิ้นเชิง พลังปราณในตันเถียนนั้นเบาบางจนแทบจะเรียกได้ว่าไม่มี หากเป็นเยี่ยอู๋เฉินคนเดิมในอดีต เพียงสะบัดนิ้วเดียว กายหยาบของศิษย์ชั้นในผู้นี้คงแหลกสลายเป็นธุลีไปนานแล้ว ทว่า... จิตวิญญาณของเขาหาได้เสื่อมถอยไปตามกายหยาบไม่ “คนตายแล้ว ยังกำเริบเสิบสานได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ” เยี่ยอู๋เฉินเอ่ยออกมาเบาๆ น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย เย็นชา ทว่ากลับกังวานด้วยอำนาจที่มองไม่เห็นบางอย่าง ศิษย์ชั้นในผู้นั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะร่าด้วยความขบขัน “มหาเทพกระนั้นหรือ? ลมเพลมพัดอะไรเข้าสิงเจ้าถึงได้เพ้อเจ้อเช่นนี้!” กล่าวจบ ปลายกระบี่ก็พุ่งตรงลงมาหมายจะแทงทะลุหัวไหล่ของเยี่ยอู๋เฉินเป็นการสั่งสอนให้เข็ดหลาบ แสงสีเหลืองจากคมกระบี่กรีดอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว แต่ในสายตาของเยี่ยอู๋เฉิน ทุกสรรพสิ่งกลับเคลื่อนที่ช้าลงอย่างน่าประหลาด เขาเห็นวิถีกระบี่ที่สะเปะสะปะ เห็นรอยโหว่ในกระบวนท่าที่หละหลวมราวกับประตูเมืองที่เปิดอ้า เยี่ยอู๋เฉินขยับตัวเพียงเล็กน้อย เป็นการขยับที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็น ราวกับเขารู้ล่วงหน้าว่ากระบี่จะพุ่งมาทิศทางใด ร่างที่เปราะบางนั้นพลิ้วไหวอย่างสง่างามผิดกับสภาพอันน่าเวทนา เขาเบี่ยงตัวหลบคมกระบี่ในระยะเพียงเส้นผมกั้น ก่อนจะใช้นิ้วชี้ดีดไปที่สันกระบี่อย่างแม่นยำ *เคร้ง!* เสียงโลหะกระทบกันดังกังวานผิดธรรมชาติ แรงสั่นสะเทือนมหาศาลพุ่งย้อนกลับเข้าสู่มือของศิษย์ชั้นในผู้นั้นจนกระบี่แทบหลุดมือ เขาถอยกรูไปด้านหลังด้วยความตกตะลึง ใบหน้าซีดเผือดด้วยความไม่เข้าใจ “เจ้า... เป็นไปไม่ได้! เจ้าไม่มีแม้แต่ปราณขั้นพื้นฐาน จะปัดกระบี่ของข้าได้อย่างไร!” เยี่ยอู๋เฉินค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นยืน แผ่นหลังของเขายืดตรงสง่างามราวกับกระบี่เล่มหนึ่งที่เพิ่งถูกดึงออกจากฝัก สายตาที่เขามองไปยังศิษย์ชั้นในผู้นั้นราวกับกำลังมองดูมดปลวกตัวหนึ่ง ท่วงท่าที่ดูธรรมดาสามัญ กลับแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของจอมราชันย์ที่ผ่านการเข่นฆ่ามานับหมื่นปี “กระบี่ของเจ้ามีแต่ใจที่ริษยาไร้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งมรรคา” เยี่ยอู๋เฉินกล่าวพลางปัดฝุ่นบนอาภรณ์ที่ขาดวิ่นอย่างเชื่องช้า “วันนี้ข้าไม่มีเวลาต่อกรกับขยะเช่นเจ้า แต่หากเจ้ายังกล้าก้าวเข้ามาอีกก้าว... เจ้าจะได้เห็นว่าสิ่งที่เรียกว่าขยะนั้น สามารถสังหารเทพเซียนได้อย่างไร” บรรยากาศโดยรอบเงียบกริบลงฉับพลัน แม้แต่กระแสลมที่เคยพัดผ่านดูเหมือนจะหยุดนิ่ง ศิษย์ชั้นในผู้นั้นรู้สึกเย็นสันหลังวาบขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ แรงกดดันที่ถาโถมเข้าใส่เขานั้นหนักอึ้งดั่งขุนเขาไท่ซาน จนเขาไม่อาจขยับร่างกายได้แม้เพียงนิ้ว เยี่ยอู๋เฉินหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้ศิษย์ผู้นั้นยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ ทว่าในชั่วพริบตานั้นเอง ประตูด้านหน้าของโถงสำนักหลักก็เปิดออกด้วยพลังมหาศาล แรงปะทะของคลื่นพลังทำให้ฝุ่นควันฟุ้งกระจาย ก่อนที่ร่างสตรีผู้หนึ่งจะก้าวออกมา นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะแรกแย้ม กลิ่นอายเย็นเยียบแผ่ออกมาจากตัวนางราวกับจะแช่แข็งทุกสรรพสิ่งไว้ในชั่วขณะ ดวงตาดั่งอัญมณีสีน้ำเงินเข้มมองกวาดมายังเยี่ยอู๋เฉินที่กำลังเดินสวนไป นางคือมู่หรงเซวี่ย ผู้นำสำนักกระบี่หิมะโปรย ผู้เป็นดั่งเทพธิดาที่ไม่มีใครอาจเอื้อม นางชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบางอย่างที่แปลกแยกออกจากศิษย์สำนักกระบี่ทั่วไปในร่างของชายหนุ่มตรงหน้า... กลิ่นอายที่เหมือนกับ 'ใครบางคน' ในตำนานที่นางตามหามาตลอดกาลเวลา เยี่ยอู๋เฉินหยุดเดิน เขาไม่ได้หันกลับไปมอง แต่เพียงแค่ออกแรงปราณที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดในร่าง สั่นสะเทือนชั้นบรรยากาศรอบตัวจนเกิดเป็นหยาดหิมะโปรยปรายลงมากลางฤดูร้อน “ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง... ท่านหญิง” เยี่ยอู๋เฉินกล่าวทิ้งท้ายด้วยเสียงที่แผ่วเบา แต่กลับคมชัดในใจของนาง ก่อนที่เขาจะเดินหายไปในม่านหมอก ทิ้งให้มู่หรงเซวี่ยยืนนิ่งค้างท่ามกลางสายหิมะที่ไม่มีวันตกในฤดูกาลนี้... และในวินาทีนั้นเอง กองทัพอักขระเวทของสำนักกระบี่ก็เริ่มสั่นไหวราวกับรับรู้ถึงการกลับมาของสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด ชิงเสวี่ยเหมันต์หวังว่าบทเปิดตำนานนี้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นและติดตามการเดินทางของเยี่ยอู๋เฉินไปพร้อมกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะโปรย พลิกฟ้าสังหารเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%