เสียงกระดาษราคาแพงกระทบลงบนพื้นผิวมันเงาของโต๊ะทำงานตัวใหญ่ดัง *แคว่ก* ชัดเจนบาดลึกในความเงียบงัน
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นโปรดของอคิน—กลิ่นไม้ซีดาร์ผสมความเยือกเย็นของมินต์—ยังคงลอยวนอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวบนเพนท์เฮาส์หรูใจกลางกรุง แต่บรรยากาศรอบตัวกลับหนาแน่นไปด้วยไอความเย็นยะเยือกที่พร้อมจะแช่แข็งทุกชีวิตให้แหลกสลาย
ลินินยืนตัวตรงหลังขอบโต๊ะ ปลายนิ้วเรียวที่เคยสั่นเทาในวันที่ต้องอดทนยอมจำนนต่อกรงขังแห่งความไร้เยื่อใย บัดนี้กลับนิ่งสนิท ดวงตากลมโตที่เคยซ่อนหยาดน้ำตาไว้จนชินชา ทอดมองร่างสูงใหญ่ของสามีทางพฤตินัยด้วยความว่างเปล่า
“เซ็นชื่อซะค่ะ อคิน”
น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ไร้ซึ่งรอยสั่นเครือ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้อคินขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่สบอารมณ์ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวละจากหน้าจอแล็ปท็อปราคาแพง เลื่อนมามองเอกสารสีขาวสะอาดตาที่มีหัวข้อตัวหนาตอกย้ำสถานะ
*‘ใบทะเบียนหย่า’*
ริมฝีปากหยักลึกเหยียดยิ้มเยาะ เย็นชาและเต็มไปด้วยความดูแคลนตามแบบฉบับของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยชายตามองใคร อคินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ ประสานมือไว้บนตักท่าทีราวกับกำลังมองเด็กน้อยเล่นขายของ
“เธอคิดว่าเกมเรียกร้องความสนใจแบบนี้มันจะใช้ได้ผลเหรอลินิน?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างไม่ใส่ใจ “ความอดทนต่ำเรี่ยดินแบบนี้สินะ ที่ทำให้เธอไม่เคยคู่ควรกับตำแหน่งคุณนายอัครเดชโภคินเลยสักนิด”
“ค่ะ... ฉันมันไม่คู่ควร” ลินินทวนคำนั้นด้วยรอยยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา “ดังนั้น ความกรุณาเดียวที่คุณควรจะมีให้ผู้หญิงไร้ค่าคนนี้ ก็คือการจรดปากกาลงไปตรงนั้น แล้วเราต่างคนต่างไป”
อคินแค่นหัวเราะในลำคอ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทสั่งตัดราคาแพงก้าวเข้ามาใกล้เธอทีละก้าว กลิ่นกายเฉพาะตัวที่เธอเคยหลงใหลและยอมมอบทั้งกายและใจให้บัดนี้กลับกลายเป็นสิ่งขับเน้นความโสมมในอดีต
เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านพวงแก้ม ลินินไม่ถอยหนี เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ไม่มีแววหวาดกลัว ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความรักหลงเหลือให้อีกฝ่ายได้เหยียบย่ำอีกต่อไป
“คิดว่าหย่าแล้วจะไปเสวยสุขกับเงินค่าเลี้ยงดูที่ฉันจะสงเคราะห์ให้งั้นเหรอลินิน?” นิ้วแกร่งเอื้อมขึ้นบีบคางฉบับคนถือดีไว้แน่น ออกแรงพอให้รู้สึกเจ็บแปลบ “อย่าลืมสิว่าชีวิตของเธอ... ทุกตารางนิ้วในตัวเธอ มันเป็นของฉัน ฉันเป็นคนซื้อเธอมาด้วยทะเบียนสมรส และต่อให้กระดาษแผ่นนี้จะขาดออกจากกัน เธอก็ไม่มีวันหลุดพ้นไปจากเงื้อมมือฉันได้ง่ายๆ หรอก”
ความเจ็บที่ปลายคางส่งผ่านไปยังหัวใจ แต่ลินินกลับหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่แหรกลึกและน่าสมเพชที่สุดในชีวิตแต่งงานห้าปีของพวกเขา
“ซื้อฉันงั้นเหริอคะ? ใช่ค่ะ... คุณซื้อผู้หญิงโง่ๆ คนหนึ่งที่ยอมเอาหัวใจมาวางไว้แทบเท้าคุณ ยอมให้คุณเหยียบย่ำ ยอมแม้กระทั่งทนมองคุณเอาผู้หญิงอื่นเข้ามาหยามเกียรติถึงในบ้านหลังนี้ แต่พอทีเถอะค่ะอคิน...”
ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยประกายไฟแห่งความเด็ดเดี่ยว ทbให้หัวใจของอคินกระตุกวูบไปชั่วขณะโดยไม่รู้ตัว
“ผู้หญิงโง่คนนั้น... ตายไปตั้งแต่คืนที่คุณเลือกจะไปอยู่กับรติมาในวันเกิดของฉันแล้วค่ะ”
*เพล้ง!* เหมือนมีกระจกใสบางๆ แตกละเอียดอยู่ในอกอคิน คำพูดนั้นเฉียบคมราดรดความเย่อหยิ่งของเขาจนมอดไหม้ ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ชายหนุ่มกระชากร่างบางเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกแนบชิดกับกายแกร่ง ความเร่าร้อนจากโทสะผลักดันให้เขาอยากลงทัณฑ์ผู้หญิงอวดดีคนนี้ให้หลาบจำ
“อยากหย่านักใช่ไหม? อยากเป็นอิสระนักใช่ไหมลินิน!” อคินคำรามชิดริมฝีปาก ปากหนากดจูบลงมาอย่างไร้ความปรานี เป็นจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและแรงปรารถนาอันป่าเถื่อนที่ถูกกดทับมานาน
ลินินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอกำหมัดแน่นทุบลงบนอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่เรียวแรงอันน้อยนิดหรือจะสู้แรงมหาศาลของชายหนุ่มได้ รสจูบเปลี่ยนจากความรุนแรงเป็นการคุกคามที่ดึงดูดลมหายใจของเธอไปจนหมดสิ้น มือหนาตะปบเข้าที่สะโพกกลมกลึง บีบเคล้นอย่างแรงด้วยความโมโห ก่อนจะรวบตัวเธอลอยขึ้นเหนือพื้นแล้วเหวี่ยงร่างบางลงไปนอนแผ่หราบนโซฟาตัวยาวกลางห้องทำงาน
“อคิน! ปล่อยนะ—อื้อ!”
เสียงททททททททททประท้วงถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อร่างสูงทาบทับลงมา กลิ่นกายและสัมผัสอันคุ้นเคยปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบที่ทั้งสองมีร่วมกัน อคินใช้มือข้างหนึ่งตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือหัวด้วยมือเดียว ส่วนอีกข้างจัดการกระชากกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกจนกระดุมเม็ดแรกกระเด็นหลุดไป
สัมผัสจากฝ่ามือใหญ่ที่ลูบไล้ไปตามผิวเนื้อเนียนนุ่มสร้างความสั่นสะท้านไปทั่วร่าง แม้จิตสำนึกจะร่ำร้องให้ขัดขืน แต่สรีระที่เคยผูกพันกันมานับครั้งไม่ถ้วนกลับทรยศ เธอหอบสะท้านยามที่ริมฝีปากร้อนผ่าวเคลื่อนต่ำลงมาซุกไซร้ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มสร้างรอยแดงช้ำเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของครั้งสุดท้าย ก่อนที่เรียวปากหยักจะกระซิบชิดใบหูด้วยน้ำเสียงพร่าสั่น
“จำเอาไว้ลินิน... ต่อให้เธอหย่าขาดจากฉันทางกฎหมาย แต่ร่างกายและวิญญาณของเธอก็ยังเป็นของอคินคนนี้ ไม่มีวันเปลี่ยน!”
เสื้อผ้าเนื้อบางถูกปลุกเร้าและทึ้งทายด้วยความเร่าร้อน อุณหภูมิในห้องทำงานพุ่งสูงขึ้นท่ามกลางเสียงหอบหายใจและแรงปะทะทางอารมณ์ที่รุนแรง ทั้งรัก ทั้งแค้น ทั้งโหยหาและผลักไส หลอมรวมกันในบทเพลงรักอันดิบเถื่อนบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารสำคัญ เป็นค่ำคืนสุดท้ายที่เขาและเธอใช้ร่างกายตอกย้ำความเจ็บปวดก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลาย
...
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง อคินยืนหันหลังมองออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ มือถือแก้ววิสกี้ที่มีน้ำสีอำพันกลิ้งไหว เขาสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ทิ้งให้ลินินนอนห่อกายอยู่ใต้ผ้าห่มบนโซฟาด้วยสภาพยับเยิน หญิงสาวกัดริมฝีปากกลั้นสะอื้น ปาดหยาดน้ำตาที่ไหลรินออกอย่างไร้ความหมาย ก่อนจะหยิบใบหย่าที่ยับยู่ยี่ขึ้นมา ใช้ปลายนิ้วที่สั่นเทาเซนต์ชื่อลงไปอย่างเด็ดเดี่ยว
*แกร๊ก...*
เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นแผ่วเบา พร้อมกับร่างเล็กจ้อยของเด็กชายวัยห้าขวบในชุดนอนลายการ์ตูน ที่เดินขยี้ตาปรือเดินเข้ามาหาผู้เป็นแม่
“คุณแม่ขา... น้องลีโอตื่นมาไม่เจอคุณแม่ ปวดฉี่จังเลยครับ”
เสียงใสแจ๋วเจือความง่วงงุนดังขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงที่หยุดทุกการเคลื่อนไหวในห้องนั้น
อคินชะงัก ชะตาชีวิตราวกับหยุดหมุน เขาหันขวับกลับมามองเด็กน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้า—เด็กชายที่มีโครงหน้า ดวงตา และริมฝีปากถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวกันราวกับส่องกระจกเงา!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านตอนแรกและร่วมเดินทางไปในเกมแห่งความรักและความแค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
พันธนาการรักเสน่หาลวงตาเมียเก่า•ตอนที่ 1
ใบหย่าและน้ำตาที่แห้งเหือด
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักเสน่หาลวงตาเมียเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!