“ถ้าคุณคิดจะเอาแต่ขีดเส้นสีแดงทับผลงานของฉันเพื่อความสะใจล่ะก็... กรุณาไปทำที่บ้านนะคะ คุณกรณิศ”
เสียงหวานใสที่แฝงไปด้วยความรำคาญใจดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องประชุมหรูชั้นบนสุดของตึกระฟ้า รินลดาโยนปากกาเคมีลงบนโต๊ะไม้โอ๊คตัวยาวจนเกิดเสียงดัง ‘ปึก’ แรงปะทะของมันไม่เท่ากับสายตาที่เธอกำลังจ้องมองสถาปนิกหนุ่มตรงหน้า ราวกับจะแผดเผาเขาให้ไหม้เกรียม
กรณ์วางมือจากแบบร่างโปรเจกต์ห้างสรรพสินค้ามูลค่าหลายพันล้าน เขาสวมแว่นสายตากรอบบางที่ทำให้ดวงตาคมกริบคู่นั้นดูดุและเย็นชาขึ้นอีกเป็นเท่าตัว ชายหนุ่มไม่ได้หลบสายตา แต่กลับเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลายเกินเหตุ ทั้งที่บรรยากาศในห้องคุกรุ่นจนเกือบจะหายใจไม่ออก
“ผมไม่ได้ทำเพื่อความสะใจ” กรณ์เอ่ยเสียงเรียบ ทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับผิวน้ำที่นิ่งสนิท “ผมทำเพราะพื้นที่ตรงนี้... มันขัดกับโครงสร้างรับน้ำหนักที่ผมออกแบบไว้ คุณเป็นมัณฑนากรที่เก่ง แต่คุณกำลังจะทำลาย 'ความสมบูรณ์แบบ' ของตึกนี้ด้วยความอาร์ตที่ไร้ทิศทางของคุณ”
“ไร้ทิศทาง?” รินลดาทวนคำ เสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอของเธอดังขึ้นอย่างน่าหมั่นไส้ เธอโน้มตัวไปข้างหน้าจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอกลายเป็นเพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ กลิ่นวานิลลาปนดอกไม้ป่าของเธอโชยมาแตะจมูกเขา “คุณมันก็แค่คนเจ้าระเบียบที่กลัวว่าอะไรที่อยู่นอกเหนือสมการของคุณจะทำให้คุณเสียการควบคุม ใช่ไหมล่ะคะคุณสถาปนิก?”
กรณ์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสบตากลมโตคู่นั้นที่กำลังท้าทายเขาราวกับลูกแมวป่าที่พร้อมจะฝากรอยเล็บไว้บนใบหน้าคนตรงข้าม ความทรงจำจากคืนก่อน... คืนที่เขาสั่งให้เธอนั่งดื่มเป็นเพื่อนจนฟ้าสางผุดวาบขึ้นมาในหัว รสสัมผัสของไวน์ที่ติดปลายลิ้นยังไม่จางหายไปเท่ากับ ‘ความรู้สึก’ บางอย่างที่เขาพยายามกดมันเอาไว้ใต้ใบหน้าที่เฉยเมย
“ถ้าคุณคิดว่าผมควบคุมไม่ได้... คุณก็ลองพิสูจน์ดูสิ” กรณ์ขยับตัวเข้าหาเธอจนความร้อนจากร่างกายของเขาสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากเธอ “แต่ถ้างานนี้ออกมาพลาดแม้แต่นิดเดียว ผมจะให้คุณแก้แบบใหม่ทั้งชั้น... และคุณต้องเป็นคนรื้อมันออกด้วยมือของคุณเอง”
“ได้ค่ะ” รินลดายิ้มหวาน เป็นยิ้มที่ทำให้ใจคนมองกระตุกวาบ “แต่ถ้าฉันทำออกมาได้สมบูรณ์แบบกว่าที่วิศวกรของคุณคำนวณไว้ คุณต้องเลิกทำหน้าเป็นยักษ์เฝ้าประตูวัดใส่ฉัน... ตกลงไหมคะ?”
ยังไม่ทันที่กรณ์จะได้ตอบรับ เสียงประตูห้องประชุมก็เปิดผลัวะออกโดยไม่มีการเคาะ
“ผมว่าการประชุมที่ดูจะดุเดือดไปนิดหน่อยแบบนี้ ควรมีผู้ช่วยไกล่เกลี่ยหน่อยไหมครับ?”
