กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องประชุมใหญ่ชั้นห้าสิบของตระกูลภาคินัย ดูเหมือนจะต่ำกว่าจุดเยือกแข็งเสียด้วยซ้ำ เมื่อร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงปลายโต๊ะกระจกยาวเหยียด
ซองเอกสารสีน้ำตาลที่ร่วงหล่นจากมือของภาคินเมื่อครู่ ถูกปัดตกค้างอยู่ใกล้ปลายรองเท้าหนังขัดมันของเขา นัยน์ตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจ บัดนี้กำลังไหวระริกอย่างรุนแรง ภาพถ่ายใบเล็กในซองนั้นยังคงติดตรึงอยู่ในม่านตา—เด็กชายวัยสามขวบที่มีแววตาดุดันและโครงหน้าถอดแบบมาจากเขา ไม่มีความผิดเพี้ยนเลยแม้แต่น้อย
"ยินดีที่ได้ร่วมงานอย่างเป็นทางการค่ะ... ท่านประธานภาคิน"
น้ำเสียงหวานทุ้งที่เจือความเยียบเย็นและทรงพลังดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่น่าอึดอัดลง
ภาคินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ราวกับเครื่องจักรกลที่ขึ้นสนิม สันจคมกสันคร้านขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมขึ้นตามขมับของชายหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหนในโลกธุรกิจ ทว่าในวินาทีนี้ หัวใจของเขากลับกระตุกวูบราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากลงไปในเหวลึก
นั่นไม่ใช่แค่ "ลีลา" คนเดิม... อภิรมย์รักษ์ อดีตภรรยาผู้เคยเป็นเพียงเงาไร้ค่าในคฤหาสน์หลังใหญ่ ผู้หญิงที่เขาเคยปัดป่าวไสส่งอย่างไร้เยื่อใยเมื่อสามปีก่อน
ทว่าเบื้องหน้าเขาในเวลานี้ คือ 'ลิเลียน' ประธานบริหารคนใหม่แห่งกองทุนต่างประเทศผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัทเขาเอง หล่อนเปลี่ยนไปราวฟ้ากับเหว แววตาคู่คมที่เคยไหวระบมด้วยหยาดน้ำตา กลับเรียบนิ่ง ดุดัน และทรงอำนาจจนน่าสะพรึงกลัว
"คุณ..." ภาคินเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาเผลอกำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน "คุณเล่นเกมบ้าอะไร ลีลา... นี่มันหมายความว่ายังไง"
ลีลาแย้มยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา หล่อนก้าวเท้าเข้ามาใกล้เขาช้าๆ ส้นสูงสีแดงเพลิงกระทบพื้นห้องประชุมเกิดเสียงก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกาแห่งความตายที่กำลังนับถอยหลัง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมผสานกับความเย็นชาพัดผ่านปลายจมูกของเขา ทำให้ลมหายใจของภาคินสะดุดกึก
"เกมเหรอคะ?" ลีลาทวนคำ เสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอของหล่อนช่างบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ดิฉันเพิ่งเริ่มต้นลงทุนในธุรกิจที่ใกล้จะล่มสลายต่างหากล่ะคะ ท่านประธาน... หรือว่าคุณคิดว่าตัวเองยังมีสิทธิ์มาทวงถามคำอธิบายจากดิฉัน ในฐานะอะไรล่ะคะ? ในฐานะสามีเก่าผู้ใจร้าย หรือในฐานะเจ้านายที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของดิฉันจนไม่เหลือชิ้นดี?"
ถ้อยคำเชือดเฉือนนั้นพุ่งตรงเข้าปักกลางอกของภาคินอย่างแม่นยำ เขาก้าวประชิดตัวหล่อนโดยไม่รู้ตัว รัศมีคุกคามและแรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานานนับปีระเบิดออกมาทางแววตา
"คุณกล้าดียังไง... เอาลูกไปซ่อนจากผม" สรรพนามที่เปลี่ยนไปและน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อยบ่งบอกถึงความคลุ้มคลั่งที่ถูกกัก The beast within has been awakened. ภาคินกัดกรามแน่น พยายามกดเสียงต่ำไม่ให้สั่น "เด็กคนนั้น... เขาเป็นลูกของผมใช่ไหม ลีลา!"
