"ถ้าคุณยังเดินวนซ้ายวนขวาเป็นหนูติดจั่นอยู่แบบนี้ เกรงว่าแปลนพื้นชั้นลอยของผมคงได้ทรุดลงไปก่อนที่ฝนข้างนอกจะซาเสียอีกค่ะ รินลดา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววระอาเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของไซต์งานคอนโดมิเนียมหรูย่านสุขุมวิท ในยามที่เข็มนาฬิกาดิจิทัลบนผนังปูนเปลือยฟ้องเวลาเลยเที่ยงคืนมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว รินลดาหยุดฝีเท้าทันที หญิงสาวสะบัดหน้าขวับกลับมามองสถาปนิกหนุ่มเจ้าระเบียบที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พับสนาม แสงไฟนีออนดวงเดียวที่ต่อพ่วงมาจากตู้ควบคุมไฟชั่วคราวสาดส่องลงบนใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะตีสีหน้าเรียบเฉยเป็นนิจ แต่วันนี้... ขอบตาคล้ำจางๆ กับเรือนผมที่ยุ่งเหยิงกว่าปกตินั้นกลับฟ้องว่าเขาเองก็เหนื่อยล้าไม่แพ้กัน
"ฉันไม่ได้เป็นหนูติดจั่นนะคะคุณกรณิศ แค่กำลังใช้ความคิดสร้างสรรค์ท่ามกลางบรรยากาศอันสุดแสนจะโรแมนติก... บรรยากาศบ้าอะไรล่ะ ไฟดับ ฝนตก น้ำรั่วซึมเข้าหน้าต่างบานกระทุ้ง แถมสัญญาณโทรศัพท์ยังมาตายสนิทอีก!" มัณฑนากรสาวบ่นกระพอดกระแปด พลางยกมือขึ้นกอดอกเพื่อขับไล่ไอเย็นชื้นที่เริ่มแทรกซึมเข้ามาในอาคาร หลังจากพายุฝนฤดูร้อนกระหน่ำซัดลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
"โรแมนติกตรงไหน ในเมื่อโปรเจกต์นี้กำหนดส่งแบบพรีเซนต์ให้คุณธนัตถ์มะรืนนี้ แต่หน้างานกลับมีปัญหาเรื่องระดับฝ้าที่ขัดแย้งกับงานบิลท์อินของคุณเอง" กรณ์ย้อนเสียงเรียบ แต่ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่นั้นกลับกวาดมองสำรวจเรือนร่างเพรียวระหงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เริ่มชื้นเหงื่อและแนบไปกับแผ่นหลังบางอย่างเผลอไผล ก่อนจะรีบเบนสายตากลับไปยังหน้าจอแท็บเล็ตในมือราวกับกลัวว่าเธอจะจับผิดได้
"ก็เพราะคุณนั่นแหละที่หัวแข็งไม่ยอมรับฟังไอเดียเรื่องซ่อนไฟซอฟต์ไลท์ของฉัน ตั้งแต่ตอนประชุมบรีฟงานกับคุณธนัตถ์แล้ว ถ้าวันนั้นคุณยอมอ่อนข้อให้ฉันสักนิด เราคงไม่ต้องมาติดแหง็กอยู่ด้วยกันสองต่อสองในดงปูนเปลือยแบบนี้หรอกค่ะ" รินลดาถอนหายใจยาว พลางเดินเข้าไปใกล้เก้าอี้ที่เขานั่งอยู่ ทิ้งตัวลงนั่งยองๆ บนลังกระดาษบรรจุวัสดุกระเบื้องพอร์ซเลนที่วางอยู่ไม่ไกล เพื่อจะได้มองหน้าเขาให้ถนัดตาขึ้น "ยอมรับมาเถอะค่ะว่าคุณจงใจแกล้งดึงเวลาตรวจแบบ เพื่อจะได้อยู่แก้ตัวกับฉันสองต่อสองใช่ไหมล่ะคะ คุณสถาปนิกปากแข็ง"
กรณ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างเย้าหยอกแต่ยังคงความหยิ่งทะนงตามแบบฉบับ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนมัณฑนากรสาวต้องเงยหน้าขึ้นมองตาม ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดในระยะที่ใกล้เกินความจำเป็น จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก รินลดาเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นผิดจังหวะภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวบาง
"หลงตัวเองเกินไปแล้วรินลดา ผมเป็นสถาปนิก ไม่ใช่พ่อมดที่จะเสกให้พายุฝนถล่มกรุงเทพฯ เพื่อมาติดอยู่กับมัณฑนากรจอมจุ้นอย่างคุณหรอกนะ" กรณ์โน้มใบหน้าลงมาต่ำจนระดับสายตาแทบจะขนานกัน แววตาคู่คมที่มักจะเย็นชาเสมอในยามอยู่ในที่ประชุม บัดนี้กลับฉายประกายบางอย่างที่ร้อนรุ่มและลุ่มลึกเสียจนคนมองต้องเสมองทางอื่น "อีกอย่าง... คนที่ควรจะเช็คพยากรณ์อากาศก่อนเข้ามาตรวจไซต์งานดึกดื่นแบบนี้ ไม่ใช่ผม แต่เป็นคุณต่างหาก"
