เสียงปรบมือในห้องประชุมใหญ่ของตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจดังขึ้นอย่างเกริเกียรติ ทว่าสำหรับ ‘ภาคิน’ แล้ว มันกลับเป็นเสียงกรีดแหลมที่เสียดแทงเข้าไปถึงขั้วหัวใจ
ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬจดจ้องร่างระหงที่ก้าวขึ้นสู่โพเดียมอย่างมั่นคง เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบตึงอย่างไร้ที่ติ สูทเข้ารูปตัดเย็บด้วยผ้าไหมอิตาลีสีแดงเพลิงขับเน้นผิวขาวผ่องดั่งไข่มุก เมคอัพเฉี่ยวคมและเรียวปากที่เคลือบลิปสติกสีแดงก่ำสะท้อนความดุดันและเย้ายวนในคราเดียวกัน รอยยิ้มมุมปากของเธอนั้น... เย็นเยียบจนน่าขนลุก
นั่นไม่ใช่ลีลาคนเดิม... ผู้หญิงที่เคยนั่งกอดเข่าร้องไห้บนเตียงนอนกว้างอย่างไร้ค่า ผู้หญิงที่เขาเคยปัดป้องความใส่ใจและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนแหลกสลายเมื่อสามปีก่อน
"ขอแนะนำให้ทุกท่านรู้จัก... ผู้ถือหุ้นรายใหม่ ผู้ถือครองหุ้นสามัญถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ของเครือภัทรโภคิน และประธานกรรมการบริหารคนใหม่ของเรา ‘คุณลีลา’ ค่ะ"
เสียงประกาศของเลขานุการใหญ่ดังก้องไปทั่วห้อง แต่ภาคินกลับรู้สึกราวกับอากาศรอบตัวถูกสูบออกจนหมดสิ้น ลมหายใจของเขาติดขัด ร่างสูงใหญ่ที่เคยเย่อหยิ่งและทรงอิทธิพลที่สุดในแวดวงธุรกิจกลับแข็งค้างอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพง มือหนาที่กำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนข้อต่องอขาวซีด เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบด้วยความระaอและความตกตะลึงที่ประเดประดอนเข้ามาจนตั้งรับไม่ทัน
เป็นไปไม่ได้... ลีลาเป็นแค่เด็กกำพร้าที่ไร้ที่พึ่งพิง เป็นภรรยาที่เขาเคยยื่นใบหย่าให้พร้อมกับเช็คเงินสดก้อนหนึ่งเพื่อไล่ให้พ้นทาง แล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน? เหตุใดจึงก้าวขึ้นมาถือไพ่เหนือกว่าเขาในวันที่อาณาจักรของเขากำลังสั่นคลอน
ลีลากวาดสายตากลมโตคู่สวยที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันกวาดมองผู้ถือหุ้นทีละคน จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ร่างสูงของอดีตสามี รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่ม
"สวัสดีค่ะท่านประธานเก่า... หวังว่าการพบกันในฐานะ ‘หุ้นส่วน’ คนใหม่ จะทำให้ท่านนอนหลับฝันดีขึ้นบ้างนะคะ"
น้ำเสียงหวานใสที่เคยเอמהนอ้อนวอนขอความรักจากเขาในอดีต บัดนี้กลับเย็นชา ก้องกังวาน และทรงพลังจนผู้ชายที่เคยเย่อหยิ่งที่สุดในห้องนี้ต้องเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความอับ1ายและความกระวนกระวายใจตีรวนขึ้นมาในอก ภาคินผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งสองจนผู้ร่วมประชุมคนอื่น ๆ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"คุณเข้ามาวุ่นวายอะไรที่นี่ ลีลา เกมธุรกิจมันไม่ใช่ที่สำหรับเด็กเล่น กลับออกไปซะ!" ภาคินเค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาดุดันจ้องมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเพื่อปกป้องอีโก้ที่เหลืออยู่
