ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา•ตอนที่ 31

อากาศที่เหลืออยู่

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
เสียงโลหะกระทบพื้นดังสนั่นก่อนจะเงียบหายไปในความเวิ้งว้างของโถงทางเดินชั้นเก้า คาร์ลอสไม่ได้ขยับเขยื้อน แม้กระบอกปืนพัลส์จะจ่อเข้าที่ขมับของเขาอย่างมั่นคงจากชายปริศนาผู้นั้น "ผู้บัญชาการครับ... การแสดงของคุณจบลงแล้ว" ชายคนเดิมกล่าวย้ำ น้ำเสียงเรียบเฉยนั้นบาดลึกยิ่งกว่าคมมีด คาร์ลอสหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมกริบของเขาไม่ได้แสดงความหวาดกลัว กลับกัน มันฉายแววเย้ยหยันราวกับเขากำลังมองดูละครสัตว์ที่ไร้ความหมาย "นายคิดว่าการเปลี่ยนมือถือปืนจะเปลี่ยนกฎของสถานีแห่งนี้ได้งั้นรึ? นายรู้อะไรไหม สิ่งที่นายกำลังถืออยู่น่ะ... มันไม่ได้มีกระสุนมาตั้งแต่นาทีที่พายุแม่เหล็กเข้าถล่มระบบสำรองแล้ว" มือของชายผู้นั้นสั่นเพียงเสี้ยววินาที แต่ทว่านั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับเร็นที่ซุ่มสังเกตการณ์อยู่หลังเสาพลาสม่า วิศวกรหนุ่มขยับกายอย่างเงียบเชียบ สายตาของเขาไม่ได้จดจ่อที่ปืน แต่จดจ่ออยู่ที่หน้าจอแท็บเล็ตในมือที่แสดงค่าตัวเลขสีแดงฉาน *ออกซิเจนคงเหลือ: 48 ชั่วโมง 12 นาที* เสียงเตือนระดับวิกฤตดังถี่ขึ้นในหูฟังของเร็น หัวใจของเขาบีบตัวรุนแรง เขาไม่ได้สนการเมืองของพวกเบื้องบน เขาต้องการแค่ทางออกที่จะพาทุกคนไปให้พ้นจากกรงขังลอยฟ้านี้ เอล่าส่งข้อความรหัสลับเข้ามาในระบบส่วนตัวของเขา—*ทางออกที่ 4 ปิดตาย ประตูผนึกแรงดันถูกล็อคด้วยรหัสผ่านระดับสูงสุดจากคาร์ลอส* "เลิกเล่นตลกเสียที" เร็นก้าวออกมาจากเงามืด เสียงฝีเท้าของเขาดังก้องสะท้อนไปตามทางเดินแคบๆ เขาจ้องมองไปยังผู้บัญชาการที่ยังคงยืนนิ่งด้วยใบหน้ายิ้มแย้มที่ดูน่ารังเกียจ "คาร์ลอส นายจะปล่อยให้พวกเราทุกคนขาดอากาศตายเพื่อแลกกับอำนาจที่กำลังจะกลายเป็นฝุ่นผงงั้นหรือ?" คาร์ลอสค่อยๆ หันมาหาเร็น สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากเย้ยหยันเป็นความเวทนาที่ปรุงแต่งขึ้น "เร็น... เธอเห็นโลกแค่ในขอบเขตของกลไกและฟันเฟือง เธอไม่เคยเข้าใจว่า 'ความอยู่รอด' ที่แท้จริงต้องแลกมาด้วยอะไร สถานีนี้ไม่ได้กำลังจะตายเพราะขาดอากาศ แต่มันกำลังจะตายเพราะความเห็นอกเห็นใจที่ฟุ่มเฟือยของคนอย่างเธอนี่แหละ" "ความเห็นอกเห็นใจไม่ได้ทำให้เราตาย แต่มันทำให้เราเป็นมนุษย์" เร็นสวนกลับ มือขวาของเขากำไขควงตัวเก่งแน่น "และถ้าหากสถานีนี้ต้องล่มสลาย ฉันจะไม่ยอมให้คนอย่างนายเป็นคนกำหนดว่าใครควรค่าแก่การมีชีวิตอยู่" ขณะที่บรรยากาศกำลังพุ่งสูงถึงขีดสุด เอล่าก็แทรกตัวเข้ามาทางช่องระบายอากาศด้านบน เธอทิ้งตัวลงมาอย่างนิ่มนวล มือถืออุปกรณ์แฮกเกอร์ขนาดพกพาที่กำลังสั่นระริกด้วยความร้อน "คาร์ลอส ข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์หลักไม่ได้มีแค่แผนการจัดสรรอากาศ" เอล่ากล่าวเสียงเรียบ ดวงตาของเธอจ้องเขม็งไปที่ผู้บัญชาการ "ฉันพบไฟล์ต้นฉบับที่นายพยายามทำลายทิ้ง