ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา•ตอนที่ 29

การล้างบางคนทรยศ

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
"ปิดมันซะ เอล่า! ก่อนที่ระบบระบายอากาศจะดูดเชื้อนั่นเข้าสู่ปอดของทุกคนบนสถานีนี้!" เสียงตะโกนของเร็นแทบจมหายไปกับเสียงไซเรนเตือนภัยระดับสีแดงที่กรีดร้องบาดหู เขาพุ่งตัวเข้ากระแทกแผงควบคุมเพื่อกันแรงเหวี่ยงจากสถานีที่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง นิ้วของเอล่าสั่นเทาขณะรัวคีย์บอร์ดด้วยความเร็วสูง แต่ดวงตาของเธอยังคงจับจ้องภาพบนหน้าจอด้วยความตื่นตระหนกที่ปิดไม่มิด "มันล็อคทุกพอร์ตเข้าถึงไว้หมดเลยเร็น! คาร์ลอสไม่ได้แค่ซ่อนมันไว้ แต่มันตั้งระบบตั้งเวลาล่วงหน้าไว้แล้ว... ถ้าฉันพยายามเจาะเข้าไปแบบฝืนๆ ระบบป้องกันจะเร่งการทำงานให้เร็วขึ้นสามเท่า!" เอล่าหันมามองเขา ใบหน้าที่เคยราบเรียบของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยเหงื่อเย็น "เรากำลังถูกต้อนให้จนมุมในกับดักของตัวเองนะ" เร็นกัดฟันแน่น กรามของเขาขบเข้าหากันจนนูนเด่น ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะกำบังเริ่มแตกร้าวเมื่อเขานึกถึงภาพใบหน้าของครอบครัวที่จากไปในอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อน ความรู้สึกผิดที่เคยฝังลึกกำลังกัดกินเขาอีกครั้ง หากคาร์ลอสทำสำเร็จ สถานีแห่งนี้จะกลายเป็นสุสานไร้อากาศที่เงียบเชียบที่สุดในระบบสุริยะ "ทุกคนฟังให้ดี!" เสียงวิทยุสื่อสารของกลุ่มต่อต้านดังขึ้นผ่านหูฟังของเร็น เสียงนั้นคือ 'เวก้า' ผู้นำหน่วยย่อยที่เหลืออยู่ น้ำเสียงของเขาสั่นเครือแต่แฝงด้วยความอาฆาต "ใครบางคนในที่นี้เพิ่งปิดระบบรักษาความปลอดภัยของประตูโซนกลางไป พวกเราถูกล้อมโดยกองกำลังของคาร์ลอส... ถ้าหาตัวคนทรยศไม่เจอภายในหนึ่งนาที เราจบสิ้นกันหมด!" ความหวาดระแวงพุ่งทะยานขึ้นภายในห้องควบคุมที่คับแคบ เร็นหันมองสมาชิกกลุ่มต่อต้านอีกสองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ตรงทางเข้า พวกเขาต่างจับจ้องมาที่เร็นและเอล่าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป สายตาแห่งความสงสัยที่พร้อมจะลั่นไกใส่ใครก็ตามที่ดูน่าสงสัยที่สุด "ไม่ใช่พวกเรา!" เร็นตะโกนตอบผ่านสื่อสาร พร้อมกับเลื่อนปืนไรเฟิลประทับบ่า "คาร์ลอสกำลังเล่นเกมจิตวิทยา เขากำลังทำให้พวกเราฆ่ากันเองเพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องลงมือ!" "แล้วทำไมจอภาพถึงแสดงสถานะว่ามีคนปลดล็อคจากข้างในล่ะ เร็น!" เสียงตอบกลับจากเวก้าเต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยว "ถ้าไม่ใช่พวกคุณ ก็บอกมาสิว่าใครคือหนอนบ่อนไส้!" เอล่าหยุดมือลงชั่วขณะ เธอหันไปมองเร็นด้วยสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้งที่เขาแทบไม่อยากจะเชื่อ มันไม่ใช่ความกลัว แต่มันคือการตัดสินใจที่เด็ดขาด "เร็น..." เธอเรียกชื่อเขาเบาๆ ท่ามกลางเสียงโลหะที่บิดเบี้ยวจากแรงดันอากาศภายนอกที่เริ่มรั่วไหล "คาร์ลอสไม่ได้ซ่อนอาวุธไว้แค่ในโปรแกรมนี้ แต่มันซ่อน 'ตัวตน' ของคนทรยศไว้ในโค้ดลับที่ฉันเพิ่งถอดรหัสได้เมื่อครู่นี้เอง" เร็นขมวดคิ้ว "มันคือใคร?" เอล่าไม่ตอบ แต่เธอกลับเบี่ยงจอภาพให้เร็นเห็น ข้อมูลรหัสผ่านที่คาร์ลอสใช้ยืนยันตัวตนคนทรยศถูกเปิดเผยขึ้น และมันไม่ใช่ชื่อของคนอื่นที่ไหน แต่เป็นรหัสประจำตัวของ 'เวก้า' ผู้นำหน่วยย่อยที่กำลังตะโกนใส่พวกเขาผ่านวิทยุอยู่นั่นเอง! ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ แม้กระทั่งเสียงไซเรนดูเหมือนจะเบาลงไปในวินาทีที่ความจริงปรากฏ แต่ก่อนที่เร็นจะได้พูดอะไร เสียงประตูทางเข้าก็ถูกกระชากออกอย่างแรง เวก้าและกองกำลังของเขาพุ่งตัวเข้ามาในห้องด้วยอาวุธครบมือ ลำแสงเลเซอร์จากปากกระบอกปืนชี้ตรงมาที่เร็นและเอล่า "วางอาวุธลงเสียเร็น" เวก้ากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่ต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง "ฉันไม่มีทางเลือก คาร์ลอสสัญญากับฉันว่าครอบครัวของฉันจะถูกส่งออกไปพร้อมกับยานอพยพชุดสุดท้าย... ถ้าฉันจัดการพวกนายได้" เร็นมองไปที่เวก้าด้วยความสมเพช "นายเชื่อคำลวงของปีศาจอย่างคาร์ลอสเนี่ยนะ? เขาไม่เคยส่งใครออกไปหรอกเวก้า เขาแค่ต้องการให้เรากัดกันจนวินาทีสุดท้ายก่อนจะกวาดล้างทุกอย่างทิ้ง!" "หุบปาก!" เวก้าเหนี่ยวไกปืน ปัง! เสียงปืนสนั่นหวั่นไหว แต่กระสุนไม่ได้พุ่งเข้าหาเร็น เอล่าอาศัยจังหวะที่เวก้าเสียสมาธิพุ่งเข้ากดสวิตช์ฉุกเฉินที่แผงควบคุมหลัก แรงระเบิดจากถังออกซิเจนสำรองใต้พื้นห้องทำให้เกิดฝุ่นควันและแสงไฟวูบวาบไปทั่วบริเวณ เร็นอาศัยความชำนาญในฐานะวิศวกรถีบตัวเข้าหาเวก้า แรงปะทะทำให้ทั้งคู่ล้มลงไปบนพื้นเหล็กที่สั่นไหว ท่ามกลางความมืดมิดและเสียงเตือนภัยที่ดังไม่หยุดหย่อน เร็นคว้าคอเสื้อของเวก้าไว้ได้ เขาจ่อปากกระบอกปืนเข้าที่ขมับของอีกฝ่าย แต่นิ้วของเขากลับสั่นไหว เขาไม่ใช่ฆาตกร... แต่นี่คือสถานการณ์ที่ไม่มีที่ว่างให้ความเมตตา "เลือกเอาเวก้า... จะยอมให้พวกเราปิดอาวุธชีวภาพนี้ หรือจะให้เราทุกคนตายไปพร้อมกับความโง่เขลาของนาย!" เร็นตะคอก เวก้าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เลือดไหลซึมจากบาดแผลที่ใบหน้า "นายมาช้าไปเร็น... ดูที่หน้าจอนั่นสิ" เร็นเหลือบมองหน้าจอหลักที่เอล่าพยายามแก้ไข เมื่อกี้มันแสดงตัวเลข 04:00 แต่ตอนนี้สถานะได้เปลี่ยนไปแล้ว มันไม่ได้นับถอยหลังอีกต่อไป แต่มันขึ้นสถานะว่า 'การแพร่กระจายเริ่มต้นขึ้นแล้ว' และในวินาทีนั้น ประตูห้องควบคุมที่ถูกล็อคไว้อย่างแน่นหนาก็ถูกเปิดออกโดยใครบางคน... ชายในชุดเครื่องแบบผู้บัญชาการที่ไร้ซึ่งร่องรอยของความตื่นตระหนก คาร์ลอสยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเร็นหยุดเต้น "ขอบคุณที่ช่วยยื้อเวลาให้ฉันนะเร็น" คาร์ลอสก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ ราวกับกำลังเดินเล่นในสวนหลังบ้าน "เพราะความสงสัยของพวกคุณนี่แหละ ที่ทำให้ระบบตรวจจับความร้อนทำงานสมบูรณ์แบบ... ตอนนี้พวกคุณทุกคนกลายเป็นตัวอย่างทดลองชิ้นสุดท้ายของผมแล้ว" หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้ท่านผู้อ่านรู้สึกถึงความกดดันและร่วมลุ้นไปกับเร็นนะครับ ไฮเปอร์ไดรฟ์ขอขอบคุณที่ติดตามการเดินทางอันยาวนานนี้มาด้วยกันครับ
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%