ลีลาหัวسเราะในลำคอเบา ๆ เสียงหัวسเราะที่เต็มไปด้วยความสะใจและหยามเหยียด เธอก้าวเท้าฉับ ๆ เข้ามาประชิดโต๊ะประชุม กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบดำราคาแพงลอยแตะจมูกเขา ชวนให้หัวใจกระหน่ำเต้นด้วยความเร้าใจผสมความหวาดหวั่นอย่างประหลาด
"เด็กเล่นงั้นหรือคะ?" ลีลาโน้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าสวยเฉี่ยวขยับเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าวของกันและกัน ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความอ่อนแอหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงเพลิงแค้นที่แผดเผาทุกอย่างรอบตัวให้มอดไหม้
"จำใส่สมองอันเย่อหยิ่งของคุณเอาไว้ให้ดีนะคะ ภาคิน... สิ่งที่คุณเคยทำกับฉันไว้เมื่อสามปีก่อน ฉันจะทวงคืนมันทีละนิด... จนกว่าคุณจะเหลือแต่ตัว และลิ้มรสความเจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าที่ฉันเคยได้รับ!"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ ทุกสายตาจับจ้องมาที่คู่สามีภรรยาเก่าที่สถานะพลิกผันอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ ภาคินขบกรามแน่นจนสันนูน ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วร่าง ทั้งโกรธเกรี้ยว ทั้งเร่าร้อน และ... หัวใจที่ด้านชามานานนับปีกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงเมื่อได้สบตากับประกายไฟในดวงตาของเธอ
หลังการประชุมอันดุเดือดสิ้นสุดลง ลีลาก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของประธานบริษัท ซึ่งบัดนี้ถูกยึดครองครึ่งหนึ่งโดยอำนาจของเธอ หญิงสาวถอนหายใจยาวเหยียด ปลดปล่อยความตึงเครียดที่แบกรับไว้ทั้งหมดลงบนโซฟาหนังแท้
ทว่า ประตูห้องทำงานกลับถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่เคาะขออนุญาต ร่างสูงใหญ่ของภาคินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าถมึงทึง ก่อนจะกระชากประตูให้ปิดล็อกลงด้วยความรวดเร็ว
"คุณเล่นเกมบ้าอะไรอยู่ ลีลา!" ภาคินพุ่งเข้าไปคว้าต้นแขนเรียวของเธอไว้แน่น แรงบีบสะท้อนความโกรธเกรี้ยวที่อัดอั้น "คิดว่าเอาเงินสกปรกมาจากไหนมาซื้อหุ้นของฉัน หん? หรือว่าไปเอาตัวเข้าแลกกับไอ้กวินทร์มา ถึงได้มีปัญญาปีนป่ายขึ้นมาถึงจุดนี้!"
ลีลาไม่แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือน เธอปรายตามองมือหนาที่บีบต้นแขนตนเองด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรง ๆ อย่างไม่เกรงกลัว
"ปล่อยค่ะ!" เธอสะบัดแขนออกอย่างแรงจนร่างสูงผงะถอยไปเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันแต้มบนริมฝีปาก "จะพูดจาดูถูกอะไร ก็ช่วยใช้สมองตรองดูหน่อยนะคะว่าฉันยังใช่ ‘ลีลาคนเดิม’ ที่ยอมให้คุณโขกสับอยู่ฝ่ายเดียวหรือเปล่า? ส่วนฉันจะได้เงินมาจากไหน... มันก็เรื่องของฉัน ไม่ใช่กะลาหัวของอดีตสามีที่ไร้ความสามารถอย่างคุณ!"
