กลิ่นอสารตะกั่วและน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ระเหยอบอวลอยู่ในท่อระบายอากาศระดับเจ็ด—โซนอับทึบที่ระบบปรับอากาศของสถานีอวกาศไททันสี่ไม่เคยเอื้อมไปถึง เร็นทรุดกายพิงแผ่นเหล็กขึ้นสนิม เม็ดเหงื่อผสมกับคราบเขม่าสีดำไหลย้อยลงตามกรอบหน้าคมคาย ปลายนิ้วที่สวมถุงมือกันความร้อนสั่นเทาเล็กน้อยขณะกำลังขันน็อตตัวสุดท้ายของชุดควบคุมฉุกเฉิน ทว่าเสียงโลหะเสียดสีกันเบาๆ ในความมืดกลับดังก้องในโสตประสาทของเขา ราวกับเสียงกะโหลกโลหะที่กำลังบิดเบี้ยวในวินาทีมรณะเมื่อสิบปีก่อน
อุบัติเหตุที่พรากทุกลมหายใจของครอบครัวไปจากสถานีรุ่นพี่... แผลเป็นที่เขาพยายามฝังกลบไว้ใต้คราบความเย็นชาและกฎเกณฑ์ทางวิศวกรรมกำลังถูกกรีดให้ฉีกกว้างอีกครั้ง
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก้องสะท้อนผ่านโครงสร้างเหล็กมาแต่ไกล เป็นจังหวะที่เร็นจำได้ดี—จังหวะก้าวของคนที่ไม่เคยลังเลแม้จะต้องเหยียบย่ำชีวิตใครเพื่อรักษาโครงสร้างอำนาจ
"นายกำลังเสียเวลาเปล่า เร็น"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า ผู้บัญชาการคาร์ลอส้าวออกมาจากเงาของเสาค้ำยันไฮดรอลิก สีหน้าของเขาไร้ซึ่งความปรานี ดวงตาคมกริบจ้องมองวิศวกรหนุ่มราวกับพญาอินทรีย์ที่กำลังมองเหยื่อในกรง
เร็นค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ความสูงของเขาจะไม่ได้ด้อยไปกว่านายทหารใหญ่ แต่แรงกดดันจากอำนาจรอบตัวคาร์ลอสทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก
"ผมกำลังซ่อมแซมระบบระบายความร้อนสำรองครับ ผู้บัญชาการ" เร็นตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้มั่นคงที่สุด แม้หัวใจจะเต้นระส่ำจนแทบทะลุออกมานอกอก "ถ้าผมไม่ทำ ระบบหลักจะระเบิดภายในสิบสองนาทีข้างหน้า และคนนับพันในเขตที่อยู่อาศัยจะขาดอากาศหายใจ"
คาร์ลอสหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นชาจนน่าขนลุก เขาก้าวเข้ามาใกล้เร็นอีกนิด จนกลิ่นอายของบุหรี่สังเคราะห์และกลิ่นดินปืนลอยเข้าจมูก
"คนนับพัน... หรือแกแค่กลัวที่จะได้ยินเสียงเหล็กฉีกขาดอีกครั้งกันแน่ เร็น?" คาร์ลอสเอ่ยชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "ฉันรู้ประวัติของแกดี วิศวกรหนุ่มผู้รอดชีวิตจากโศกนาฏกรรม 'เซกเตอร์ซีโร่' แกคิดว่าการมาซ่อมท่อพวกนี้จะลบล้างความรู้สึกผิดที่ช่วยใครไม่ได้ในวันนั้นได้งั้นรึ?"
ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกระชากหัวใจของเร็นออกไปจากอก ภาพเหตุการณ์ในอดีตฉายชัดขึ้นมาในหัว—เปลวไฟสีฟ้า เสียงกรีดร้องที่ถูกกลืนหายไปในความไร้แรงโน้มถ่วง และร่างไร้ชีวิตของภรรยาและลูกสาวที่ล่องลอยอยู่ในห้องโดยสารที่กำลัง depressurize
เร็นหายใจติดขัด ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างกายแข็งทื่อจนขยับไม่ได้ ความกลัวที่ใหญ่ที่สุด—ความกลัวที่ว่าตนเองไม่มีค่าพอที่จะปกป้องใคร และเป็นต้นเหตุให้คนที่รักต้องตาย—กำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของเขาจนหมดสิ้น
"แกมันก็แค่ไอ้ขี้ขลาดที่ซ่อนตัวอยู่หลังเครื่องมือวัด" คาร์ลอสกดเสียงต่ำลง กระซิบข้างหูเร็นด้วยถ้อยคำเชือดเฉือน "ถอยไปซะ ปล่อยให้ระบบมันล่มตามยถากรรม นั่นคือทางออกที่จะทำให้สถานีนี้รอด... บางครั้ง การสละส่วนหนึ่ง ก็คือหนทางเดียวที่จะรักษาภาพรวมไว้ได้"
"ไม่ใช่..." เร็นพึมพำริมฝีปากสั่นระริก ภาพในอดีตซ้อนทับกับภาพท่อระบายอากาศเบื้องหน้า ความมืดรอบตัวเริ่มหมุนควอน "ไม่ใช่แบบนั้น..."
