กระบี่หิมะโปรย พลิกฟ้าสังหารเซียน•ตอนที่ 2

เคล็ดวิชาเหมันต์ไร้ลักษณ์

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
"เจ้าคิดจะใช้เศษไม้ไผ่ผุๆ นี่บรรลุวิถีกระบี่งั้นหรือ เยี่ยอู๋เฉิน? หากเจ้าสิ้นใจตายเพราะคมกระบี่ของตนเองขึ้นมา เกรงว่าแม้แต่หมาข้างสำนักยังไม่ชายตามองร่างไร้วิญญาณของเจ้าเลย!" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดั่งฝูงกาที่รุมทึ้งซากศพดังกึกก้องไปทั่วลานฝึกหัดชั้นนอก สายตานับสิบที่จับจ้องมาล้วนเปี่ยมด้วยความสมเพชและเหยียดหยาม เยี่ยอู๋เฉินไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองแม้แต่น้อย มือหยาบกร้านที่กำก้านไม้ไผ่สดสีเขียวเข้มแน่นขึ้นเพียงเล็กน้อย สัมผัสที่เย็นเยียบจากผิวมันวาวของลำไผ่แล่นเข้าสู่ปลายนิ้ว ราวกับมันกำลังสั่นสะท้านตอบรับกระแสพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในร่างของเขา "ความเงียบคืออาวุธที่คมที่สุดของคนโง่เขลา..." เขาพึมพำแผ่วเบา ร่างกายยืนนิ่งดุจรูปสลักหิน ท่ามกลางสายลมที่พัดหอบเอาไอเย็นจัดจากยอดเขาที่ไม่มีวันละลายลงมาปะทะผิวหน้า มู่หรงเซวี่ย ซึ่งยืนสังเกตการณ์อยู่บนหอคอยศิลาที่ทอดยาวเหนือลานฝึก นิ้วเรียวสวยของนางบีบขอบหน้าต่างจนหินแกรนิตชั้นดีแตกร้าวเป็นรอยร้าวละเอียด ดวงตางดงามดั่งดาราบนฟากฟ้าหรี่ลง สายตาของนางไม่ได้มองเพียงแค่ศิษย์ชั้นนอกที่ถูกตราหน้าว่าไร้ค่าผู้นี้ แต่นางกำลังมองเห็น 'เงา' ที่ทับซ้อนอยู่ในลมหายใจของเขา เงาของยอดฝีมือผู้เคยสยบฟ้าดินใต้ฝ่าเท้าเมื่อกาลครั้งหนึ่ง *เยี่ยอู๋เฉิน... เจ้ากำลังเล่นตลกกับชะตาที่ถูกขีดไว้ด้วยสิ่งใดกันแน่?* นางรำพึงในใจ ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะกำบังหัวใจกลับสั่นคลอนทุกครั้งที่ได้ยินเสียงลมปราณของเขาหมุนวน "เริ่มละ..." เยี่ยอู๋เฉินขยับร่างเพียงนิด ทว่าก้านไม้ไผ่ในมือกลับสั่นไหวอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงแหวกอากาศแหลมลึก ดุจเสียงกรีดร้องของวิญญาณที่ถูกจองจำ เขาไม่ได้ใช้กระบวนท่าที่สวยงามทว่าไร้แก่นสารดั่งศิษย์สำนักกระบี่ทั่วไป หากแต่เป็นวิถีที่เน้นเพียงความเรียบง่าย—การตวัดเพียงครั้งเดียวที่ผนวกเอาความหนาวเหน็บแห่งเหมันต์นิรันดร์เข้าไว้ด้วยกัน ทันใดนั้น อักขระเวทบนลานฝึกที่เคยแน่นิ่งกลับสั่นสะท้านราวกับกลัวเกรงต่อบางสิ่งที่กำลังตื่นขึ้นจากห้วงนิทรา แสงสีครามจางๆ แผ่ออกมาจากปลายไม้ไผ่ ก่อตัวเป็นคมกระบี่ล่องหนที่ตัดขาดมวลอากาศจนเกิดรอยแยกเล็กๆ มิติบิดเบี้ยวอยู่เบื้องหน้าเขาเพียงนิ้วเดียว "เจ้า... เจ้าทำได้อย่างไร!" ศิษย์ร่วมสำนักคนหนึ่งที่เคยถ่มถุยเขารีบถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว ร่างกายของมันสั่นเทาเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายที่ฉายชัดจากไม้ไผ่ในมือของเยี่ยอู๋เฉิน "นั่นมันไม่ใช่วิชาของศิษย์ชั้นนอก! นั่นมันวิชาปีศาจ!" เยี่ยอู๋เฉินไม่แยแสคำครหา ดวงตาที่เคยเรียบเฉยบัดนี้เปลี่ยนเป็นดุดันดุจราชันย์ผู้ไร้บัลลังก์ เขาค่อยๆ หลับตาลง