เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจวิศวกร•ตอนที่ 1

เซอร์เวอร์ล่มกับความฉิบหาย

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
"ถ้านายยังดึงดันจะแก้โค้ดบ้าๆ นั่นด้วยตัวเอง อีกสามนาทีบริษัทของดร.อานนท์ได้ส่งคนมาเคาะประตูคอนโดพร้อมหมายศาลข้อหาทำลายทรัพย์สินทางปัญญา... และเชื่อเถอะว่า นายคงไม่ได้แม้แต่จะหยิบแปรงสีฟันติดมือไปด้วยหรอกนะคะ กวิน" เสียงหวานใสที่เจือความเยาะหยันลอยมาจากลำโพงสมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุด วางอยู่บนโต๊ะทำงานรกเรื้อที่เต็มไปด้วยแก้วกาแฟเย็นชืดนับสิบใบ หน้าจอคอมพิวเตอร์สามจอเบื้องหน้ากวินกำลังกะพริบเตือนด้วยแสงสีแดงฉาน ข้อความ *‘CRITICAL SYSTEM FAILURE’* วิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาเหมือนเยาะเย้ยหยันความพยายามตลอดเจ็ดสัปดาห์เต็มที่เขาทุ่มเทให้กับโปรเจกต์ ‘Aegis’ ระบบสมองกลอัจฉริยะที่ถูกออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยระดับชาติ แต่ตอนนี้มันกลับถูกมือดีล็อกรหัสผ่านและฝังมัลแวร์เรียกค่าไถ่ไว้โดยสมบูรณ์ กวินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้น สบถเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจดจ้องหน้าจอด้วยความเคียดแค้น มือหนากำเมาส์แน่นจนข้อต่องอขาวโพลน เขารู้ดีว่ายัยแฮกเกอร์ตัวแสบที่ใช้ไอดีลึกลับว่า *‘R_Shadow’* คนนี้พูดความจริง ดร.อานนท์ ผู้อำนวยการจอมปลอมคนนั้น จ้องจะเขี่ยเขาพ้นทางและฮุบผลงานชิ้นนี้มานานแล้ว และการที่ระบบล่มกะทันหันแบบนี้ก็ไม่ใช่ความบังเอิญอย่างแน่นอน "เงียบทำไมล่ะคะ วิศวกรอัจฉริยะผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ หรือว่าสมองอันปราดเปรื่องของนายกำลังประมวลผลคำว่า *‘ช่วยด้วยครับ’* ไม่ถูกกันแน่?" น้ำเสียงใสราวนกร้องประชดประชันดังขึ้นอีกครั้ง รินรดากำลังสนุกสนานอยู่กับการจิบกาแฟคาปูชิโนรอมชอมในระยะไกล เธอนั่งไขว่ห้างมองภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องทำงานของเขาผ่านหน้าจอแท็บเล็ตส่วนตัว รอยยิ้มร้ายกาจแต้มอยู่บนริมฝีปากอิ่มสวย "เธอต้องการอะไรกันแน่ รินรดา" กวินเค้นเสียงลอดไรฟันผ่านไมโครโฟน ตั้งใจกดเสียงให้ต่ำและเย็นชาที่สุดเท่าที่จะทำได้ "เธอเป็นคนปล่อยมัลแวร์เข้าระบบของฉัน ตั้งแต่แรกใช่ไหม ถึงได้รู้ทางแก้เร็วนัก" "โอ๊ะๆ ใส่ร้ายป้ายสีกันเก่งเสียจริงนะคะ นายท่าน" เสียงหัวเราะคิกคักดังลอดออกมาอย่างไม่เกรงกลัวบรรยากาศตึงเครียดเลยสักนิด "ถ้าฉันเป็นคนปล่อย นายคงไม่ได้นั่งหน้าเครียดคิ้วขมวดจนหน้าแก่เกินวัยแบบนี้หรอกค่ะ บอกบุญให้ก็ได้... ฉันแค่บังเอิญผ่านไปเจอช่องโหว่ที่นายเขียนทิ้งไว้ด้วยความสะเพร่าตอนตีสามเมื่อสัปดาห์ก่อน แล้วก็... บังเอิญเข้าไปดูความฉิบหายของนายตอนนี้พอดี น่าสมเพชเป็นบ้าเลยว่าไหมคะ?" คำพูดขวานผ่าซากนั้นบาดลึกเข้าโสตประสาทจนกวินอยากจะทะลุจอคอมพิวเตอร์ไปบีบคอคนต้นเรื่องให้หายปากดี แต่น่าเจ็บใจตรงที่... หล่อนพูดถูกทุกประการ ช่องโหว่ระดับสถาปัตยกรรมที่เขาประมาทไปเพียงจุดเดียว ทำให้ ดร.อานนท์ ใช้เป็นช่องทางยึดครองสิทธิ์ในตัวโปรเจกต์ได้ทั้งหมด หากเขาไม่มีรหัสลับระดับ Root Access ที่ถูกเข้ารหัสไว้ในเซิร์ฟเวอร์สำรอง ซึ่งมีเพียงคนเดียวในโลกที่เจาะเข้าไปปลดล็อกได้โดยไม่ทำลายข้อมูลดิบทั้งหมด... และคนๆ นั้นก็คือนางมารร้ายที่กำลังลอยหน้าลอยตาจิบกาแฟอยู่ตอนนี้ "ถ้าฉันยอมให้เธอเข้ามาแก้โค้ด..." กวินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นโทสะ "เธอจะเรียกเก็บค่าจ้างเท่าไหร่ พูดมา" "เงินหรอกเหรอคะ?" รินรดาแกล้งทำเสียงครุ่นคิด ปลายเล็บเรียวเคาะเบาๆ กับขอบโต๊ะ "อืม... เงินในบัญชีของนายตอนนี้ ต่อให้ขายไตสักสข้างก็คงไม่พอกลบค่าเสียหายที่นายทำไว้หรอกค่ะคุณกวิน แต่ว่า... ฉันกำลังนึกสนุกอยากได้อะไรที่มันท้าทายกว่านั้น" "อย่ามาเล่นลิ้น รินรดา เวลาของฉันมีค่า" "เวลาของนายใกล้จะหมดลงต่างหากล่ะคะ ดูนาฬิกานั่นสิ..." กวินเหลือบมองมุมขวาของจอ ตัวเลขถอยหลังสีแดงกำลังกระพริบ *01:15... 