"นี่คุณ!" รินลดาอ้าปากค้าง จะต่อว่ากลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบตามนิสัย แต่ระยะห่างที่เหลือเพียงคืบเดียวทำให้คำพูดทั้งหมดติดอยู่แค่ลำคอ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่รินรดอยู่บนพวงแก้มเนียนทำให้สติสัมปชัญญะของเธอกระเจิงไปหมด มือบางที่วางอยู่บนหัวเข่าเริ่มกำเข้าหากันแน่น ความเงียบรอบตัวถูกแทนที่ด้วยเสียงเม็ดฝนที่กระทบกระจกหน้าต่างด้านนอก และเสียงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเสียจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
"ว่ายังไงล่ะครับ มัณฑนากรคนเก่ง" เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาอยู่ใกล้ริมฝีปากอิ่ม "เถียงไม่ออกแล้วหรือไง หรือว่ากำลังคิดอะไรอกุศลอยู่กันแน่"
"ฉันไม่ได้... อื้อ!"
คำแก้ตัวถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อจังหวะนั้นเอง ฟ้าร้องคำรามลั่นจนแสงไฟนีออนดวงเดียวเกิดกะพริบและดับวูบลง ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงแฟลชจากโทรศัพท์มือถือที่กรณ์หยิบขึ้นมาเปิดส่องสว่าง ร่างสูงไม่ได้ถอยห่างออกไป กลับใช้มือข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะทำงานไม้สนด้านหลังเธอไว้ เป็นการกักขังรินลดาไว้ในอ้อมแขนโดยปริยาย ดวงตาทั้งคู่ประสานกันในระยะประชิด ความใกล้ชิดที่อบอวลไปด้วยเคมีอันตรายทำให้บรรยากาศในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ร้อนระอุขึ้นมาอย่างประหลาด ท่ามกลางหยาดฝนที่โปรยปรายและความเงียบงันยามวิกาล
รินลดาเงยหน้าสบตากับเขา หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ปลายนิ้วเรียวของกรณ์ค่อยๆ เอื้อมขึ้นมาปัดปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากแก้มของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้หญิงสาวสะท้านเฮือก เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยเตือนสติเขาและตัวเอง แต่ก่อนที่บทสนทนาวาบหวิวทางสายตาจะก้าวล้ำไปมากกว่านั้น—
*กริ๊ง... แกร็ก!*
เสียงไขกุญแจประตูทางเข้าโซนสำนักงานชั่วคราวดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ พร้อมกับลำแสงไฟฉายกราดเข้ามาในห้อง ก่อนที่เงาร่างสูงโปร่งคุ้นตาของใครบางคนจะก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงทุ้มกังวานที่เอ่ยทักขึ้นด้วยความแปลกใจ
"อ้าว กรณ์ ริน... ยังไม่กลับกันอีกเหรอครับเนี่ย พอดีผมขับรถผ่านเห็นไฟเปิดอยู่ นึกว่าขโมยขึ้นไซต์งานซะอีก"
รินลดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบดันอกกรณ์ให้ออกห่างในทันที ขณะที่สถาปนิกหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความขัดเคือง ดวงตาคมเข้มฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อหันไปมองผู้มาใหม่ที่ยืนถือร่มเปียกโชกอยู่หน้าประตู
ธนัตถ์... เจ้าของโครงการหนุ่มหล่อที่เดินยิ้มร่าเข้ามาในความมืด พร้อมกับสายตาที่กวาดมองคนทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มมีความหมาย
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เหมยฮวาแรกแย้ม" มาโดยตลอดนะคะ หวังว่าจะฟินและจิกหมอนไปกับตอนนี้ค่ะ!
สถาปนิกหนุ่มมา A กับยัยมัณฑนากรสายป่วน•ตอนที่ 5
ฝนตก รถติด และความคิดที่เตลิด
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมา A กับยัยมัณฑนากรสายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!