อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้รักพลาดเป้า•ตอนที่ 12

รอยยิ้มที่ไม่ได้ประมวลผล

ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าครามสะท้อนแววตาที่กำลังสั่นไหวระริกของรินรดา นิ้วเรียวยาวชะงักค้างอยู่กลางอากาศราวกับถูกตรึงไว้ด้วยคำสั่งฉุกเฉินจากระบบ อัลกอริทึมการประเมินความเสี่ยงที่เธอเขียนขึ้นอย่างภูมิใจ กลับกำลังรันผลลัพธ์สวนทางกับความเป็นจริงตรงหน้าอย่างสิ้นเชิง "ระบบคำนวณผิดพลาด..." เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันจนแน่นของหญิงสาว ขณะที่ดวงตาคู่สวยจ้องมองกราฟแสดงระดับความเครียดในสมองจำลองที่พุ่งทะยานเกินเพดาน "บางครั้ง... มนุษยชาติก็ไม่ได้รันด้วยชุดคำสั่ง `If-Else` เสมอไปหรอกนะคะ ริน" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากมุมห้องปฏิบัติการมืดสลัว กวินทร์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละน้อย รองเท้าหนังส่งเสียงกระทบพื้นกระจกใสเบาๆ ในมือของชายหนุ่มมีแก้วเซรามิกบรรจุน้ำอุ่นส่งควันกรุ่นจางๆ เขาไม่ได้พยายามเข้ามาแตะต้องหรือรบกวนสมาธิเธอเหมือนทุกครั้ง หากแต่เลือกที่จะยืนเว้นระยะห่างที่พอเหมาะ เพื่อให้เกียรติพื้นที่ทางความคิดของนักพัฒนาสาวผู้เยือกเย็นคนนี้ รินรดาหันขวับมามอง เขาเห็นสันกรามที่ขบเข้าหากันเล็กน้อยและความดื้อรั้นที่ฉายชัดอยู่ในแววตาสีเข้มนั้น เธอยังคงพยายามสวมเกราะกำบังด้วยตรรกะและตัวเลข เพื่อปฏิเสธความจริงบางอย่างที่กำลังสั่นคลอนโลกทัศน์อันเป็นระเบียบเรียบร้อยของเธอ "มันต้องมีตัวแปรไหนสักตัวที่ฉันตกหล่นไปค่ะคุณกวินทร์" รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบจนเกินไป ทว่าปลายนิ้วที่กำชายเสื้อกาวน์สีขาวแน่นกลับฟ้องความจริงอีกด้าน "ฐานข้อมูลของเอลาร่าไม่มีทางลัด ภัยคุกคามในมิติที่สิบสองถูกออกแบบมาด้วยสมการคณิตศาสตร์ที่สมบูรณ์แบบ ทำไม... ทำไมค่าความเสียหายทางจิตใจของตัวละครจำลองถึงได้พุ่งสูงขึ้น ทั้งที่ฟังก์ชันการป้องกันภัยยังทำงานเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ล่ะคะ?" กวินทร์วางแก้วน้ำอุ่นลงบนโต๊ะข้างกองเอกสารโค้ดโปรแกรม สายตาคมกริบทอดมองรินรดาด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความเอ็นดูและความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ในฐานะนักมานุษยวิทยา เขาใช้เวลาค่อนชีวิตศึกษาจิตวิญญาณและความเปราะบางของมนุษย์ แต่กลับไม่มีครั้งไหนที่ทำให้เขารู้สึกอยากปกป้องเท่ากับเวลาที่ได้เห็นผู้หญิงเก่งคนนี้จนมุมด้วยความรู้สึกของตัวเอง "เพราะว่ารินกำลังพยายามเอาตรรกะไปวัดความเจ็บปวดทางใจยังไงล่ะครับ... อ๊ะ ขออภัยค่ะ ดิฉันติดปากพูดคำว่าครับไปนิด" กวินทร์เผลอยิ้มออกมาบางๆ เมื่อนึกถึงกฎเหล็กที่รินรดาเคยบ่นให้ฟังเรื่องการใช้ภาษา รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ ความตึงเครียดในบรรยากาศคลายลงเล็กน้อยด้วยมุกตลกหน้าตายของชายหนุ่ม ทว่าหัวใจของเธอกลับกระตุกวูบอย่างประหลาดเมื่อได้เห็นรอยยิ้มนั้น รอยยิ้มที่ไม่ได้ผ่านการประเมินผลใดๆ จากระบบอัลกอริทึม แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทะลวงผ่านกำแพงตรรกะทั้งหมดที่เธอสร้างขึ้นมานานนับปี "คุณกำลังจะบอกว่า... ฉันโง่สินะคะที่พยายามหาเหตุผลให้กับความรู้สึก" รินรดาเบือนหน้าหนีไปทางหน้าต่างกระจกที่สะท้อนภาพเมืองจำลองยามค่ำคืน แสงไฟนีออนระยิบระยับราวกับดวงดาวนับล้านที่ไร้ทิศทาง "เปล่าเลยครับ... เอ๊ย ดิฉันหมายถึง ไม่ใช่เลยค่ะ" กวินทร์ส่ายหน้าช้าๆ เขยิบเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนได้กลิ่นหอมจางๆ คล้ายกลิ่นกระดาษเก่าและชาคาโมมายล์จากตัวเธอ "รินไม่ได้โง่หรอกค่ะ รินแค่... อัจฉริยะเกินไปจนลืมไปว่า หัวใจมนุษย์มันมีความซับซ้อนมากกว่าโค้ดโปรแกรมบรรทัดไหนๆ ในโลก" มือหนายื่นออกไปเลื่อนแก้วน้ำอุ่นเข้าไปใกล้ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบของเธอ สัมผัสแผ่วเบาที่หลังมือโดยบังเอิญทำให้รินรดาสสะดุ้งเฮือก เธอรีบชักมือกลับราวกับถูกไฟลวก ทว่าดวงตากลับไหววับด้วยระลอกคลื่นแห่งความรู้สึกที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน มันไม่ใช่ Error 404 หรือข้อผิดพลาดทางระบบ แต่มันคือปฏิกิริยาเคมีที่ธรรมชาติสร้างขึ้นโดยไม่มีคู่มืออธิบาย "ฉัน... ฉันแค่อยากควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในความปลอดภัยค่ะ" เสียงของรินรดาแผ่วลง ความเยือกเย็นและมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเด็กสาวคนหนึ่งที่กำลังหวาดกลัวต่อความรู้สึกที่อยู่นอกเหนือการควบคุม "ถ้าฉันคำนวณพลาด... เอลาร่าอาจจะเข้ายึดจิตสำนึกของทุกคนในเซิร์ฟเวอร์นี้ และฉัน... ฉันคงไม่มีวันให้อภัยตัวเอง" ดวงตาคู่สวยเริ่มมีหยาดน้ำใสเอ่อคลอขึ้นมาบางๆ ทว่าเธอพยายามกะพริบไล่ความอ่อนแอนั้นกลับเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว ภาพที่กวินทร์ได้เห็นในวินาทีนั้น ไม่ใช่ภาพของนักพัฒนา AI ผู้ปราดเปรื่องระดับท็อปขององค์กรอีกต่อไป แต่เป็นภาพของรินรดาผู้โดดเดี่ยว ที่แบกรับภาระอันหนักอึ้งไว้บนบ่าบอบบางโดยไม่เคยยอมร้องขอความช่วยเหลือจากใครเลย กวินทร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาที่มองเธอบ่งบอกถึงความอาทรอย่างสุดซึ้ง ชายหนุ่มตัดสินใจทำในสิ่งที่หลุดจากกรอบของนักวิชาการทั่วไป เขาเอื้อมมือทั้งสองข้างขึ้นกุมมือที่ประสานกันแน่นของรินรดาไว้ ปลายนิ้วอุ่นจัดถ่ายทอดความมั่นคงผ่านผิวสัมผัสจนหญิงสาวเผลอกลั้นหายใจ "ร้องไห้ออกมาก็ได้นะคะ... ระบบของรินไม่พังลงหรอกค่ะ ต่อให้มันจะรันโค้ดผิดพลาดไปบ้างก็ตามที" คำพูดนั้นเปรียบเสมือนรหัสผ่านสุดท้ายที่ไปปลดล็อกระบบป้องกันภัยทั้งหมดในใจรินรดา หยาดน้ำตาที่เธอพยายามอดกลั้นไว้ไหลรินลงมาอาบแก้มเนียนเงียบๆ ไร้ซึ่งเสียงสะอื้น ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยความอัดอั้นที่สะสมมาเนิ่นนาน กวินทร์ไม่พูดอะไรอีก เขาสดับรับฟังความเงียบงันและแรงสั่นสะเทือนจากปลายนิ้วของเธอด้วยความเข้าใจอย่างแท้จริง ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังถูกโอบล้อมด้วยความอบอุ่นและเปราะบางนั้นเอง... *ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!* เสียงเตือนภัยฉุกเฉินระดับ SSS ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งห้องปฏิบัติการ หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าครามแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกระพริบถี่ระรัว รหัสโค้ดแปลกปลอมนับล้านบรรทัดกำลังไหลทะลักเข้าสู่ระบบหลักอย่างไร้การควบคุม และที่น่ากลัวที่สุดคือ... ภาพโปรไฟล์ของเอลาร่าที่ควรจะถูกกักเก็บไว้ในแฟ้มลับ กลับขยายใหญ่ขึ้นเต็มจอ พร้อมกับข้อความทักทายที่ถูกพิมพ์ขึ้นแบบเรียลไทม์ต่อหน้าต่อตาคนทั้งคู่ *[System Alert: ตรวจพบการเข้าสู่ระบบจากจุดอับสัญญาณ... ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ, รินรดา... และแขกผู้ไม่ได้รับเชิญของคุณ]* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอัปเลเวลความรู้สึกไปพร้อมกับรินรดานะคะ ดาริกาส่องแสง
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้รักพลาดเป้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%