ในวินาทีที่เร็นกำลังจะจมดิ่งลงไปในหลุมดำแห่งความทรงจำอันเจ็บปวด หน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาที่เหน็บไว้ที่เข็มขัดก็สั่นเตือนรุนแรง พร้อมกับเสียงกระซิบที่ขาดๆ หายๆ ผ่านคลื่นวิทยุเข้ารหัสลับ
*[เร็น! ได้ยินฉันไหม?]* เสียงของเอล่าดังแทรกเข้ามา ท่าสัญญาณรบกวนหนาแน่น *[อย่าฟังที่มันพูด! ถ้าแกยอมจำนนตอนนี้ ทุกอย่างที่พวกเราสู้กันมาจะจบลงทันที! สถานีนี้ไม่ได้ต้องการผู้บัญชาการที่ไร้หัวใจ แต่มันต้องการคนที่จะซ่อมแซมรอยร้าว... ไม่ใช่คนที่จะทำลายมันเพิ่ม!]*
น้ำเสียงของเอล่าดึงสติอันน้อยนิดของเร็นให้กลับคืนมา เขากะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่ภาพลวงตาแห่งอดีตออกไป ลมหายใจที่ติดขัดเริ่มกลับมาเป็นจังหวะอีกครั้ง ความกลัวไม่ได้หายไปไหน แต่มันถูกแทนที่ด้วยความโกรธเกรี้ยวและปณิธานอันแน่วแน่
เร็นเงยหน้าขึ้นสบตากำยำของคาร์ลอสโดยไม่หลบสายตาอีกต่อไป แววตาที่เคยว่างเปล่ากลับมาลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความมุ่งมั่น
"คุณคิดผิดแล้วครับ ผู้บัญชาการ" เร็นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบคมยิ่งกว่าคมมีด "ความผิดพลาดในอดีตไม่ได้สอนให้ผมปล่อยให้ใครต้องตาย แต่มันสอนให้ผมรู้ว่า... ผมจะไม่ยอมยืนดูใครต้องตายอีกต่อไปแล้ว แม้แต่คนเดียว"
เร็นเอื้อมมือไปคว้าประแจประตูกลไกขนาดใหญ่ขึ้นมาในมืออย่างรวดเร็ว พร้อมกับพุ่งตัวเข้ากระแทกแผงวงจรหลักเพื่อตัดระบบควบคุมอัตโนมัติที่คาร์ลอสถือรหัสผ่านอยู่
"แกกล้ามากนะ!" คาร์ลอสคำรามลั่น ชักอาชีพเลเซอร์พกพาออกจากซองข้างเอ็งอย่างรวดเร็ว
ทว่า ก่อนที่ลำแสงสีแดงจะพุ่งเข้าใส่ร่างของเร็น ประตูนิรภัยชั้นที่ห้าที่อยู่ด้านหลังของคาร์ลอสก็ดีดตัวเปิดออกด้วยเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากห้องควบคุมลับที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้มาก่อน
ร่างเงาปริศนาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากควันหนาทึบ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก มือข้างหนึ่งถือเอกสารลับสุดยอดที่สั่นคลอนรากฐานอำนาจทั้งหมดของสถานีไททันสี่
"พอได้แล้วครับ ผู้บัญชาการคาร์ลอส..." เสียงทุ้มนุ่มนวลแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด "เพราะตอนนี้ ความลับทั้งหมดของคุณ... กำลังจะถูกถ่ายทอดไปยังยานอพยพทุกลำในเขตสุริยะนี้แล้วครับ"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับผม ไฮเปอร์ไดรฟ์ นะครับ
ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา•ตอนที่ 46
แผลในใจที่เปิดออก
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!