01:14...* อีกเพียงหนึ่งนาทีเศษ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัทพร้อมด้วยตำรวจคงกรูเข้ามาจับกุมเขาในข้อหาขโมยข้อมูลลับของบริษัทตามแผนการที่ ดร.อานนท์ วางไว้ ความอับจนหนทางทำให้เสือร้ายอย่างเขาต้องยอมหุบเล็บ กวินหลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อกลืนศักดิ์ศรีทั้งหมดลงคอ "ตกลง... ฉันยอมให้เธอเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ จะเอาอะไรก็ว่ามา แต่อย่าตุกติก ไม่งั้นฉันลากเธอลงนรกไปด้วยแน่" ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ ไร้ซึ่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ยเช่นเคย บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงัน ก่อนที่เสียงหวานจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นมาผิดหูราวกับคนละคน "ส่งสิทธิ์การควบคุมระยะไกลมาให้ฉัน... และจำไว้ กวิน นายเป็นหนี้ชีวิตฉันหนึ่งครั้ง" นิ้วเรียวของวิศวกรหนุ่มรัวแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วสูง ป้อนคำสั่งอนุญาตสิทธิ์เข้าสู่ระบบเครือข่ายส่วนตัว (VPN) แบบเข้ารหัสพิเศษ หน้าจอคอมพิวเตอร์ของเขากะพริบวูบหนึ่ง ก่อนที่โค้ดสีเขียวจำนวนมหาศาลจะวิ่งไหลทะลักลงมาบนจอภาพราวกับสายฝน เป็นฝีมือของแฮกเกอร์สาวที่กำลังทำงานด้วยความแม่นยำและรวดเร็วจนน่าทึ่ง รหัสผ่านสิบสองชั้นถูกถอดรหัสออกทีละชั้นอย่างเลือดเย็น ภายในเวลาไม่ถึงสามสิบวินาที วงล้อแห่งความพินาศก็หยุดหมุน กวินถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก แผ่นหลังที่เกร็งเครียดมาตลอดหลายชั่วโมงทิ้งพิงพนักเก้าอี้ ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากขอบคุณหรือแม้แต่จะสบถด่าทอ ร่างโปร่งบางในชุดฮู้ดสีดำสนิทที่คุ้นตาจากภาพในประวัติอาชญากรรมไซเบอร์ ก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบตรงหน้าประตูห้องทำงานของเขา ประตูนิรภัยที่ควรจะล็อกด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือถูกเปิดออกอย่างไร้ร่องรอยการงัดแงะ กวินผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้โดยอัตโนมัติ ดวงตาสะท้อนความตกใจระคนระแวงเมื่อพบว่า รินรดาไม่ได้อยู่หลังหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกต่อไป... แต่เธอกำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตู ยิ้มมุมปากด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของวิศวกรผู้เจ้าระเบียบกระตุกวูบอย่างไม่เป็นจังหวะ "ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการนะคะ... คุณวิศวกรปากร้าย" รินรดาก้าวเข้ามาในห้องทีละก้าว กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าลอยละล่องปะปนกับกลิ่นอายความอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ "หวังว่าเซฟเฮาส์ลับๆ ของคุณ จะมีพื้นที่พอให้แขกที่ไม่ได้รับเชิญอย่างฉันหลบตำรวจสักสองสามคืนนะ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกอันตรายและหอมหวานใบนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — เหมยฮวาแรกแย้ม
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจวิศวกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%