ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา•ตอนที่ 48

บุกถึงประตูห้องบัญชาการ

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
กลิ่นของโอโซนไหม้เกรียมและน้ำมันไฮดรอลิกคละคลุ้งอยู่ในทางเดินแคบๆ ของภาคผนวกสถานีอวกาศ "ไซเรน" เสียงโลหะบิดตัวลั่นเอี๊ยดอาร์ดจากการเปลี่ยนแปลงความดันอากาศรอบนอกดังเป็นระยะ คล้ายเสียงคำรามของสัตว์อสูรที่กำลังรอขย้ำเหยื่อชิ้นสุดท้ายในท้อง เร็นใช้ฝ่ามือที่สวมถุงมือกันความร้อนยันกับผนังเหล็กขึ้นสนิมเพื่อทรงตัว ลมหายใจของเขาหอบกระชั้นผ่านหน้ากากกรองอากาศที่เริ่มเสื่อมสภาพ แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานกะพริบเป็นจังหวะสอดรับกับเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตที่ดังหนวกหูจนประสาทแทบระเบิด ในมือขวาของเขาถืออุปกรณ์ถอดรหัสคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งหน้าจอผลึกเหลวขนาดเล็กกำลังแสดงสถานะการเชื่อมต่อที่กระพือขึ้นลงอย่างน่าใจหาย "ถ้าคุณยังฝืนดันกระแสไฟฟ้าเข้าไปอีกสามร้อยโวลต์ แผงวงจรในมือคุณจะระเบิดคามือ และเราจะกลายเป็นแค่วุ้นโปรตีนที่ลอยเคว้งอยู่ในสุญญากาศนะครับ เร็น" เสียงกระซิบผ่านวิทยุสื่อสารของเอล่าดังแทรกเสียงสัญญาณเตือนเข้ามา น้ำเสียงของเธอยังคงราบเรียบ แต่มันแฝงความตึงเครียดไว้จนแทบจะหยดเป็นหยดน้ำ เร็นเหลือบมองหน้าจอสะท้อนภาพใบหน้าครึ่งซีกของตนเองผ่านกระจกหมวก—รอยแผลเป็นจากเหตุการณ์ในอดีตที่สถานีรุ่นก่อนยังคงเตือนใจเขาถึงความล้มเหลวในการปกป้องคนที่รัก "เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เอล่า" เร็นกรอกเสียงตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชา "ถ้าเราถอยตอนนี้ คาร์ลอสจะอัปโหลดข้อมูลทั้งหมดไปยังเครือข่ายสหพันธ์ และประชากรนับล้านในเขตอาณานิคมชั้นนอกจะกลายเป็นแพะรับบาปในสงครามที่พวกเขาไม่ได้ก่อ" เบื้องหน้าของพวกเขาคือ "ประตูห้องบัญชาการหลัก" โครงสร้างโลหะหนาเตอะเก้าชั้นที่เคลือบด้วยสนามพลังแม่เหล็กเข้มข้น มันถูกออกแบบมาให้ทนทานแม้กระทั่งแรงระเบิดจากหัวรบอณู แต่วันนี้ มันกลับกลายเป็นกำแพงเหล็กที่กั้นระหว่างความหวังริบหรี่กับจุดจบของพวกเขาทั้งหมด เร็นก้าวเข้าไปประชิดบานประตู เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นเหล็กดังสะท้อนก้อง เขาเสียบสายเคเบิลถอดรหัสเข้ากับพอร์ตเชื่อมต่อฉุกเฉินที่ซ่อนอยู่ใต้แผ่นโลหะผุกร่อน นิ้วมือเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มกดรัวแป้นพิมพ์อย่างแม่นยำ ทุกตัวอักษรที่ปรากฏบนหน้าจอคือเดิมพันด้วยชีวิต "รหัสผ่านถูกเปลี่ยน... มันไม่ได้ใช้โปรโตคอลเดิมของทางสถานีแล้ว" เร็นพึมพำกับตัวเอง เหงื่อกาฬไหลซึมลงมาตามขมับจนแสบตา "คุณกำลังเผชิญหน้ากับอัลกอริทึมป้องกันภัยขั้นสูงสุดที่คาร์ลอสเขียนขึ้นเองกับมือครับ เร็น" เอล่าเตือนสติจากระยะไกล "เขาคาดการณ์ไว้แล้วว่าคุณต้องมาถึงจุดนี้" ทันใดนั้น หน้าจอในมือของเร็นก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความปฏิเสธการเข้าถึงที่กะพริบเตือนรัวเร็ว เสียงกลไกภายในบานประตูเริ่มส่งเสียงคำรามต่ำๆ มันคือสัญญาณว่าระบบกำลังเตรียมปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงเพื่อเผาทำลายแผงวงจรภายนอกและลบข้อมูลทิ้งทั้งหมด เร็นไม่ลังเล เขาคว้าประแจไฮดรอลิกขนาดใหญ่ที่เหน็บไว้ข้างเอว งัดมันเข้ากับรอยต่อของบานประตูแล้วออกแรงกดสุดกำลัง กล้ามเนื้อแขนปูดโปนภายใต้ชุดสูทอวกาศ เส้นเลือดที่ขมับปูดนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความแค้นและความทรงจำอันเจ็บปวดจากการสูญเสียครอบครัวในอดีตไหลย้อนกลับมาเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ปลุกเร้าพละกำลังอันดุดันที่เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าตนเองมี *ก๊าซซซ—!* ประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบขึ้นจากการเสียดสีของโลหะ ประตูห้องบัญชาการขยับแยกออกจากกันเพียงหนึ่งเซนติเมตร กลิ่นฉุนของฉนวนไฟฟ้าไหม้ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ผ่านรอยแยกอันน้อยนิดนั้น เร็นมองเห็นร่างของ "ผู้บัญชาการคาร์ลอส" กำลังยืนหันหลังให้อยู่เบื้องหน้าแผงควบคุมหลัก แสงไฟสีฟ้าจากจอคอมพิวเตอร์ส่องกระทบไหล่กว้างและเครื่องแบบที่รีดเรียบกริบ คาร์ลอสไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เขากำลังถือแก้วกาแฟอุ่นๆ ในมืออย่างใจ Aเย็น และจิบมันราวกับว่าเสียงระเบิดและแรงกดดันภายนอกเป็นเพียงเสียงดนตรีประกอบยามบ่าย "เธอมาช้ากว่าที่ฉันคาดไว้นิดหน่อยนะ เร็น" เสียงทุ้มกังวานและเยือกเย็นของผู้บัญชาการดังลอดผ่านรอยแยกของประตูเข้ามา โดยที่เขาไม่ต้องหันกลับมามอง "นึกว่าเธอจะหมดแรงตายอยู่ระหว่างทางเสียอีก" "เปิดประตู คาร์ลอส" เร็นตะโกนผ่านรอยแยก น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเกรดกราดที่พยายามควบคุมไว้ภายใต้กรอบของจรรยาบรรณ "นายไม่มีสิทธิ์ตัดสินชีวิตคนนับล้านเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของสภาสูง" คาร์ลอสค่อยๆ วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะโลหะอย่างนุ่มนวล จากนั้นจึงหมุนตัวกลับมาช้าๆ ใบหน้าอันคมคายไร้ซึ่งความรู้สึกผิด มีเพียงรอยยิ้มมุมปากที่เย้ยหยันและสายตาที่มองเร็นราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง "สิทธิ์งั้นหรือ?" คาร์ลอสหัวเราะในลำคอเบาๆ "ในอวกาศที่ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์นี้ เร็น... สิ่งเดียวที่มีสิทธิ์คืออำนาจ และผู้ที่อยู่รอดต่างหากคือผู้กำหนดความถูกต้อง" คาร์ลอสยกมือขึ้นแตะแป้นพิมพ์ตรงหน้า "และตอนนี้ น่าเสียดายจริงๆ ที่เวลาแสดงปาฏิหาริย์ของเธอหมดลงแล้ว" นิ้วเรียวของคาร์ลอสกำลังจะกดลงบนปุ่มสีแดงขนาดใหญ่เพื่อยืนยันคำสั่งทำลายล้างสถานีทั้งหมด แต่ก่อนที่ปลายนิ้วนั้นจะสัมผัสกับพื้นผิวสัมผัส หน้าจอหลักทั้งหมดภายในห้องบัญชาการก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ! เสียงสัญญาณเตือนภัยที่เคยดังหนวกหูพลันเงียบกริบลงทันที เหลือเพียงความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวที่เข้ามาแทนที่ คาร์ลอสชะงักมือค้างไว้กลางอากาศ สีหน้ามั่นอกมั่นใจเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความงุนงงชั่วขณะ ทันใดนั้นเอง หน้าจอฉุกเฉินทุกลำโพงในสถานีก็กลับมาสว่างวาบอีกครั้ง ไม่ใช่ด้วยโลโก้ของสหพันธ์ หรือรหัสผ่านของผู้บัญชาการ... แต่มันกลับปรากฏภาพใบหน้าของบุคคลที่ควรจะเสียชีวิตไปแล้วจากอุบัติเหตุเมื่อสิบปีก่อน—ภรรยาของเร็นเอง "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ที่รัก" เสียงหวานเย็นเยียบดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องบัญชาการและทางเดินแคบๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ ที่เสียดแทงลึกลงไปในขั้วหัวใจของทุกคน ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับผม ไฮเปอร์ไดรฟ์ นะครับ
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%