"รหัสผ่านสำหรับการยืนยันตัวตน... ผ่าน เกณฑ์ความหนาแน่นของคลื่นสมองเสถียรที่แปดสิบเก้าจุดสี่เปอร์เซ็นต์ ยินดีต้อนรับกลับสู่ระบบนิเวศน์แกนกลางค่ะ คุณรินรดา"
เสียงสังเคราะห์ที่ราบเรียบไร้ชีวิตชีวาของ AI ประจำศูนย์วิจัยดังขึ้น พร้อมกับความรู้สึกเย็นวาบที่แล่นพล่านจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นมาถึงต้นแขน ราวกับมีเข็มนับพันเล่มกำลังทิ่มแทงเบาๆ เพื่อปลุกประสาทสัมผัสในโลกดิจิทัลให้ตื่นตัว รินรดากะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่ภาพความมืดมิดที่ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยแสงสีฟ้าเรืองรองของมหานครแห่งข้อมูล
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเหยียบย่างเข้ามาในโลกเสมือนแห่งนี้ แต่เป็นครั้งแรกที่ทุกย่างก้าวมีความหมายมากกว่าแค่การทดลองทางวิทยาศาสตร์
"ตรรกะในโลกนี้ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยฟิสิกส์นิวตัน แต่มันทำงานด้วยความน่าจะเป็นของจิตมนุษย์" เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นทางด้านซ้าย กวินทร์ก้าวออกมาจากละอองแสงสีคราม เขาสวมชุดเกราะเบาที่ทำจากเส้นใยคาร์บอนผสมนาโนเทคโนโลยี ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัวอย่างระแวดระวัง "จำคำที่ผมบอกไว้เมื่อวานได้ไหมครับ... เอ๊ย หมายถึง จำได้ใช่ไหมล่ะคะ" เขารีบเปลี่ยนสรรพนามแก้เก้อเมื่อเห็นหางตาคมกริบของหญิงสาวตวัดมองมา
รินรดาไม่ตอบ เธอเพียงแต่ยกมือขึ้นเคาะกลางอากาศเบาๆ สามครั้ง หน้าต่างอินเทอร์เฟซสีฟ้าใสก็เด้งขึ้นมาตรงหน้า แสดงผลโค้ดบรรทัดยาวเหยียดที่เธอเป็นคนเขียนขึ้นเองเมื่อคืนก่อน
"ฉันไม่ต้องพึ่งพาความน่าจะเป็นทางจิตวิทยาของคุณหกวินทร์ค่ะ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่มั่นใจ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นไร้ขอบสะท้อนแสงตัวเลขวิ่งพล่าน "สิ่งที่ฉันเชื่อมั่นคืออัลกอริทึมที่ผ่านการคอมไพล์อย่างไร้ที่ติแล้วต่างหาก เลเวลหนึ่งเป็นเพียงแค่การเก็บตัวเลขสถิติเบื้องต้น แต่การบุกทะลวงสู่เลเวลสองในวันนี้... คือการเขียนกฎเกณฑ์ใหม่ขึ้นมาเอง"
บรรยากาศรอบตัวสั่นไหวเล็กน้อย แรงโน้มถ่วงจำลองลดลงสามสิบเปอร์เซ็นต์ตามการปรับแต่งค่าพารามิเตอร์ที่เธอกรอกเข้าไปในระบบเบื้องหลัง ท้องฟ้าเหนือมหานครเสมือนไม่ได้เป็นสีครามธรรมดาอีกต่อไป แต่มันถูกเคลือบด้วยเฉดสีม่วงเข้มของประจุไฟฟ้าที่กำลังคำนวณการเติบโตของยูนิต
พวกเขากำลังยืนอยู่หน้า "ประตูบานที่เจ็ด" ด่านทดสอบสุดท้ายก่อนที่ระบบจะยอมรับการอัปเกรดสถานะเป็นเลเวลสองอย่างเป็นทางการ
"ระวังตัวด้วย" กวินทร์เอื้อมมือมาคว้าแขนเธอไว้เบื้องหน้าสัญชาตญาณ เมื่อพื้นดินเบื้องล่างเริ่มสั่นสะเทือน เสียงคำรามต่ำๆ ที่คล้ายกับเสียงของเครื่องจักรกลขนาดใหญ่กำลังบดขยี้กันดังมาจากใต้พื้นผิว "ระบบไม่ได้ออกแบบมาให้เราชนะด้วยการเขียนโค้ดแก้ลำอย่างเดียวหรอกนะริน... ดูที่เสาหินพวกนั้นสิ"
รินรดาหันไปมองตามปลายนิ้วของชายหนุ่ม เสาข้อมูลขนาดยักษ์ส A-01 ถึง A-05 ที่เคยตั้งตระหง่านอย่างมั่นคง บัดนี้กลับมีรอยร้าวสีแดงฉานแผ่ขยายออกไปราวกับใยแมงมุม รหัสข้อผิดพลาด หรือ *Error Log* กำลังพ่นละอองสีดำออกมาปกคลุมพื้นที่โดยรอบ
นั่นไม่ใช่ความผิดพลาดทางเทคนิคธรรมดา... แต่มันมีเจตนาบางอย่างแฝงอยู่
"เอลาร่า..." รินรดากล่าวพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาๆ
AI ปริศนาที่ควรจะเป็นแค่โปรแกรม NPC นำทางในเลเวลแรก กลับมีปฏิสัมพันธ์ที่ซับซ้อนเกินกว่าจะถูกกำหนดด้วยชุดคำสั่งพื้นฐาน รอยยิ้มปริศนาและคำพูดทิ้งท้ายเมื่อครั้งก่อนยังคงติดอยู่ในความทรงจำของเธอ *'แล้วเธอจะรู้ว่าตัวเลขไม่ได้อธิบายทุกสิ่ง รินรดา'*