คำพูดเชือดเฉือนทำเอาภาคินเลือดขึ้นหน้า ความอดทนที่เหลืออยู่วัดระดับถึงขีดสุด เขาพุ่งเข้ามาประชิดตัวเธอ รวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวด้วยพละกำลังที่เหนือกว่า ลีลาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามจะผลักไสแผงอกกว้างออก แต่แรงของเธอกลับเทียบไม่ได้เลยเมื่อเทียบกับอารมณ์ดิบเถื่อนที่กำลังปะทุขึ้นในตัวเขา
"ปากเก่งนักนะ... งั้นมาดูกันซิว่า ถ้าฉันทำให้เธอครางใต้ร่างของฉันเหมือนเมื่อก่อน ปากดี ๆ นี่มันจะยังกล้าพูดจาอวดดีแบบนี้อีกไหม!" ภาคินคำรามต่ำชิดริมฝีปากนุ่ม
กลิ่นอายความเป็นชายและแรงปรารถนาที่กดทับลงมาทำให้หัวใจของลีลากระตุกวูบ ความทรงจำอันเจ็บปวดและสัมผัสวาบหวามในอดีตซัดสาดเข้ามาในโสตประสาท แต่คราวนี้... มันไม่ใช่ความรัก เธอมันคือเกมของการแก้แค้น
ริมฝีปากหนาประกบจูบลงมาอย่างดุดันและเอาแต่ใจ เรียวปากอุ่นร้อนบดขยี้กลีบปากนุ่มของเธออย่างไร้ความปรานี ลีลาเม้มปากแน่นขัดขืน รสชาติเค็มปร่าของเลือดจาง ๆ คละคลุ้งในโพรงปาก แต่ความดื้อรั้นของเธอกลับยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนของภาคินให้พุ่งสูงขึ้น มือหนาสอดเข้าไปใต้กลุ่มผมสีดำสลวย บังคับองศาให้เธอต้องยอมรับจูบอันเร่าร้อนและลึกซึ้งที่เขาโหยหามาเนิ่นนาน
ลมหายใจเริ่มติดขัด สัมผัสจากปลายนิ้วแข็งแกร่งที่ลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของเอวคอดผ่านเนื้อผ้าชุดสูท ทำให้ร่างกายของลีลาสั่นสะท้าน ความรู้สึกคุ้นเคยและปรารถนาที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กองเพลิงแห่งความแค้นกำลังถูกปลุกให้ฟื้นคืนอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดประสานกันในห้องทำงานที่เงียบสงบ
ภาคินผละริมฝีปากออกช้า ๆ ดวงตาคมกริบลึกล้ำเป็นประกายเร่าร้อนจ้องมองใบหน้าแดงก่ำของหญิงสาว ริมฝีปากของเธอบวมเจ่อและชุ่มฉ่ำ ลีลาหอบหายใจถี่รัว อกอั่นกระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ เธอจ้องมองเขาด้วยสายตาท้าทายที่ยังคงซ่อนความหวั่นไหวไว้เบื้องลึก
"คุณมันก็ยังทุเรศไม่เปลี่ยน... ภาคิน" เธอยิ้มเยาะ แม้เสียงจะสั่นพร่า
ภาคินแค่น ั้มเสียงในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงกระซิบชิดใบหูขาวผ่อง น้ำเสียงทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์กระซิบลอดผ่านความเงียบ
"ต่อให้เธอเกลียดฉันแค่ไหน... ร่างกายเธอก็ยังจำสัมผัสของฉันได้ดี ลีลา..."
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังระอุและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงเปิดประตูพรวดพราดยังไม่ทันได้รับอนุญาต
"คุณภาคินครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... เอာเอกสารนี่..."
เลขาหนุ่มหน้าตาตื่นวิ่งพรวดพราดยกซองเอกสารสีน้ำตาลเข้ามาหยุดชะงักกลางห้อง เมื่อเห็นภาพเจ้านายหนุ่มกำลังกอดรัดอยู่กับประธานหุ้นส่วนคนใหม่ในท่าทางที่ล่อแหลมสุดขีด
ภาคินสบถอย่างหัวเสีย ผละออกจากร่างของลีลาด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะคว้าซองเอกสารจากมือเลขามาด้วยสีหน้าถมึงทึง "มีอะไร ถึงได้ทำตัวเสียมารยาทขนาดนี้!"
เลขาหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหลือบมองลีลาที่ยืนจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะกระซิบเสียงสั่นด้วยความตกใจกลัว
"คือ... มีรายงานด่วนจากโรงพยาบาลครับ... เรื่องเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่เพิ่งประสบอุบัติเหตุหน้าตึกเรา และ... และนี่คือผลตรวจดีเอ็นเอสำเนาฉุกเฉิน ที่ระบุว่า... เด็กคนนี้... เป็นสายเลือดโดยตรงของคุณครับท่านประธาน!"
ซองเอกสารร่วงหล่นจากมือของภาคินลงสู่พื้นพรมหนานุ่ม ทันทีที่สายตาคมกริบเหลือบไปเห็นภาพถ่ายของเด็กชายวัยสามขวบที่นอนหมดสติอยู่บนเตียงคนไข้—เด็กชายที่มีดวงตาสีนิลกาฬและโครงหน้าถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับพิมพ์เดียวกัน...
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในเพลิงแค้นอันร้อนระอุนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
เพลิงรักซ่อนรอยแค้น•ตอนที่ 1
เถ้าถ่านที่ฟื้นคืน
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงรักซ่อนรอยแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