ลีลาเงยหน้าสบตาเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว แม้ส่วนสูงของหล่อนจะต่ำกว่าเขา แต่รัศมีทางจิตวิทยาที่หล่อนแผ่ออกมากลับกดทับเขาจนแทบหายใจไม่ออก หล่อนเอื้อมมือเรียวที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตขึ้นแตะที่ปกเสื้อสูทของเขาอย่างแผ่วเบa ราวกับจะหยอกเย้า แต่ปลายนิ้วนั้นกลับเย็นเยียบดั่งน้ำแข็ง
"ลูกของคุณงั้นเหรอคะ?" ลีลากระซิบชิดริมฝีปากเขา ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนใจสั่น "วันที่ฉันกราบกรานขอร้องให้คุณมองฉันสักนิด วันที่ฉันอุ้มท้องเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณไปยืนตากฝนหน้าคฤหาสน์เพื่อขอความเมตตา... คุณอยู่ที่ไหนคะ ภาคิน?"
ภาพเหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจของภาคินราวกับมีนับพันเล่มดาบพุ่งเข้าใส่ เขาส1ะอึกเฮือก ดวงตาคมกริบรื้นด้วยหยาดน้ำใสโดยไม่รู้ตัว มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าต้นแขนเรียวของหล่อนมาดึงเข้าหาตัวเพื่อกอดรัดด้วยความโหยหาและสำนึกผิด ทว่าลีลาไวกว่า หล่อนปัดมือเขาออกอย่างไม่ไยดี พร้อมกับถอยหลังเว้นระยะห่างทันที
"อย่าแตะต้องตัวฉัน!" เสียงหวาดระแวงและรังเกียจเดียดฉันท์พุ่งตรงมาที่เขา "ความเมตตาปรานีที่คุณไม่เคยมีวันนั้น มันตายไปพร้อมกับเด็กผู้หญิงคนเดิมที่คุณเคยเขี่ยทิ้งแล้วค่ะ ภาคิน... สิ่งเดียวที่คุณจะได้จากฉันนับจากวันนี้ไป คือความพินาศของอาณาจักรที่คุณรักนักรักหนาต่างหาก"
บรรยากาศในห้องประชุมตึงเครียดจนแทบระเบิด ภาคินจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปทั้งความรัก ความแค้น ความผิดบาป และความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง เขารู้ดีว่าหล่อนเกลียดเขา แต่เขากลับยิ่งอยากเข้าใกล้ อยากบดขยี้ความเย่อหยิ่งนั้นให้แหลกคามือ หรือไม่ก็... ยอมจำนนแทบเท้าหล่อนเสียเอง
ก่อนที่ภาคินจะได้ยื่นมือไปฉุดรั้งร่างบางที่กำลังจะหันหลังเดินออกจากห้อง ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยเลขานุการส่วนตัวของเขา พร้อมกับสีหน้าซีดเผือดที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
"ท่านประธานคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ... ทางตระกูลศัตรูของเรา และ... และมีแขกไม่ได้รับเชิญอีกคนกำลังเดินตรงมาที่นี่ค่ะ เขาบอกว่าเขาคือ 'พ่อทูนหัว' ของเด็กชายคนนั้น... และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ร่วมกับคุณลีลาค่ะ!"
ลีลาชะงักฝีเท้าลง หล่อนหันกลับมามองภาคินด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากอีกครั้ง ในขณะที่หัวใจของภาคินกระตุกวูบ ดิ่งลงเหวทันทีเมื่อได้ยินคำว่า "พ่อทูนหัว" — ใครกันที่กล้าอาจหาญมาประกาศตัวเป็นเจ้าของสิ่งที่ควรจะเป็นของเขา!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
- เพลิงกุหลาบดำ -
เพลิงรักซ่อนรอยแค้น•ตอนที่ 2
รอยแผลที่ยังไม่จาง
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงรักซ่อนรอยแค้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