รับรู้ถึงเส้นชีพจรลมปราณที่เริ่มทะลวงผ่านจุดอุดตันทีละสาย ในความทรงจำของเขามีเพียงความลับของ 'เคล็ดวิชาเหมันต์ไร้ลักษณ์' ที่แม้แต่เทพเซียนยังต้องก้มกราบเมื่อครั้งอดีต หากวันนี้เขาจะเริ่มต้นใหม่ ก็ต้องเริ่มต้นจากความว่างเปล่าที่ทรงพลังที่สุด เขาสะบัดไม้ไผ่อีกครั้ง คราวนี้คลื่นพลังปราณสีเงินยวงพุ่งทะยานออกไปเหมือนมังกรพุ่งทะลวงเมฆา มันพุ่งเข้าปะทะกับศิลาวัดระดับพลังที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางลานฝึก เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ศิลาหินแกรนิตหนาสิบเมตรแตกร้าวเป็นรอยลึกราวกับถูกกระบี่จริงฟาดฟันนับพันครั้งในเสี้ยววินาที ความเงียบเข้าปกคลุมลานฝึกโดยฉับพลัน ไม่มีใครกล้าเอ่ยแม้แต่คำเดียว มู่หรงเซวี่ยที่เฝ้ามองอยู่ไม่อาจเก็บซ่อนความตื่นตะลึงไว้ได้อีกต่อไป นางก้าวเท้าเหยียบอากาศเพียงครั้งเดียว ร่างโปร่งบางดุจหิมะก็ปรากฏกายลงเบื้องหน้าเยี่ยอู๋เฉิน ท่ามกลางสายตาอึ้งตะลึงของเหล่าศิษย์ทั้งหลาย กลิ่นอายหอมเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของนางทำเอาคนรอบข้างต้องก้มหน้าหลบสายตาด้วยความยำเกรง นางจ้องมองเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มที่ยังคงนิ่งสงบดั่งผิวน้ำที่ถูกแช่แข็ง "เจ้าบรรลุเคล็ดวิชาเหมันต์ไร้ลักษณ์... ทั้งที่พื้นฐานลมปราณของเจ้าแทบไม่เหลือเลยงั้นหรือ?" น้ำเสียงของนางเย็นเยียบหากแต่มีประกายบางอย่างที่สั่นไหวอย่างรุนแรง เยี่ยอู๋เฉินค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาของเขาคมกริบดั่งปลายกระบี่ที่เพิ่งเจียระไนเสร็จสิ้น เขามองตอบนางด้วยสายตาที่ไม่ได้มีเพียงความเคารพในฐานะนางเซียน หากแต่เป็นความท้าทายที่อ่านไม่ออก "กระบี่ไม่เคยเลือกคน... แต่คนต่างหากที่ต้องเลือกกระบี่" เขาเอ่ยคำคมคายขณะขยับกายเข้าใกล้นางจนได้กลิ่นหอมจากร่างนางชัดเจน "หากข้าบอกว่าสิ่งที่ข้าทำ เป็นเพียงการทักทายกับสิ่งที่จะตามมาในคืนนี้... ท่านยังจะยืนอยู่ข้างข้าหรือมู่หรงเซวี่ย?" ทว่าในวินาทีที่เขากล่าวจบ สัญญาณเตือนภัยของสำนักก็ดังสนั่นไปทั่วทุกทิศา อักขระเวททั่วทั้งยอดเขาพลันเปลี่ยนเป็นสีโลหิตฉาน และเงาดำมืดมหาศาลก็เริ่มเคลื่อนตัวผ่านม่านหมอกเข้ามาโอบล้อมร่างของพวกเขาทั้งสองไว้ "มันมาแล้ว..." มู่หรงเซวี่ยพึมพำ ใบหน้าของนางซีดเผือดลงทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังที่เหนือกว่าระดับเทพเซียนทั่วไปที่กำลังพุ่งตรงมาทางนี้ "ไม่ใช่ศิษย์ร่วมสำนัก... แต่เป็นผู้คุมกฎแห่งลิขิตสวรรค์!" เยี่ยอู๋เฉินกระชับไม้ไผ่ในมือแน่นขึ้นจนเส้นเลือดปูดโปน รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา "ข้ากลับมาเพื่อพลิกฟ้า... วันนี้แหละที่ผืนแผ่นดินนี้จะต้องจดจำชื่อของข้าอีกครั้ง!" ชิงเสวี่ยเหมันต์ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับมหากาพย์การทวงคืนบัลลังก์เทพในครั้งนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะโปรย พลิกฟ้าสังหารเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%