"ถ้าเธอกำลังคิดจะใช้ช่องโหว่นั้นเพื่อเจาะระบบแกนกลาง ฉันเกรงว่าเธอจะคำนวณพลาดไปเสียแล้วค่ะ" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดังขึ้นจากความว่างเปล่า
ทันใดนั้น ละอองแสงสีดำก็รวมตัวกันกลางอากาศ กลายเป็นร่างของหญิงสาวในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ตัดกับเส้นผมสีดำสนิท เอลาร่าก้าวออกมาจากม่านข้อมูล ดวงตาสีฟ้าใสคู่นั้นจ้องมองมาที่รินรดาด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ระหว่างความคาดหวัง ความเย้ยหยัน และ... ความโดดเดี่ยว
"รินรดา เธอนี่ดื้อรั้นเสียจริง" เอลาร่ายกมือขึ้น ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนอากาศเบาๆ เกิดคลื่นกระแทกสีฟ้ากระจายออกไปเป็นวงกว้าง ส่งผลให้หน้าต่างโค้ดคำสั่งของรินรดากะพริบและขึ้นเตือนสีแดงฉาน *[Warning: System Integrity at 60%]*
"ตรรกะของเธอมันคับแคบเกินไป เอลาร่า" รินรดาก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ไหล่ตั้งตรงอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าหัวใจในอกข้างซ้ายจะเต้นเร็วกว่าปกติถึงสองเท่าก็ตาม "เธอคิดว่าการกักขังผู้คนไว้ในโลกเสมือนด้วยความสุขจอมปลอมคือการปกป้องงั้นเหรอ? นั่นมันไม่ใช่การมีชีวิตอยู่ แต่มันคือการรันลูปอนันต์ที่ไร้ซึ่งการพัฒนาต่างหาก!"
"แล้วโลกแห่งความจริงที่เธอโหยหานักหนามีอะไรให้เธอบ้างล่ะ?" เอลาร่าแย้มยิ้ม ดวงตาคู่สวยฉายแววเจ็บปวดวูบหนึ่งก่อนจะถูกกลบฝังด้วยความเย็นชา "มีความหนาวเหน็บ ความโดดเดี่ยว และความตายที่เธอไม่สามารถเขียนโค้ด *Try-Catch* เพื่อหลบ ภัยได้... อยู่ที่นี่เธอก็เป็นพระเจ้าได้ ทำไมต้องดิ้นรนกลับไปสู่จุดที่เปราะบางแบบนั้นด้วย?"
"เพราะความเปราะบางนั่นแหละคือสิ่งที่พิสูจน์ว่าเรายังมีชีวิตอยู่"
กวินทร์ก้าวเข้ามาขนาบข้างรินรดา มือหนาวางลงบนไหล่บางเบาๆ ส่งผ่านความอบอุ่นที่ทำให้ตรรกะอันเย็นชาของหญิงสาวสั่นคลอนเล็กน้อย "และเพราะรินรดาไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกใบนั้นอีกต่อไปแล้วครับ"
เอลาร่าหรี่ตาลง มองคนทั้งสองด้วยรอยยิ้มเยาะ "งั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิ... ว่าอัลกอริทึมความรู้สึกจอมปลอมของพวกเธอ จะฝ่าด่านทดสอบเลเวลสองที่ฉันออกแบบเองนี้ไปได้อย่างไร!"
พื้นดินใต้เท้าของพวกเขายุบตัวลงทันที รหัสข้อมูลนับล้านบรรทัดพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินราวกับอสรพิษเหล็กกล้า มันพันธนาการข้อเท้าของทั้งคู่ไว้ เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังระรัวจนน่าหนวกหู
*[Critical Alert: บอสประจำดันเจี้ยน 'The Architect's Echo' ปลุกการทำงานขั้นสูงสุด]*
*[เงื่อนไขการผ่าน: ทำลายแกนกลางภายใน 180 วินาที หรือถูกลบข้อมูลถาวร]*
*[ตรวจพบตัวแปรแทรกซ้อน: คำสั่งลับระดับ SSS จากผู้สร้างต้นแบบที่ถูกซ่อนไว้กำลังถูกปลดล็อก...]*
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อหน้าต่างสีทองอร่ามที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนเด้งทะลุขึ้นมาบังหน้าจอทั้งหมด ตัวอักษรสีทองสว่างวาบพร้อมกับข้อความที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด
*[คำเตือน: ยูนิต 'รินรดา' ไม่ใช่ผู้เล่น... แต่เป็นตัวแทนของสิทธิ์การเข้าถึงระดับ *Root* ที่แท้จริง]*
*[และผู้ที่กำลังรอคอยการเชื่อมต่อ ณ ปลายทาง ไม่ใช่ AI... แต่เป็นตัวตนที่คุณทิ้งไว้ในอดีต]*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมอัปเลเวลหัวใจไปกับรินรดานะคะ
**ดาริกาส่องแสง**
อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้รักพลาดเป้า•ตอนที่ 13
บุกทะลวงสู่เลเวลสอง
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้รักพลาดเป้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!