เสียงนุ่มทุ้มที่คุ้นเคยทำให้ทั้งคู่ต้องหันไปมอง ธนัตถ์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ ในมือถือเอกสารบางอย่างที่ดูเหมือนจะเป็นพิมพ์เขียวฉบับปรับปรุงใหม่ เขาเดินตรงมายังโต๊ะแล้ววางมือลงบนไหล่ของรินลดาอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะส่งยิ้มที่ดูเป็นมิตรเกินควรไปให้กรณ์
“ผมแวะเอาสรุปยอดงบประมาณมาให้คุณทั้งคู่พิจารณา หวังว่าคงไม่รบกวนเวลาส่วนตัว... หรือเวลาที่กำลัง 'จ้องหน้า' กันอย่างเผ็ดร้อนอยู่ตอนนี้หรอกนะครับ” ธนัตถ์ทิ้งประโยคกึ่งหยอกกึ่งเย้าเอาไว้ ก่อนจะหันไปทางรินลดา “รินครับ ผมว่าคุณควรพักบ้าง เดี๋ยวผมจะไปรอที่ร้านอาหารข้างล่างนะ คุณกรณ์ก็อย่าหักโหมจนเกินไปล่ะครับ เดี๋ยวคุณรินเขาจะล้าเกินกว่าจะทำงานศิลปะให้ผม”
กรณ์ขมวดคิ้วแน่น มือที่วางอยู่ใต้โต๊ะกำเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปน ความรู้สึกขัดใจแล่นพล่านอยู่ในอกอย่างที่เขาเองก็อธิบายไม่ถูก มันไม่ใช่แค่ความไม่พอใจเรื่องงาน แต่มันคือความรู้สึกที่อยากจะลุกขึ้นไปกระชากแขนหญิงสาวออกห่างจากท่าทางสนิทสนมเกินควรของชายหนุ่มคนนี้
รินลดาส่งยิ้มให้ธนัตถ์อย่างอ่อนหวาน ก่อนจะหันกลับมาหากรณ์ด้วยแววตาท้าทายอีกครั้ง
“งั้นเราคงต้องต่อเรื่องนี้กันใหม่ในวันพรุ่งนี้สินะคะ คุณกรณิศ” เธอกล่าวพร้อมกับเก็บข้าวของอย่างใจเย็น ทิ้งให้คนตัวสูงใหญ่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานต้องจมอยู่กับความเงียบที่น่าอึดอัด
ทว่า ก่อนที่เธอจะเดินพ้นประตูไป กรณ์ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวฉับๆ มาขวางหน้าเธอเอาไว้ เขาดันบานประตูให้ปิดลงเสียงดัง ‘ปัง’ จนเธอกระเถิบถอยหลังไปพิงผนังห้องโดยอัตโนมัติ ใบหน้าคมสันโน้มลงมาจนชิดริมใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนทำให้รินลดาใจสั่นระรัว
“คุณธนัตถ์เขาไม่ใช่คนโง่ รินลดา” เสียงกระซิบของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความนัยที่น่าขนลุก “เขาไม่ได้อยากได้แค่งานออกแบบ... แต่เขากำลังหมายตาคุณอยู่ด้วย และถ้าคุณคิดจะเล่นเกมกับเขา... ก็อย่าลืมไปว่าในฐานะ ‘คู่หู’ ของคุณ ผมมีสิทธิ์ขาดที่จะสั่ง ‘รื้อ’ ทุกอย่างที่ผมไม่พอใจ... รวมถึงความสัมพันธ์ของคุณกับเขานั่นด้วย”
รินลดานิ่งอึ้ง หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก เธอเงยหน้าขึ้นหวังจะโต้กลับ แต่จังหวะนั้นเองที่แววตาของกรณ์ไม่ได้ดูเหมือนคนโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับเต็มไปด้วยความหวงแหนที่ซ่อนไม่มิด
เขาชะงักไปครู่หนึ่งราวกับเพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป ก่อนจะผละออกแล้วเดินกลับไปที่โต๊ะทิ้งให้เธอยืนเคว้งคว้างอยู่ที่เดิม
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นรัวๆ พร้อมกับร่างของเลขาส่วนตัวของเขาที่พรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกทำให้บรรยากาศที่กำลังตึงเครียดแตกกระเจิง
“คุณกรณ์คะ! แย่แล้วค่ะ เกิดปัญหาใหญ่ที่หน้าไซต์งาน... โครงสร้างเสาหลักของชั้นที่สี่มีรอยร้าวรุนแรงค่ะ!”
กรณ์หันขวับมามองรินลดา สายตาที่เคยอ่อนแสงลงแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและจริงจังในชั่วพริบตา เขารู้ดีว่านั่นคืองานที่รินลดาเพิ่งจะลงมือออกแบบเมื่อไม่กี่วันก่อน
“นี่มันหมายความว่ายังไง รินลดา?”
เหมยฮวาแรกแย้มขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามชมผลงานชิ้นนี้ด้วยหัวใจนะคะ
สถาปนิกหนุ่มมา A กับยัยมัณฑนากรสายป่วน•ตอนที่ 2
เส้นขนานที่อยากตัดกัน
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมา A กับยัยมัณฑนากรสายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!