มันเป็นบันทึกการซ่อมบำรุงเมื่อสิบปีก่อน... บันทึกที่ยืนยันว่าอุบัติเหตุที่พรากครอบครัวของเร็นไป ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ แต่มันคือการทดลองตัดอากาศเพื่อดูขีดจำกัดการตอบสนองของมนุษย์" ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วโถงทางเดิน เสียงระบบหมุนเวียนอากาศที่เหลือเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ดังฮึ่มฮั่มราวกับเสียงครางของสัตว์ร้ายที่ใกล้สิ้นใจ เร็นชะงักไป ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้น ความโกรธแค้นที่ถูกฝังกลบมานานนับปีปะทุขึ้นเหมือนลาวาที่เดือดพล่าน "นาย... นายเป็นคนทำ?" เสียงของเร็นสั่นเครือ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความแค้นที่พุ่งสูงจนควบคุมไม่ได้ คาร์ลอสไม่ได้ปฏิเสธ เขายืดตัวตรง ยืดปกเสื้อให้เข้าที่ราวกับสุภาพบุรุษผู้สูงส่ง "ถ้าวันนั้นไม่มีความสูญเสีย วันนี้เธอก็คงไม่มีทักษะที่จะมายืนอยู่ตรงหน้าฉันในฐานะวิศวกรที่เก่งที่สุดของสถานีหรอก เร็น ทุกอย่างคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อวิวัฒนาการ" เร็นก้าวเข้าไปหาคาร์ลอสโดยไม่สนปืนในมือของมือสังหารคนนั้น เขากระชากคอเสื้อของผู้บัญชาการแน่น แรงกดดันมหาศาลทำให้คาร์ลอสต้องเผชิญหน้ากับความโกรธแค้นที่แท้จริงเป็นครั้งแรก แต่ก่อนที่เร็นจะได้กระทำการใดๆ เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นสนั่นสถานีจนแก้วหูแทบแตก *แจ้งเตือนฉุกเฉิน: ระบบรักษาสมดุลความดันถูกปิดใช้งานโดยสมบูรณ์* เสียงโลหะลั่นเปรี้ยงดังมาจากผนังด้านนอก สภาพไร้น้ำหนักเริ่มเข้าครอบงำ ทุกสิ่งทุกอย่างลอยละล่องขึ้นจากพื้น เร็นและคาร์ลอสเสียการทรงตัว ทั้งสองกระแทกเข้ากับผนังขณะที่ไฟสำรองดับวูบลง เหลือเพียงแสงสีแดงจากไฟฉุกเฉินที่กะพริบถี่ๆ "เร็น! ดูนั่น!" เอล่าตะโกนผ่านความโกลาหล เธอชี้ไปที่บานประตูนิรภัยที่อยู่สุดทางเดิน ท่ามกลางแสงสีแดงสลัว ร่างหนึ่งค่อยๆ เดินก้าวออกมาจากเงามืดด้านหลังประตูนิรภัยที่ควรจะถูกปิดตาย ร่างนั้นสวมชุดวิศวกรสภาพเก่าคร่ำคร่าคล้ายกับชุดที่เร็นเคยเห็นในรูปถ่ายเก่าๆ ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยหน้ากากออกซิเจนรุ่นโบราณ แต่ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่ดูเหมือนกับเร็นไม่มีผิดเพี้ยน ชายคนนั้นวางมือลงบนแผงควบคุมหลักที่ควรจะพังไปแล้ว ก่อนจะกดรหัสผ่านที่ไม่มีใครในสถานีนี้รู้จัก "การแสดงจบลงแล้วจริงๆ คาร์ลอส" ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาเร็นต้องหยุดหายใจ "แต่คนที่จะเป็นคนปิดม่าน... คือผม ไม่ใช่คุณ" สิ้นคำพูด ระบบทั้งหมดของสถานีก็หยุดชะงักลงราวกับถูกหยุดเวลา และในวินาทีที่อากาศที่เหลืออยู่เริ่มเบาบางจนแทบสูดไม่ได้ ร่างปริศนาก็ถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้เร็นต้องสั่นสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดนี้กับผม หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้ท่านวางไม่ลงนะครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%